วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตเจ้าหญิงรูธ…ผู้สืบเชื้อสายตรงจากราชวงศ์ฮาวาย

เจ้าหญิงรูธ…ผู้สืบเชื้อสายตรงจากราชวงศ์ฮาวาย

เผยแพร่

spot_img

เจ้าหญิงรูธ เคเอลีโกแลนี เกิดในปี 1826 ในฐานะผู้สืบเชื้อสายตรงจากราชวงศ์ฮาวาย ชั้นสูงสุดทั้งสองฝั่ง แต่ตั้งแต่วัยเด็ก เธอต้องเฝ้ามองโลกที่ตัวเองรู้จักค่อยๆเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา

มิชชันนารีคริสเตียนเดินทางมาถึงฮาวาย พร้อมความเชื่อว่าพวกเขากำลังช่วย “ชำระ” ชาวฮาวายให้พ้นจากความป่าเถื่อน พวกเขาสั่งห้ามระบำฮูล่า บังคับให้แต่งกายแบบตะวันตก พูดภาษาอังกฤษ และต้องละทิ้งเทพเจ้าที่บรรพบุรุษเคารพบูชามานานนับพันปี

ในขณะที่เชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ เริ่มเปลี่ยนไปนับถือคริสต์และใช้ชีวิตแบบตะวันตก “แต่เจ้าหญิงรูธกลับเลือกทางตรงกันข้าม” เธอรื้อฟื้นระบบ “คาปู” กฎระเบียบและจิตวิญญาณดั้งเดิม ที่เคยถูกสั่งยกเลิกไปก่อนเธอเกิดให้กลับมามีพลังอีกครั้ง

เธอทำพิธีกรรมที่ถูกสั่งห้ามอย่างเปิดเผย และไม่มีใครกล้าหยุดเธอได้ ด้วยสถานะและอำนาจในฐานะผู้ว่าราชการเกาะฮาวาย และเธอยังมีกฎเหล็กข้อหนึ่ง ที่ทำให้ชาวตะวันตกแทบคลั่ง รูธเข้าใจภาษาอังกฤษอย่างทะลุปรุโปร่ง อ่านออกเขียนได้ และเข้าใจเกมการเมืองซับซ้อน แต่เธอเลือกจะไม่ใช้มันเป็นภาษาที่เปล่งออกมา

หากนักธุรกิจหรือนักการทูตคนไหนต้องการเข้าพบ มีทางเลือกเดียว คือต้องพูดภาษาฮาวาย หรือไม่ก็ไปหาล่ามมา ในยุคที่เด็กฮาวายถูกลงโทษเพียงเพราะพูดภาษาของตัวเอง ภาพของสตรีผู้ทรงอิทธิพลนั่งอยู่ในบ้านหญ้าแบบดั้งเดิม และบังคับให้ผู้มาเยือนต้องหาล่าม คือการประกาศว่า ภาษานี้ยังมีศักดิ์ศรี

และแม้เธอจะมีบ้านหรูสไตล์ตะวันตก มีเงินมากพอจะใช้ชีวิตอย่างไรก็ได้ แต่รูธเลือกอาศัยอยู่ในบ้านหญ้าหลังเล็ก และใช้เป็น “ที่ว่าการ” จนแขกผู้มีอำนาจจากโลกตะวันตกต้องยอมถอดรองเท้า และก้าวเข้าสู่โลกของฮาวายดั้งเดิมเพื่อเจรจากับเธอ

ราวกับจะบอกว่า เธอซื้อโลกของพวกเขาได้ แต่เธอเลือกจะอยู่ในโลกของตัวเอง เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 1870 รูธกลายเป็นเจ้าของที่ดินเอกชนรายใหญ่ที่สุดในฮาวาย เธอครอบครองที่ดินราว 9 แสนไร่ คิดเป็นเกือบ 9% ของทั้งหมู่เกาะ เธอรู้ดีว่าอิทธิพลอเมริกันกำลังรัดแน่นขึ้น ราชวงศ์เริ่มอ่อนแรง และฮาวายอาจไม่เหลือสถานะประเทศเอกราชในอีกไม่กี่ชั่วอายุคน 

เธอจึงตัดสินใจวางหมากตัวสุดท้ายที่สำคัญที่สุด ก่อนเสียชีวิตในปี 1883 รูธยกที่ดินและทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่ลูกพี่ลูกน้อง เพื่อนำไปก่อตั้งโรงเรียนคาเมฮาเมฮา สถาบันที่สร้างขึ้นเพื่อเด็กชาวฮาวายโดยเฉพาะ เพราะเธอเชื่อมั่นว่า “ที่ดินคือตัวตน และการศึกษาคือการอยู่รอด” 

รูธเสียชีวิตไปเพียงสิบปีก่อนที่ระบบกษัตริย์จะถูกโค่นล้ม เธอไม่ทันเห็นจุดจบของอาณาจักร แต่สิ่งที่เธอทิ้งไว้ยืนยาวกว่านั้น ปัจจุบัน คาเมฮาเมฮาเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่มั่งคั่งที่สุดในสหรัฐฯ ดูแลนักเรียนชาวฮาวายนับพันคน ภาษาและวัฒนธรรมฮาวายยังคงเติบโตอยู่ที่นั่น

ทุกครั้งที่มีคนพูดภาษาฮาวายในที่สาธารณะ

หรือมีเด็กจบการศึกษาจากแผ่นดินที่เธอปกป้องไว้ นั่นคือผลลัพธ์จากการวางหมากที่เธอตัดสินใจทำ ก่อนจะจากโลกนี้ไป

 Cr.เพจ สาระความรู้

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

พระครูภาวนาสาธุกิจ (หลวงปู่ชนะ อุตฺตมลาโภ) พระเถระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

พระครูภาวนาสาธุกิจ (หลวงปู่ชนะ อุตฺตมลาโภ) อายุ 84 ปี ท่านเป็นพระเถระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มักน้อย สันโดษ มีจิตเมตตาและมีบทบาทสำคัญในด้านสังคมสงเคราะห์

“Black Hole”

เป็นภาพยนตร์สัญชาติอังกฤษ ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความโลภของมนุษย์ ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความยาวไม่ถึง 3 นาทีและผู้ชมต่างตกตะลึงกับตอนจบ

การห่มสใบใส่คู่ยืนส์ กลายเป็นหนึ่งในภาพที่ถูกพูดถึงมากที่สุดช่วงนี้…

วัฒนธรรม... ในสายตาคนรุ่นใหม่ สำหรับคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย สไบไม่ใช่ของศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องเก็บไว้ใช้เฉพาะพิธีแต่มันคืออัตลักษณ์ที่ควรถูกใช้ มีชีวิต และเดินไปพร้อมกับปัจจุบัน...