หน้าแรกเทคโนโลยี-นวัตกรรมคำเตือนจากอนาคต  AI - Superintelligence  ระดับเหนือมนุษย์ มาถึงแล้ว

คำเตือนจากอนาคต  AI – Superintelligence  ระดับเหนือมนุษย์ มาถึงแล้ว

เผยแพร่

spot_img

‘กำลังครองโลกวิทยาศาสตร์’   พร้อมเปลี่ยนโลกและกุมชะตาอนาคต

Asia Times รายงานว่า ท่ามกลางการถกเถียงระดับโลกเกี่ยวกับระยะเวลาการอุบัติขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ระดับเหนือมนุษย์ (Artificial Superintelligence) รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า เทคโนโลยีดังกล่าวได้มาถึงแล้วและกำลังหยั่งรากลึกในวงการวิทยาศาสตร์อย่างไม่อาจย้อนกลับได้ แม้ความสามารถของ AI ในปัจจุบันจะถูกมองว่ามีความเก่งกาจแบบ “ไม่สม่ำเสมอ” (Jagged Intelligence) แต่ในมิติของการประมวลผล การจดจำรูปแบบ และการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ระดับสูง AI ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดสูงสุดของมนุษย์ไปเรียบร้อยแล้ว

ย้อนกลับไปในอดีต มนุษย์เคยจำกัดความ “ความฉลาด” ไว้ที่การคำนวณและความจำ แต่เมื่อคอมพิวเตอร์ทำสิ่งเหล่านั้นได้ดีกว่าเรานับล้านเท่า เรากลับเรียกมันว่าเป็นเพียงเครื่องมือที่ทำงานได้เฉพาะทาง อย่างไรก็ตาม ในทศวรรษ 2020 ระบบคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาจนสามารถทำงานทางปัญญาที่เคยเป็นเอกสิทธิ์ของมนุษย์ได้เกือบทั้งหมด ตั้งแต่การทำความเข้าใจภาษาธรรมชาติ การพิสูจน์ทฤษฎีทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ไปจนถึงการเขียนซอฟต์แวร์ 

สิ่งเหล่านี้คือผลลัพธ์จากการผสมผสานระหว่างการวิเคราะห์สถิติขั้นสูงและพลังการประมวลผลที่มหาศาล

นายนวอา พินเนียน (Noah Smith หรือ Noahpinion) นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์และเทคโนโลยี ระบุว่า AI ในปัจจุบันมีความสามารถระดับ “ซูเปอร์ฮิวแมน” (Superhuman) ในหลายมิติ เช่น การอ่านวรรณกรรมทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดและสรุปสาระสำคัญได้ในเวลาไม่กี่นาที หรือการเป็นผู้เชี่ยวชาญในทุกสาขาวิชาพร้อมกันโดยไม่ต้องหยุดพัก ซึ่งเป็นสิ่งที่แม้แต่มนุษย์ที่ฉลาดที่สุดในโลกอย่าง นายเทอเรนซ์ เต๋า (Terence Tao) นักคณิตศาสตร์ระดับโลก ยังยอมรับในศักยภาพของ AI โดยเฉพาะในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนอย่าง “โจทย์ของแอร์ดิช” (Erdős Problems) ซึ่ง AI สามารถพิสูจน์โจทย์ที่ค้างคามานานได้โดยอาศัยการประมวลผลแบบปูพรมที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้

ความสำเร็จที่เด่นชัดที่สุดเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการทางชีวภาพ เมื่อบริษัทกูเกิล (Google) ร่วมกับ กิงโกะ (Ginkgo) เชื่อมต่อ GPT-5 เข้ากับห้องแล็บอัตโนมัติ ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนการผลิตโปรตีนลงได้ถึง 40% และที่สำคัญกว่านั้นคือ “การบีบอัดเวลา” โดยระบบสามารถทดสอบการผสมผสานสารต่างๆ ได้ถึง 6,000 รูปแบบต่อการวนรอบหนึ่งครั้ง ซึ่งหากใช้แรงงานมนุษย์อาจต้องใช้เวลานานถึง 150 ปี แต่ AI ทำเสร็จสิ้นได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ สิ่งนี้กำลังนำไปสู่ยุคทองของการค้นพบยาใหม่ๆ วัสดุศาสตร์ และชีววิทยาสังเคราะห์อย่างไรก็ตาม ความทรงปัญญาที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดก็นำมาซึ่งความเสี่ยงระดับการดำรงอยู่  ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหาก AI ได้รับอำนาจในการตัดสินใจอย่างอิสระ ร่วมกับการเข้าถึงหุ่นยนต์ขั้นสูงและการผลิตอัตโนมัติแบบครบวงจร มันอาจมีความสามารถในการควบคุมทรัพยากรของโลกและกำหนดชะตากรรมของสิ่งมีชีวิตบนโลกได้ในอนาคตอันใกล้

ในบทสรุป แม้ว่าผลงานวิจัยที่ถูกผลิตโดย AI ในปัจจุบันอาจจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพที่ต่ำหรือข้อมูลขยะ (Slop) ปะปนอยู่บ้าง แต่นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า AI ได้ทำลายกำแพงแห่งความรู้ที่มนุษย์เคยติดหล่มมานานหลายทศวรรษลงแล้ว และโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่การค้นพบสิ่งใหม่จะเกิดขึ้นในอัตราเร่งที่มนุษย์ไม่เคยคาดคิดมาก่อน เพียงแต่ต้องแลกมาด้วยคำถามสำคัญที่ว่า มนุษย์จะยังคงสามารถรักษาอำนาจในการควบคุมสติปัญญาที่สร้างขึ้นเองนี้ไว้ได้หรือไม่

IMCT NEWS 05-03-2026

ที่มา https://asiatimes.com/2026/03/superintelligence-is-already-here-and-now/

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“ปลานิล” จำแลงกาย… เข้าไปแทน “แมคเคอเรล”   เปิดปมฉาวปลากระป๋องนับหมื่นชิ้น

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ “ปลานิล” ลอบสวมสิทธิ์เป็น “ปลาแมคเคอเรล” ในกระป๋องซอสมะเขือเทศ

จากม่านหมอกที่ “ปาย”  เคลื่อนลงใต้ “เกาะพะงัน”

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบบุกค้นศูนย์การเรียนรู้เถื่อนบนเกาะพะงันเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

ข่าวอื่นๆ

จีน Mass Produce Solid-State Battery ก่อนใครในโลก! EV วิ่ง 1,000+ กม. ปลอดภัยสุด ไม่มีไฟไหม้

Solid-State Battery คือแบตเตอรี่ที่ใช้ “ของแข็ง” แทนของเหลวเป็นตัวนำไฟฟ้า ทำให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงกว่ามาก

จีนนำหน้าด้านเทคโนโลยีอีกแล้ว

จีนนำหน้าด้านเทคโนโลยีอีกแล้ว เพียงกวักมือเรียกรถก็แล่นออกมา รวมทั้งการนำรถเข้าจอดด้วย

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท