วันจันทร์, มกราคม 26, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตวีรบุรุษทางรถไฟสายมรณะ...กับ...หนี้ที่ใช้คืนไม่หมด

วีรบุรุษทางรถไฟสายมรณะ…กับ…หนี้ที่ใช้คืนไม่หมด

เผยแพร่

spot_img

Schindler’s List เมืองไทย

เมื่อประมาณสิบกว่าปีก่อน คอหนังจำนวนมากคงเคยผ่านสายตา Schindler’s List ภาพยนตร์ออสการ์ยอดเยี่ยมประจำปี 1993

โดยผู้กำกับการแสดงชื่อดัง สตีเวน สปีลเบิร์ก

สร้างจากเรื่องจริงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อทหารเยอรมนีได้สร้างค่ายกักกันชาวยิวเพื่อฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวให้หมดสิ้น แต่นักธุรกิจนามชิลเดอร์

ผู้มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับนายทหารนาซี ทนเห็นการฆ่าหมู่อย่างโหดเหี้ยมไม่ไหว

จึงได้เป็นผู้ช่วยชีวิตชาวยิวอย่างลับๆให้รอดจากการถูกแก๊สรมควันตายเป็นจำนวนหลายพันคน

บ้านเราเองก็มีวีรบุรุษนิรนามในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้ช่วยชีวิตเชลยศึกให้รอดพ้นจากการทำร้ายของทหารญี่ปุ่น ในการก่อสร้างทางรถไฟข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี แต่ไม่ค่อยมีใครเปิดเผยเรื่องราวของเขาให้สังคมได้รับรู้ คือผู้ชายชื่อบุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์

ด้านหนึ่งธุรกิจของเขาเป็นที่รู้จักของคนในเมืองหลวงเมื่อสามสี่สิบปีก่อน คือรถเมล์บุญผ่อง รถเมล์เอกชนบริษัทหนึ่งที่ได้สัมปทานวิ่งรับผู้โดยสารในกรุงเทพมหานคร ก่อนที่ทางการจะยึดกิจการรถเมล์มาเป็นรัฐวิสาหกิจในเวลาต่อมา

แต่ดูเหมือนชื่อของบุญผ่องเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ประเทศสัมพันธมิตร ผู้รำลึกถึงบุญคุณของท่านมากกว่าคนไทยเสียอีก

ในปีพ.ศ. 2485 กองทัพของจักรวรรดิญี่ปุ่นได้ตัดสินใจสร้างทางรถไฟเพื่อเชื่อมต่อระหว่างประเท..พม่าและประเทศไทย เพื่อขนส่งกองทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์จากไทยเป้าหมายคือยาตราทัพบุกยึดพม่าและอินเดียให้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว

กองทัพญี่ปุ่นจึงได้เกณฑ์แรงงานพลเรือนชาวเอเชียกว่าสองแสนคน และทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรอังกฤษ ออสเตรเลียส่วนใหญ่ที่จับได้ในสิงคโปร์ มาเลเซียอีกกว่าหกหมื่นคน เพื่อสร้างทางรถไฟระยะทางสี่ร้อยกว่ากิโลเมตรให้เสร็จภายในปีเดียว จนได้รับการขนานนามว่าทางรถไฟสายมรณะ เพราะคำกล่าวว่า “หนึ่งไม้หมอน คือ หนึ่งชีวิตของเชลย” และเมืองกาญจนบุรี เป็นชัยภูมิสำคัญที่กองทัพญี่ปุ่นเลือกสร้างทางรถไฟ ค่ายเชลยถูกสร้างขึ้น ตลอดเส้นทางตัดผ่าน

เชลยศึกพันธมิตรหลายพันคนต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคภัยไข้เจ็บ การทำงานหนัก การถูกคุมขัง

แต่เชลยศึกจำนวนมากก็รอดตายจากการแอบช่วยเหลืออย่างเงียบ ๆ ของคนไทยหลายคนผู้แอบช่วยส่งเสบียงและยารักษาโรคให้กับเชลยเหล่านี้ด้วยมนุษยธรรม แม้ว่าหากถูกทหารญี่ปุ่นจับได้ อาจถูกทรมานหรือถูกยิงทิ้งเสียชีวิต

เวลานั้น นายบุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ เป็นนายกเทศมนตรีมีฐานะดีในเมืองกาญจนบุรี อาศัยบนถนนปากแพรกซึ่งเป็นย่านการค้าของเมือง เป็นพ่อค้าไทยเจ้าของร้านสิริโอสถ ผู้ค้าขายกับทหารญี่ปุ่น ได้รับสัมปทานส่งอาหารให้แก่ค่ายเชลยไปจนถึงทางตอนใต้สุดของทางรถไฟสายมรณะ และประมูลตัดไม้หมอนรถไฟขายให้กับทหารญี่ปุ่นด้วย เวลานั้น ปากแพรกเป็นแหล่งซื้อขายสินค้าสำคัญ คือแหล่งซื้อขายสินค้าที่ใกล้ค่ายทหารที่สุด และบุญผ่องยังได้เปรียบร้านอื่นที่สามารถพูดภาษาอังกฤษติดต่อกับทหารญี่ปุ่นและเชลยศึกได้เป็นอย่างดีด้วย จึงได้รับความไว้วางใจในการเข้าออกในค่ายเชลยศึก

จากอาชีพพ่อค้าที่เริ่มจากการขายสินค้าอย่างเดียว แต่เมื่อได้เข้าไปรับรู้ความทุกข์ยากทรมานของเชลยศึกในค่ายโดยเฉพาะผู้ป่วยจากไข้มาลาเรีย ที่ไม่มียาควินินพียงพอจะรักษาคนไข้ได้ ทุกวันมีคนป่วยตายเอา..พโยนลงแม่น้ำ และในที่สุดเมื่อบุญผ่องได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากหมอเวรี่ ศัลยแพทย์ชาวออสเตรเลีย ด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม เขาจึงยอมเสี่ยงชีวิตลักลอบเอายาควินินมาให้หมอเวรี่รักษาคนไข้รอดตายอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งซุกซ่อนอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องใช้ต่าง ๆ แอบมาในเข่งผัก เพื่อมอบให้กับเชลยศึกส่วนใหญ่เป็นชาวออสเตรเลีย อังกฤษและเนเธอร์แลนด์ หลายครั้งต้องแอบว่ายน้ำเข้ามาในค่ายตอนกลางคืน โดยรอบคอแขวนเครื่องเวชภัณฑ์ และต่อมายังให้ด.ญ.ผณี ลูกสาววัยสิบขวบแอบนำยามาให้เชลยศึกเพื่อไม่ให้ฝ่ายญี่ปุ่นสงสัย

บางครั้งเชลยศึกหลายคนไม่มีเงิน บุญผ่องให้เชลยกู้ยืมเงินเพื่อไปซื้อของ จอห์น โคสต์ อดีตเชลยศึกชาวอังกฤษ ได้เคยบันทึกว่า “พวกเชลยผอมโซ ขาดอาหารและไม่มีเงิน เขาก็ให้กู้โดยมีสิ่งของ เช่นนาฬิกา แหวน หรือซองบุหรี่เป็นประกัน พวกเรายังไม่ค่อยเชื่อใจเขานัก แต่กาลเวลาพิสูจน์ เขามีสัจจะตามคำพูดทุกอย่าง เขาคืนสิ่งของให้กับทุกคนที่มาไถ่”

สุดท้ายเมื่อคุณสุรัตน์ ผู้เป็นภรรยาของบุญผ่องทราบเรื่อง ก็เกิดการทะเลาะกันในครอบครัวอย่างรุนแรง ฝ่ายหนึ่งไม่ต้องการให้ครอบครัวมีอันตราย แต่อีกฝ่ายหนึ่งยอมเปลืองตัวเพื่อช่วยชีวิตผู้คนไม่ให้ตายไปต่อหน้า แม้ต้องเดิมพันชีวิตด้วยครอบครัว ภรรยา ลูกสาวและครอบครัวของสิริเวชชะพันธุ์ทุกคน

บุญผ่อง ณ. ปากแพรก สงครามมิอาจกั้นมนุษยธรรม

กระทั่งปลายปี พ.ศ. 2487 สงครามโลกใกล้สงบ กองทัพญี่ปุ่นกำลังพ่ายแพ้ทุกสมรภูมิรบ บุญผ่องได้ถูกลอบยิงในเมืองได้รับบาดเจ็บ ซึ่งสันนิษฐานว่ามาจากคนที่ไม่พอใจบุญผ่องช่วยเหลือทหารเชลยศึก ต่อมาหมอเวรี่ได้เคยบันทึกไว้ว่า “บุญผ่องรอดตายจากการถูกยิง กระสุนทะลุเข้าที่หน้าอก” แต่ด้วยฝีมือความพยายามอย่างสุดชีวิตของทีมแพทย์ของอดีตเชลยศึกเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งบุญผ่องรอดพ้นอันตราย มีชีวิตยืนยาวต่อมาจนออกมาทำธุรกิจรถเมล์บุญผ่อง โดยได้รับการช่วยเหลือจากทหารฝ่ายสัมพันธมิตรยกรถบรรทุกร่วม 200 คันที่ยึดได้จากทหารญี่ปุ่น ให้เขามาประกอบธุรกิจรถประจำทางในเมืองหลวงในปีพ.ศ. 2490

หลังสงครามอดีตเชลยต่างชาติและชาวต่างชาติต่างยกย่องให้เขาเป็น…วีรบุรุษแห่งทางรถไฟสายมรณะ…ผู้ที่ชาวต่างชาติหลายพันคนยืนยันว่า “ พวกเขาเป็นหนี้บุญคุณนายบุญผ่องตลอดชีวิต เป็นหนี้…ที่ใช้คืนไม่หมด!!! ”

ในปีพ.ศ. 2491 นายบุญผ่อง ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากรัฐบาลออสเตรเลีย อังกฤษและเนเธอร์แลนด์ และทุกวันคริสต์มาส เขาและภรรยาได้รับจดหมายอวยพรและของขวัญจากเชลยศึกเป็นจำนวนมาก และพระนางเจ้าอลิซาเบธที่สองและพระสวามี เมื่อครั้งเสด็จมาเยือนเมืองไทยในปี พ.ศ. 2515 ได้รับสั่งให้บุญผ่องและภรรยาเข้าเฝ้าและร่วมโต๊ะเสวยด้วย และได้รับการประดับยศเป็นพันโทบุญผ่องของอังกฤษและเนเธอร์แลนด์

จนเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2525 มีการตีพิมพ์ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ และออสเตรเลียรายงานว่า วีรบุรุษสงครามโลกชาวไทยได้เสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดในหัวใจพอง มีการสัมภาษณ์อดีตทหารผ่านศึกหลายคน กล่าวยกย่องความกล้าหาญและทำให้พวกเขารอดชีวิตมาได้เพราะผู้ชายไทยคนนี้

ปี พ.ศ. 2541 ในวันเปิดพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดในวันเปิดพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด กาญจนบุรี เพื่อรำลึกถึงทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ รัฐบาลออสเตรเลียโดยนายจอห์น โฮวาร์ด นายกรัฐมนตรี ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการให้บันทึกความกล้าหาญของนายบุญผ่องเอาไว้โดยมอบใบประกาศยอมรับว่าพวกเขาเป็นหนี้นายบุญผ่อง โดยมอบให้กับหลายชายนายบุญผ่อง และระบุในใบประกาศว่า

“ ขอให้ประกาศนียบัตรฉบับนี้เป็นเครื่องหมายแห่งความสำนึกในบุญคุณ อันหาที่สิ้นสุดมิได้ของเรา สำหรับการกระทำที่เปี่ยมไปด้วยคุณงามความดีของบรรพบุรุษของท่านและขอให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความอบอุ่นของมิตรภาพของเรา ซึ่งเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ นับแต่สงครามเป็นต้นมา…”

ในช่วงชีวิตของคนเราที่อายุยืนยาวมาหลายสิบปี คนอื่นจะจำชีวิตของเราได้ในบางช่วงที่สำคัญเท่านั้น ชีวิตของคนคนหนึ่งจะให้คนอื่นจดจำอย่างไร เรามีสิทธิ์เลือกได้

ที่มา นิตสารสารคดี

ข่าวล่าสุด

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง

จีนพัฒนา ‘ชิปเส้นใย’ บางกว่าเส้นผม ฝังพลังประมวลผลในผ้า-อุปกรณ์ฝังสมอง

นักวิทยาศาสตร์จีนพัฒนา "ชิปเส้นใย" (fiber chip) ยืดหยุ่นและมีลักษณะคล้ายเส้นด้าย ซึ่งสามารถทอรวมเข้าไปในเนื้อผ้าได้ ความก้าวหน้านี้อาจนำไปสู่สิ่งทอที่ทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลแบบโต้ตอบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในสมองขั้นสูงที่สามารถประมวลผลสัญญาณภายใน และระบบสัมผัสในโลกเสมือนจริงที่สมจริงยิ่งขึ้น

นิทรรศการศิลปะ “วาดจากใจ”

นิทรรศการซึ่งถ่ายทอดผลงานศิลปะจากหัวใจ ของศิลปินแห่งความหลากหลาย เพื่อยกย่องคุณค่า ความสามารถ และศักยภาพของกลุ่มคนผู้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

“เบื้องหลัง” กะเหรี่ยง ..กอทูเล  ...

สแกนแผนลึกเนปิดอว์ แบ่งแยกแล้วปกครอง ฉกฉวยรอยแยกชาติพันธุ์ ขยี้ปีกทายาทนักสู้ จับตาหมากรุกมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน ในสงครามตัวแทนที่ปิดไม่มิด และบทพิสูจน์ชั้นเชิงอธิปไตยไทย

ข่าวอื่นๆ

นิทรรศการศิลปะ “วาดจากใจ”

นิทรรศการซึ่งถ่ายทอดผลงานศิลปะจากหัวใจ ของศิลปินแห่งความหลากหลาย เพื่อยกย่องคุณค่า ความสามารถ และศักยภาพของกลุ่มคนผู้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

เรื่องราวของ ชาร์ลส์ จ็อกกิน หัวหน้าคนทำขนมปังชาวอังกฤษ…

ในคืนที่โชคร้ายนั้น เมื่อเรือไททานิก ชนภูเขาน้ำแข็ง และจมลง ชาร์ลส์ จ็อกกิน ก็กำลังดื่มด่ำกับงานอดิเรกที่เขาโปรดปรานในห้องพักของเขาตามปกติ เมื่อได้ยินเสียงเสียดสีเบา ๆ ทางด้านขวาของเรือ เขาจึงออกไปที่ดาดฟ้า

กำเนิด “เพนตากอน” อภิมหาตึกห้าเหลี่ยม เขี้ยวเล็บพญาอินทรี

ท่ามกลางความร้อนระอุของสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาได้ประกาศความสำเร็จในการก่อสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของกระทรวงการสงคราม (War Department) หรือที่เรารู้จักกันในปัจจุบันว่า "เดอะ เพนตากอน" (The Pentagon) อาคารรูปร่างแปลกตาแต่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม