หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตRECAP : ไวรัลบทกลอนถวายสมเด็จพระพันปีหลวง สละสลวยงดงามสมกับเป็น "อักษรศาสตร์"

RECAP : ไวรัลบทกลอนถวายสมเด็จพระพันปีหลวง สละสลวยงดงามสมกับเป็น “อักษรศาสตร์”

เผยแพร่

spot_img

[คำประพันธ์ 4 บาท ที่ซ่อนความหมายลึกซึ้ง]

วันที่ 27 ตุลาคม 2568 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เผยแพร่คำประพันธ์ถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ โดยคำประพันธ์ดังกล่าวประพันธ์โดย ผศ. ดร.ประพจน์ อัศววิรุฬหการ 

บทกลอนเพียง 4 บาทนี้ กลับสร้างกระแสอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ มีผู้กดแสดงความรู้สึกมากกว่า 15,000 คน และถูกแชร์ต่อไปมากกว่า 5,900 ครั้ง ด้วยความงดงามของการใช้ภาษาที่ซ่อนเร้นไว้อย่างแนบเนียน

“เสด็จมาเปนสิริแก่รัฐราษฎร์

เสด็จมาเปนกิติประสาทสาร

เสด็จไปทรงสิรินิรันดร์กาล

เสด็จไปกิติพิมานสวรรค์เทอญ”

แล้วอะไรคือเสน่ห์ที่ทำให้บทกลอนนี้ประทับใจคนไทยจนต้องแชร์กัน?

[2 กลบทที่ซ่อนไว้อย่างชาญฉลาด]

ผู้ชมจำนวนมากต่างชื่นชมความประณีตของบทกลอน โดยเฉพาะกลบทที่ซ่อนอยู่อย่างน้อย 2 จุด

*จุดแรก*คือการใช้คำว่า “เสด็จมา – เสด็จไป” เป็นคู่ตรงข้ามที่สะท้อนวงจรชีวิต ตั้งแต่การประสูติ จนถึงการเสด็จสู่สวรรคาลัย อย่างสมบูรณ์แบบ

*จุดที่สอง* และที่น่าทึ่งที่สุด คือการแทรกพระนามเดิมของสมเด็จพระพันปีหลวง คือ “สิริกิติ์” โดยแยกเป็นคำว่า “สิริ” และ “กิติ” ซ่อนอยู่ในทั้ง 4 บาท อย่างลงตัวและไพเราะ

การเรียงคำแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากต้องรักษาความหมาย อารมณ์ และฉันทลักษณ์แล้ว ยังต้องสอดแทรกพระนามให้ลื่นไหลไปกับบทกลอนอีกด้วย

แต่คนรุ่นใหม่จะเข้าใจความลึกซึ้งเหล่านี้ได้อย่างไร เมื่อภาษาไทยโบราณดูยากลำบาก?

[เมื่อ AI เข้ามาเป็นตัวช่วยไขความหมาย]

ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้น เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งนำบทกลอนไปให้ ChatGPT ช่วยแปลและขยายความ ผลลัพธ์ที่ได้กลับตอบโจทย์อย่างน่าประหลาดใจ

AI ได้ถอดความแต่ละบาทออกมาเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย

**”เสด็จมาเปนสิริแก่รัฐราษฎร์”** แปลว่า การประสูติของพระองค์นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่แผ่นดินและประชาชน

**”เสด็จมาเปนกิติประสาทสาร”** หมายถึง การเสด็จมาเป็นดั่งเกียรติยศที่แผ่ขจรไปทั่วแผ่นดิน

**”เสด็จไปทรงสิรินิรันดร์กาล”** คือ แม้เสด็จสู่สวรรคาลัย พระเกียรติคุณยังคงอยู่เป็นนิรันดร์

**”เสด็จไปกิติพิมานสวรรค์เทอญ”** หมายความว่า ขอให้เสด็จสถิตในวิมานสวรรค์อันรุ่งเรืองด้วยพระเกียรติยศ

ChatGPT ยังสรุปความหมายรวมได้อย่างไพเราะว่า “เมื่อครั้งพระองค์เสด็จมาบังเกิด ทรงนำความเป็นสิริมงคลและเกียรติยศมาสู่แผ่นดินไทย แม้เมื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย พระสิริพระเกียรติยังคงอยู่ชั่วนิรันดร์”

ความสามารถของ AI ในการแปลวรรณกรรมไทยทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า นี่คือโอกาสหรืออุปสรรคต่อการเรียนรู้ภาษาไทย?

[ความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกระแส]

กระแสของบทกลอนนี้สะท้อนให้เห็นถึงหลายสิ่ง…

*หนึ่ง* คนไทยยังคงซาบซึ้งในความงดงามของภาษาไทย แม้จะอยู่ในยุคดิจิทัล การที่มีคนแชร์กันมากกว่า 5,900 ครั้ง แสดงว่าวรรณกรรมไทยยังมีพลังสัมผัสหัวใจผู้คน

*สอง*เทคโนโลยี AI กำลังเข้ามาเป็นสะพานเชื่อมระหว่างวรรณกรรมโบราณกับคนรุ่นใหม่ ทำให้คนที่ไม่มีพื้นฐานภาษาไทยลึกซึ้ง สามารถเข้าถึงความหมายได้ง่ายขึ้น

*สาม* การใช้ภาษาระดับสูงยังคงเป็นศิลปะที่มีคุณค่า โดยเฉพาะในโอกาสสำคัญที่ต้องการแสดงความเคารพและความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง

คอมเมนต์จากผู้ใช้เฟซบุ๊กล้วนแสดงความชื่นชมต่อการใช้ภาษาที่สละสลวย การเรียงร้อยคำได้สวยงาม และความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์ได้ซาบซึ้งกินใจ สมกับที่มาจากสถาบันที่เป็นแหล่งเรียนรู้ภาษาไทยชั้นแนวหน้าอย่างคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

[เมื่อวรรณกรรมกับเทคโนโลยีเดินคู่กันไป]

ปรากฏการณ์นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ AI เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้วรรณกรรมไทย ไม่ใช่เพื่อแทนที่ครูหรือนักวิชาการ แต่เพื่อเป็นประตูสู่การเข้าถึงที่ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความงดงามที่แท้จริงของบทกลอน ยังคงอยู่ที่การซึมซับด้วยหัวใจ การสัมผัสถึงจังหวะ ฉันทลักษณ์ และความหมายที่ซ่อนเร้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI อาจช่วยอธิบายได้ แต่ไม่สามารถทดแทนประสบการณ์ในการอ่านและซาบซึ้งด้วยตนเองได้

คำถามที่เราควรคิดต่อ

ในยุคที่เทคโนโลยีสามารถช่วยแปลและอธิบายวรรณกรรมไทยได้ เราจะใช้เครื่องมือนี้เพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจภาษาไทยมากขึ้นได้อย่างไร? และเราจะรักษาคุณค่าของการเรียนรู้ภาษาไทยอย่างลึกซึ้งไว้ได้อย่างไร ท่ามกลางความสะดวกสบายที่เทคโนโลยีมอบให้?

ลองแชร์ความคิดเห็นของคุณกันได้เลยครับ ว่าคุณมองการใช้ AI ในการทำความเข้าใจวรรณกรรมไทยในแง่บวกหรือลบ และเรามีวิธีใดบ้างที่จะทำให้ภาษาไทยยังคงเป็นมรดกอันมีค่าที่สืบทอดต่อไป?

#บทกลอนไวรัล #อักษรศาสตร์จุฬา #ภาษาไทย

#วรรณกรรม #ChatGPT #พระพันปีหลวง #ถวายอาลัย #NationSTORY

ข่าวล่าสุด

สงคราม…ใบกะเพรา !จากพืชสามัญประจำบ้านยอดฮิต สู่คำถามใหญ่เรื่องสิทธิและผลประโยชน์

เจาะ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ปมแบ่งปันผลประโยชน์และความไว้วางใจต่อรัฐ เมื่อพืชคู่ครัวไทยกลายเป็นเดิมพันระหว่างนวัตกรรมเอกชนกับทรัพยากรพันธุกรรมส่วนรวม

”ปลดล็อก“…ที่ดินเวนคืน รฟม.เปิดทางเอกชนใช้ทางเข้า-ออกได้ แต่ห้ามใช้ทรัพย์สินรัฐเอื้อประโยชน์เฉพาะราย

บทเรียน “แอชตัน-อโศก” ย้ำว่า อำนาจรัฐต้องชอบด้วยกฎหมายและรับผิดชอบต่อสาธารณะ

ย้อนรอยความฝันและตัวตนที่เคยหล่นหาย: สิทธิธรรม โรหิตะสุข กับนิทรรศการเฉพาะกิจ “ว่าด้วยนักศึกษาศิลปะคนหนึ่งซึ่งมีความฝันอยากเป็นศิลปินคอนเซปชวลแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ : กรณี สิทธิเดช โรหิตะสุข”

ในเส้นทางชีวิตของคนเรา มีสักกี่ครั้งที่เราจะได้หวนกลับไปพบกับ "ความฝันในวัยเยาว์" ที่เคยหล่นหายไประหว่างทาง นิทรรศการศิลปะล่าสุดจาก สิทธิธรรม โรหิตะสุข (หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อเดิม สิทธิเดช โรหิตะสุข) ณ VS Gallery

อุเทนถวาย-ปทุมวัน ปมขัดแย้ง…ครึ่งศตวรรษ !

งดเรียน 90 วันอาจหยุดเหตุเฉพาะหน้า แต่ไม่อาจหยุดวงจรความรุนแรง

ข่าวอื่นๆ

ย้อนรอยความฝันและตัวตนที่เคยหล่นหาย: สิทธิธรรม โรหิตะสุข กับนิทรรศการเฉพาะกิจ “ว่าด้วยนักศึกษาศิลปะคนหนึ่งซึ่งมีความฝันอยากเป็นศิลปินคอนเซปชวลแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ : กรณี สิทธิเดช โรหิตะสุข”

ในเส้นทางชีวิตของคนเรา มีสักกี่ครั้งที่เราจะได้หวนกลับไปพบกับ "ความฝันในวัยเยาว์" ที่เคยหล่นหายไประหว่างทาง นิทรรศการศิลปะล่าสุดจาก สิทธิธรรม โรหิตะสุข (หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อเดิม สิทธิเดช โรหิตะสุข) ณ VS Gallery

เสิร์ฟความอุดมสมบูรณ์แห่งอู่ข้าวอู่น้ำ เสน่ห์ปลาแม่น้ำแท้แห่งเมืองชุมแสง  ‘ร้านอาหารรุ่งทิพย์’

‘รุ่งทิพย์’ ร้านรับแขกประจำเมือง กับปรัชญาวัตถุดิบธรรมชาติ 100% หนึ่งในพิกัดความอร่อยที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเสมือน "ร้านรับแขกประจำอำเภอชุมแสง" คือ ร้านอาหารรุ่งทิพย์

ชุบชีวิตเศรษฐกิจชุมชน ‘น่านมุมแมลง’ และ ‘น่านปลาย่าง’ ยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นสู่แหล่งโปรตีนคุณภาพแห่งชุมแสง

‘น่านปลาย่าง’ จากความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำสู่สินค้า OTOP หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาอันโดดเด่นของชุมแสงคือ “น่านปลาย่าง” ภายใต้การดูแลของคุณสมบัติ สงวนวงศ์