วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตอิหร่าน : แผ่นดินที่เปิดประตูรับผู้ลี้ภัยโปแลนด์ในสงครามโลกครั้งที่สอง

อิหร่าน : แผ่นดินที่เปิดประตูรับผู้ลี้ภัยโปแลนด์ในสงครามโลกครั้งที่สอง

เผยแพร่

spot_img

ในช่วงเวลาที่โลกกำลังจมอยู่ในความโหดร้ายของ สงครามโลกครั้งที่สอง มีเหตุการณ์หนึ่งที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงในหน้าประวัติศาสตร์ นั่นคือบทบาทของอิหร่านในฐานะดินแดนแห่งความหวังของผู้ลี้ภัยชาวโปแลนด์

ระหว่างปี 1942–1945 อิหร่านได้กลายเป็นสถานที่พักพิงของผู้ลี้ภัยชาวโปแลนด์มากกว่า 100,000 คน ที่หลบหนีออกมาจากสหภาพโซเวียต หลังจากที่พวกเขาถูกกวาดต้อนและเนรเทศไปยังไซบีเรียและพื้นที่ห่างไกลของสหภาพโซเวียตภายหลังการรุกรานโปแลนด์ในปี 1939

ผู้ลี้ภัยเหล่านี้ประกอบด้วยทั้ง ทหาร ครอบครัว เด็กกำพร้า และพลเรือนจำนวนมาก หลายคนต้องเดินทางผ่านภูมิประเทศที่โหดร้าย อดอยาก และเผชิญกับโรคภัยระหว่างทาง

#เส้นทางแห่งความหวังจากโซเวียตสู่เปอร์เซีย

หลังจากเยอรมนีนาซีเปิดฉากโจมตีสหภาพโซเวียตในปี 1941 สถานการณ์ทางการเมืองได้เปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลโซเวียตจึงยอมปล่อยตัวเชลยและพลเมืองโปแลนด์จำนวนมาก และอนุญาตให้พวกเขาออกจากประเทศร่วมกับกองกำลังโปแลนด์ที่นำโดย พลเอก Władysław Anders

การอพยพครั้งใหญ่นี้นำผู้ลี้ภัยจำนวนมหาศาลข้ามทะเลแคสเปียนมายัง เมืองปาห์ลาวี (ปัจจุบันคือ Bandar-e Anzali) ทางตอนเหนือของอิหร่าน

ที่นี่เอง ผู้ลี้ภัยที่อ่อนแรงจากการเดินทางอันยาวนานได้รับ อาหาร การรักษา และที่พักพิงชั่วคราว

#อิศฟาฮาน : เมืองของเด็กโปแลนด์

เมืองหนึ่งในอิหร่านที่มีบทบาทสำคัญคือ อิศฟาฮาน (Isfahan) ซึ่งต่อมาได้รับฉายาว่า

“เมืองของเด็กโปแลนด์” (City of Polish Children)

เด็กกำพร้าหลายพันคนถูกนำมาดูแลที่นี่ โรงเรียน ศูนย์ดูแล และชุมชนผู้ลี้ภัยถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยให้พวกเขาฟื้นตัวจากความอดอยากและความสูญเสียจากสงคราม

ในบรรดาผู้ลี้ภัยเหล่านั้น ยังมี ชาวยิวโปแลนด์มากกว่า 5,000 คน ที่สามารถหนีจากความโหดร้ายของยุโรปในช่วงยุคนาซีได้ และอิหร่านก็กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ช่วยให้พวกเขารอดชีวิต

#ความทรงจำที่เชื่อมสองชาติ

สำหรับชาวโปแลนด์จำนวนมาก อิหร่านไม่ได้เป็นเพียงจุดผ่านทาง แต่เป็น แผ่นดินที่ช่วยชีวิตพวกเขา

หลังจากพักฟื้นในอิหร่าน ผู้ลี้ภัยจำนวนหนึ่งถูกส่งต่อไปยังอินเดีย แอฟริกา หรือประเทศพันธมิตรอื่น ๆ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

จนถึงทุกวันนี้ ในหลายเมืองของอิหร่านยังมี สุสานของผู้ลี้ภัยชาวโปแลนด์ ที่เสียชีวิตระหว่างการเดินทาง และความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่าง โปแลนด์และอิหร่าน

ในช่วงเวลาที่โลกเต็มไปด้วยกำแพงแห่งความหวาดกลัว อิหร่านได้เลือกที่จะเปิดประตูต้อนรับผู้คนที่กำลังหนีจากสงคราม

เรื่องราวนี้จึงเป็นหนึ่งในบทพิสูจน์ว่า

แม้ในยุคที่มืดมนที่สุดของประวัติศาสตร์ มนุษยธรรมก็ยังคงส่องสว่างอยู่เสมอ

อ้างอิง

Norman Davies, Trail of Hope: The Anders Army, An Odyssey Across Three Continents (Oxford: Osprey Publishing, 2015).

Tadeusz Piotrowski, Poland’s Holocaust (McFarland, 1998).

United States Holocaust Memorial Museum, Polish Refugees in Iran during World War II.

Iran Chamber Society, The Polish Refugees in Iran (1942–1945).

Antony Polonsky, The Jews in Poland and Russia, Vol. III (Littman Library of Jewish Civilization, 2012).

| Agenda Today |#agenda_today

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

มันเริ่มต้นในชื่อ “Hey Jules”

เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1968 ซินเธีย เลนนอน (Cynthia Lennon) เพิ่งกลับจากการพักผ่อนสองสัปดาห์ในกรีซ เธอแวะผ่านกรุงโรม ก่อนจะเดินทางถึงลอนดอนด้วยสภาพที่สดชื่นและผ่อนคลาย

เท็กซัส: จากดินแดนเม็กซิโก สู่รัฐอเมริกา

ทุกท่านเคยได้ยินสุภาษิตมลายูโบราณไหมว่า “ทำดีต้องมีขอบเขต ทำชั่วอย่าทำแม้ครั้งเดียว” หรือสุภาษิตมลายูที่เจ็บแสบกว่านั้นว่า “เลี้ยงลิงในป่า แต่ลูกในบ้านกลับอดตาย”

ตระกูลเวชชาชีวะ : จากเรือใบเมืองจันทบุรี สู่ตระกูลการเมือง-การแพทย์

จากเสื่อผืนหมอนใบของชาวจีนฮากกา สู่การเป็นตระกูลที่ได้รับพระราชทานนามสกุลจากล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 นี่คือเรื่องราวของการเดินทางผ่านกาลเวลาของครอบครัวใหญ่ที่สมาชิกแต่ละรุ่นต่างมีทางเดินของตัวเอง แม้บางครั้งจะยืนอยู่คนละฝั่งของอุดมการณ์ก็ตาม