วันอังคาร, มีนาคม 10, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิต“wir kommen aus Thailand” (we come from Thailand)

“wir kommen aus Thailand” (we come from Thailand)

เผยแพร่

spot_img

เมื่อสมัยที่เรียนอยู่ประถมปลาย อายุน่าจะซัก11ขวบ ครอบครัวของเราได้ย้ายไปอยู่ ที่ประเทศเยอรมัน เพราะคุณพ่อได้รับแต่งตั้งให้ไปเป็นผู้จัดการสาขาของธนาคารกสิกรไทยที่เมืองฮัมบวร์ก นั่นคือยุค 70‘s ตอนปลาย คงไม่ต้องบอกว่าเมื่อไปถึง พวกเรากลายเป็นของแปลก เป็นคนเอเชียผมดําที่ไปอยู่ในดงของฝรั่งหัวทองในยุคที่ยังไม่มีกระแสของ globalization ดังนั้นเมื่อเจอฝรั่งถามว่า ยูมาจากไหน? ประเทศอะไร? ไทยแลนด์?? ไอไม่รู้จัก!!! ทุกคนคงคิดว่าพวกเราจะเจอแต่คำตอบแบบนี้ใช่มั้ย …. แต่ๆๆๆ บอกไปคงประหลาดใจ เวลาเราตอบฝรั่งเยอรมันว่า “wir kommen aus Thailand” (we come from Thailand) … หลายครั้งปฏิกิริยาที่เรามักจะได้รับคือ ฝรั่งทำตาโต เลิกคิ้วแล้วยิ้มแบบเหมือนรู้จักทันที ….“ahhh….Thailand“ (พูดแบบตื่นเต้น) … “Sie haben die schonste Konigin in der Welt” 

(you have the most beautiful Queen in the world) 

คงไม่ต้องบอกนะว่าคนไทยอย่างเรา เมื่อได้ยินฝรั่งทักแบบนี้จะรู้สึกยังไง 

ตอนแรกตกใจก่อน คือประหลาดใจ ว่า… ฮะ… พวกคุณรู้จักพระองค์ท่านได้ยังไง แล้วก็ตามมาด้วยความรู้สึกแบบ…ภูมิใจเป็นที่สุด ตัวลอยยย ความรู้สึกเหมือนมีคนมาชมว่าแม่เราสวย เราภูมิใจมาก เพราะแม่ของแผ่นดินเราสวยจนฝรั่งต้องรํ่าลือ 

จนกระทั่งเราใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นระยะหนึ่งถึงเข้าใจว่า… ฝรั่งเค้าก็ชอบติดตามข่าวของพระราชวงศ์ต่างๆเหมือนกัน และจะมีนิตยสารรายสัปดาห์/รายเดือนที่นั่น (คงคล้าย Hello สมัยนี้) ที่มักเสนอข่าวเกี่ยวกับพระราชินีและเจ้าหญิงจากประเทศต่างๆ  ส่วนใหญ่จะเป็นพระราชวงศ์ในยุโรป แต่สมเด็จพระราชินีของประเทศไทยเรา เป็นควีนจากประเทศเล็กๆในเอเชีย กลับได้ลงปกบ่อยมาก จำได้เลยว่าครั้งแรกที่ได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์บนปกนิตยสารเยอรมัน เราตื่นเต้นกันมาก จากนั้นก็จะต้องคอยจ้องแผงหนังสือเพื่อซื้อเก็บกันไว้ตลอด

อย่างที่บอก มันคือความภาคภูมิใจของคนไทยตัวเล็กๆ ที่มาจากประเทศที่ยังไม่ค่อยมีบทบาทอะไรมากในเวทีโลกในยุคนั้น  เราภูมิใจเพราะฝรั่งรู้จักประเทศเรา ชื่นชมพระราชินีของเรา ถ้าพูดจาภาษาชาวบ้าน คือพระองค์ทรงติดโผพระราชินีและเจ้าหญิงที่สวย สง่า และ iconic ที่สุดในยุคนั้น สื่อมวลชนต่างประเทศเริ่มจับตามองเมื่อพระองค์เสด็จเคียงข้างพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีทางการทูตกับนานาอารยะประเทศ และทรงฉลองพระองค์ผ้าไทยหลากหลายชนิดที่ฝรั่งเห็นแล้วต่างชื่นชมและเป็นที่เล่าขานกัน มีการ mix & match ความเป็นไทย กับความเป็นสากลอย่างลงตัว ทรงเลือก accessories ที่เก๋ที่สุด ฉลองพระองค์ทุกชุดคัทติ้งตัดเนี้ยบมาก มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยแต่ผสานความเป็นสากลอย่างไม่มีใครเหมือน คงไม่ต่างกับที่ยุคหนึ่งทุกคนพากันคลั่งไคล้ Princess Diana หรือถ้ายุคก่อนนั้น ทุกนิตยสารต้องตามถ่ายภาพ Princess Kelly of Monaco หรือ Jackie Kennedy หรือ Princess Caroline of Monaco

เล่ามาถึงตรงนี้ คงเห็นแล้วว่าพระองค์ท่าน คือ soft power ของประเทศไทยที่แท้ทรู ท่านทรงนำผ้าไทย…จากสิ่งทอพื้นบ้าน…ออกสู่เวทีโลกอย่างสง่างามและสมความภาคภูมิที่สุด ท่านคือพระองค์ผู้มาก่อนกาล ที่ฉันภูมิใจที่สุดที่ได้อวดฝรั่งว่า  “yes…my Queen is the most beautiful Queen in the world  – and more importantly, she loves us all because we are her children”

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้   

ข่าวล่าสุด

วิกฤตฮอมุสพ่นพิษ!สหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน !

โลกเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากถล่มอิหร่าน จนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอมุส เส้นเลือดใหญ่ที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก

ซาอุฯ รวบ “สายลับอิสราเอล” จัดฉากป่วน

ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เพิ่งรวบตัว "สายลับมอสสาด" ของอิสราเอลได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังพยายามเข้าไปจัดฉากวางบึ้มป่วนเมือง

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก...ไทยแลนด์คือ 1 ในนั้น โชคดีแล้วที่เกิดมาที่เมืองไทย

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ข่าวอื่นๆ

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแสตมป์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม รับ ‘วันสตรีสากล’ 8 มีนาคม

“วันสตรีสากล” (International Women's Day : IWD) ถือเป็นการระลึกพลัง ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม

อิหร่าน : แผ่นดินที่เปิดประตูรับผู้ลี้ภัยโปแลนด์ในสงครามโลกครั้งที่สอง

มีเหตุการณ์หนึ่งที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงในหน้าประวัติศาสตร์ นั่นคือบทบาทของอิหร่านในฐานะดินแดนแห่งความหวังของผู้ลี้ภัยชาวโปแลนด์

เรื่อง ลำดับชั้น (Hierachy)ของนิกายชีอะ (Shia) นี้สำคัญมาก

การจะได้เลื่อนชั้นของระดับก่อนจะเป็นอะยาตอลล่าห์(Ayattollah)นั้น จะต้องได้รับการยอมรับจากนักวิชาการและมีลูกศิษย์( Followers) 200,000 คน