จารกรรมใต้น้ำรุกตลาดตะวันออกกลาง
Asia Times รายงานว่า การปรากฏตัวอย่างเงียบๆ ของยานคอมมานโดใต้น้ำรุ่นใหม่ของจีนในซาอุดีอาระเบีย สะท้อนให้เห็นการเชื่อมโยงระหว่างยุทธศาสตร์ปฏิบัติการพิเศษกับการรุกขยายตลาดอาวุธสู่ต่างประเทศของปักกิ่งอย่างชัดเจน
การเผยโฉมยานพาหนะใต้น้ำสำหรับหน่วยรบพิเศษของจีนในซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) อย่างไม่เป็นทางการ กำลังกลายเป็นจุดสนใจที่สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลปักกิ่งกำลังเชื่อมโยงหลักนิยมสงครามปฏิบัติการพิเศษเข้ากับการผลักดันการขายอาวุธทั่วโลก
ในเดือนนี้ มีรายงานว่ารัฐวิสาหกิจต่อเรือของจีน (CSSC) ได้เผยโฉมยานรบใต้น้ำที่เป็นความลับอย่างยิ่ง ณ งานแสดงอาวุธในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความพยายามในการทำตลาดระบบนาวีขั้นสูงให้แก่กลุ่มผู้ซื้อในตะวันออกกลาง
ยานรุ่นดังกล่าวมีรหัสเรียกขานว่า SDV-01 เป็นยานขนส่งนักประดาน้ำแบบ “ผิวน้ำสู่ใต้น้ำ” (Swimmer Delivery Vehicle) ที่ออกแบบมาเพื่อขนส่งหน่วยรบกบ (Frogmen) หลายนายเพื่อปฏิบัติภารกิจ เช่น การดำน้ำจู่โจม การทำลายล้างใต้น้ำ และการลาดตระเวนหาข่าว
การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวสู่สาธารณะที่หาได้ยากยิ่งสำหรับแพลตฟอร์มที่รายละเอียดการปฏิบัติงานยังคงเป็นความลับ โดยก่อนหน้านี้มีการยืนยันผ่านสื่อโทรทัศน์ของรัฐบาลจีนเพียงสั้นๆ ในปี 2018 ที่แสดงให้เห็นยานลักษณะเดียวกันถูกปล่อยจากเรือดำน้ำหรือเรือผิวน้ำ
รายงานระบุว่าขีดความสามารถนี้เชื่อมโยงกับหลักนิยมปฏิบัติการพิเศษของจีนที่กำลังพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในประเด็นไต้หวัน (Taiwan) และทะเลจีนใต้ (South China Sea) แม้จะยังไม่ชัดเจนว่ากองทัพเรือจีน (PLAN) ใช้งานรุ่นใดอยู่และรุ่นที่นำมาจัดแสดงนั้นพร้อมปฏิบัติการจริงหรือไม่
นอกจาก SDV-01 แล้ว CSSC ยังได้นำเสนอโมเดลเรือสะเทินน้ำสะเทินบกและเรือดำน้ำรุ่นส่งออกอื่นๆ เพื่อนำเสนอพอร์ตโฟลิโอการส่งออกทางเรือที่เป็น “ระบบ” มากขึ้น
ข้อมูลทางเทคนิคของ SDV-01 จากรายงานสื่อความมั่นคงระบุว่า เป็นยานใต้น้ำแบบเปียก (Wet submersible) ที่สามารถบรรทุกหน่วยรบกบได้สูงสุด 8 นายพร้อมอุปกรณ์ ภายในห้องโดยสารที่มีฝาเปิดแยกส่วนอิสระ และมีระบบสำรองอากาศอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ตัวยานมีความยาว 8.9 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 เมตร ระวางขับน้ำไม่เกิน 4.5 ตัน ทำความเร็วใต้น้ำได้สูงสุด 10 นอต ปฏิบัติการที่ความลึกปกติ 10 เมตร และลงลึกได้สูงสุด 40 เมตร โดยใช้ระบบนำทางผ่านดาวเทียม (BeiDou), ระบบนำทางด้วยแรงเฉื่อย (Inertial) และดอปเพลอร์ (Doppler) พร้อมระบบสื่อสารอะคูสติก
ในระดับยุทธวิธี SDV-01 ทำหน้าที่เป็นปัจจัยสำคัญในการปฏิบัติการทางทะเลที่เป็นความลับ ประโยชน์ของมันอยู่ที่การเคลื่อนที่ภายใต้การเฝ้าตรวจทางผิวน้ำ ช่วยให้ทีมปฏิบัติการพิเศษสามารถเข้าประชิด แทรกซึม หรือถอนตัวได้โดยลดการตรวจจับจากสายตรวจและเซ็นเซอร์
ตรรกะนี้สอดคล้องกับการวิเคราะห์ของตะวันตกที่มองว่า กองกำลังปฏิบัติการพิเศษของจีน (SOF) รวมถึงนักประดาน้ำ มีหน้าที่เตรียมการก่อนการบุกยึดไต้หวัน โดยการแทรกซึมล่วงหน้าเพื่อลาดตระเวน ชี้เป้า ทำลายสิ่งกีดขวาง และทำวินาศกรรมเป้าหมายสำคัญ เช่น ท่าเรือ สถานีเรดาร์ และกองบัญชาการ
นอกจากไต้หวันแล้ว หลักนิยมนี้ยังขยายไปถึงการยึดครองพื้นที่ขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว (Micro-occupation) ในพื้นที่พิพาทกับฟิลิปปินส์ (Philippines) ในทะเลจีนใต้ รวมถึงความกังวลของญี่ปุ่น (Japan) ต่อหมู่เกาะเซนกากุ (Senkaku) ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจีนอาจไม่ใช้การบุกแบบยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ แต่จะใช้หน่วยรบพิเศษหรือกองกำลังอาสาสมัครทางทะเลแทรกซึมเข้าไปเพื่อสร้างสภาวะ “ความจริงที่ไม่อาจแก้ไขได้” (Fait accompli) ก่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะทันตั้งตัว
ในบริบทนี้ การปรากฏตัวของ SDV-01 ในซาอุดีอาระเบียจึงดูเหมือนไม่ใช่แค่การเสนอขายผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม แต่เป็นการ “ส่งออกรูปแบบสงคราม” ที่เน้นการแทรกซึมที่ล่องหน การปรากฏตัวที่ปฏิเสธได้ และการสร้างข้อเท็จจริงในสนามรบอย่างรวดเร็ว
ความมั่นคงทางทะเลในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ที่เปราะบาง ทำให้รัฐอ่าวอาหรับอาจพิจารณาใช้เครื่องมือสำหรับปฏิบัติการพิเศษชายฝั่งเพื่อปกป้องเส้นทางเดินเรือสำคัญ นอกจากนี้ยังเข้าทางยุทธศาสตร์ของจีนที่ใช้การขายอาวุธเพื่อขยายอิทธิพลทางการเมือง และทำให้ระบบของจีนกลายเป็นมาตรฐานในกองทัพต่างชาติ โดยเฉพาะในรัฐที่เผชิญกับเงื่อนไขที่เข้มงวดในการเข้าถึงอาวุธจากตะวันตก
หากจีนจริงจังกับการทำให้แพลตฟอร์มอย่าง SDV-01 เป็นสินค้าส่งออกหลัก นั่นหมายความว่าจีนกำลังส่งออกสไตล์สงครามที่ตั้งอยู่บนความคลุมเครือ และการปฏิเสธความรับผิดชอบ มากกว่าการทำสงครามแบบดั้งเดิม ซึ่งจะทำให้คู่แข่งทั้งในเอเชียและตะวันออกกลางต้องเร่งยกระดับการป้องกันเพื่อรับมือกับการรุกคืบที่เงียบเชียบและเพิ่มขึ้นทีละน้อยเช่นนี้
IMCT NEWS 14-02-2026
ที่มา https://asiatimes.com/2026/02/chinas-sdv-sub-exporting-gray-zone-warfare-to-the-gulf



