วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิต“แอน ทองประสม” ย้อนอดีตสู้ชีวิต จากเด็กที่จนที่สุดในโรงเรียน ส่งต่อแรงบันดาลใจในวันเด็ก

“แอน ทองประสม” ย้อนอดีตสู้ชีวิต จากเด็กที่จนที่สุดในโรงเรียน ส่งต่อแรงบันดาลใจในวันเด็ก

เผยแพร่

spot_img

เป็นนางเอกที่ไม่ได้มีต้นทุนชีวิตที่ดี แต่สามารถผลักดันตัวเองจนมายืนอยู่ในจุดที่ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งไม่ได้มาง่ายๆ สำหรับ “แอน ทองประสม” เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 10 ม.ค.69 แอนเลยขอย้อนเล่าชีวิตของ ด.ญ. แอน ถ่ายทอดความทรงจำ เพื่อหวังเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ที่อาจมีชีวิตเหมือนกัน ในวันที่ไม่มีอะไรพร้อม ไม่มีพ่อแม่อยู่เคียงข้าง

“หนูเป็นเด็กเลี้ยงง่าย กินง่าย อยู่ง่าย

อยู่กับยายสองคนตั้งแต่เกิด

กินนมโรงเรียนที่มาแจกปีละหนึ่งถุง

(โตมาได้ยังไง…หนูก็ยังงงอยู่เหมือนกันค่ะ 😂)

หนูเรียนหนังสือเก่งปานกลาง

แต่หนูเด่นเรื่องกิจกรรมและกีฬา

หนูชอบแข่งวิ่ง แข่งสอบ แข่งทุกอย่าง

เพราะถ้าชนะ หนูจะได้ทุน

แล้วเอาเงินนั้นมาให้ยาย

ขนมถุงแทบไม่ค่อยได้กิน

หนูปีนต้นมะพร้าว ตัดกล้วยหลังบ้าน

ลงเงินกับเพื่อนซื้อแป้ง

มาทำขนมไทยกินเอง

เพราะมันได้ “เยอะกว่า” และอิ่มกว่า☺️

หนูไม่เคยโดดเรียน

ชื่อฟังครูทุกอย่าง เพราะกลัวโดนลงโทษ

ในโรงเรียน หนูจนที่สุด

และเป็นขาประจำของแถวรับชุดนักเรียนแจกฟรี

(โควต้านี้ไม่ได้ได้ง่าย ๆ นะคะ…ต้องจนจริง ๆเท่านั้น!🥰)

หนูเป็นเด็กอดทน

ถ้าไม่มี ยายจะให้รอ

รอจนกว่าจะได้สิ่งนั้นมา

แต่เชื่อไหม…หนูเป็นเด็กที่มีความสุขมาก

มีความสุขทุกวัน

ไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่เจอคือความลำบาก

เพราะหนูโตมากับสภาพแวดล้อมแบบนี้อยู่แล้ว 🤍

หนูขอบคุณยาย

ขอบคุณคุณครู

และขอบคุณตัวเอง

ที่เก่งพอที่โตมาได้

หนูเชื่อว่าเด็กคนหนึ่งจะเติบโตได้

ทั้งจากการเลี้ยงดู

และจากการเผชิญโลกด้วยตัวเอง

การเผชิญโลก ทำให้หนูโตเร็ว

และเรียนรู้เร็ว

วันเด็กนี้

หนูอยากเป็นกำลังใจให้เด็ก ๆ

ที่มีชีวิตใกล้เคียงกับหนูว่า

ถึงจะไม่มีอะไรพร้อม

ถึงจะไม่มีพ่อแม่อยู่เคียงข้าง

ขอแค่เรารักและ “ให้เกียรติ” ความเป็นมนุษย์ของตัวเอง

“ขัดเกลา” และ “ลับคม” ตัวเองเข้าไว้

หนูเชื่อว่า

เราจะผ่านไปได้ทุกสถานการณ์ค่ะ

สุขสันต์วันเด็กนะคะ 🤍

ด.ญ.แอน ทองประสม”

แอน ทองประสม เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519 เป็นลูกครึ่งไทย-สวีเดน มารดาเป็นคนไทยส่วนบิดาเป็นชาวสวีเดน แอนเป็นลูกคนกลาง มีพี่ชายและน้องชายอย่างละหนึ่งคน มีชื่อเล่นว่า “บุ๋ม เมื่อตอนเด็กแอนอาศัยอยู่กับยาย โดยแม่จะส่งค่าเทอมค่าใช้จ่ายมาให้ ซึ่งตอนนั้นยายของแอนมีอายุประมาณ 70 ปี เมื่อแรกเกิดยายตั้งชื่อให้ว่าศรีจันทร์ ตามชื่อแม่คือศรีจิต แต่ศรีจิต มองว่าชื่อนั้นเชย จึงพาลูกไปเปลี่ยนชื่อที่อำเภอ 

แอนสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนเทพลีลา และมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนบางกะปิ จบการศึกษา ระดับปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และระดับปริญญาโท คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (สาขาการบริหารสื่อสารมวลชน)

ข่าวล่าสุด

พรุ่งนี้เริ่มแล้ว! งานฉลอง 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ 

ชมมหรสพใหญ่ 3 พื้นที่พร้อมกัน 5 วัน 5 คืนเต็ม ดูโขน การแสดง หนังกลางแปลง เที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน เดินตลาดย้อนยุค ไหว้พระขอพร ชมงานไฟแสงสีเสียงจัดเต็ม #เข้าฟรีตลอดงาน จัดปีละครั้งเท่านั้น

อิสราเอลเผยแผนการเตรียมยึดครองตอนใต้ของเลบานอน

กองทัพ Israel Defense Forces ระบุว่ามีแผนจะคงกำลังในประเทศเพื่อนบ้าน แม้จะมีเสียงเรียกร้องให้ถอนกำลัง

“ธรรมนูญงานศพ” : หยุดค่านิยมจอมปลอม คืนความถูกต้องให้สังคม   

โดย พจน์ เมืองนนท์       งานศพในปัจจุบันกำลังกลายเป็น "กับดัก" ที่กักขังชาวบ้านไว้ด้วยหนี้สินและหน้าตา ถึงเวลาที่ต้องพูดความจริงกันอย่างตรงไปตรงมาว่า ความยิ่งใหญ่ของงานพิธี ไม่ได้สะท้อนถึงความกตัญญูหรือความดีงาม แต่คือการเบียดเบียนตนเองและครอบครัวอย่างขาดสติ ผมขอเสนอ "ธรรมนูญงานศพ" เพื่อเป็นมาตรฐานแห่งการตื่นรู้ของชุมชน ดังนี้:  1. ถึงผู้นำและผู้ทรงเกียรติ: อย่าให้ตำแหน่งบดบังหัวใจ การก้าวขึ้นเป็นประธานในพิธีของท่าน...

สี จิ้นผิง หารือกับมกุฎราชกุมารซาอุฯ ‘ ระบุช่องแคบฮอร์มุซ ควรเปิดเสรี’  

เป็นครั้งแรกที่ผู้นำจีนออกมาเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้เปิดเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์แห่งนี้อีกครั้ง หลังจากถูกปิดล้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ข่าวอื่นๆ

มันเริ่มต้นในชื่อ “Hey Jules”

เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1968 ซินเธีย เลนนอน (Cynthia Lennon) เพิ่งกลับจากการพักผ่อนสองสัปดาห์ในกรีซ เธอแวะผ่านกรุงโรม ก่อนจะเดินทางถึงลอนดอนด้วยสภาพที่สดชื่นและผ่อนคลาย

เท็กซัส: จากดินแดนเม็กซิโก สู่รัฐอเมริกา

ทุกท่านเคยได้ยินสุภาษิตมลายูโบราณไหมว่า “ทำดีต้องมีขอบเขต ทำชั่วอย่าทำแม้ครั้งเดียว” หรือสุภาษิตมลายูที่เจ็บแสบกว่านั้นว่า “เลี้ยงลิงในป่า แต่ลูกในบ้านกลับอดตาย”

ตระกูลเวชชาชีวะ : จากเรือใบเมืองจันทบุรี สู่ตระกูลการเมือง-การแพทย์

จากเสื่อผืนหมอนใบของชาวจีนฮากกา สู่การเป็นตระกูลที่ได้รับพระราชทานนามสกุลจากล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 นี่คือเรื่องราวของการเดินทางผ่านกาลเวลาของครอบครัวใหญ่ที่สมาชิกแต่ละรุ่นต่างมีทางเดินของตัวเอง แม้บางครั้งจะยืนอยู่คนละฝั่งของอุดมการณ์ก็ตาม