หน้าแรกเรื่องสั้นเรื่องสั้น  “คืนวิกฤติ”

เรื่องสั้น  “คืนวิกฤติ”

เผยแพร่

spot_img

 โป้ง….โป้ง…..โป้ง งงง…“

                              เสียงปืนดังแหวกอากาศเหนือท่าเรือร้าง รุนแรงและแม่นยำ ไม่ใช่การยิงขู่ แต่เป็นการยิง “บังคับทิศทาง”

                             สมชายวิ่งเต็มแรงผ่านแนวตู้คอนเทนเนอร์ที่เรียงซ้อนเหมือนกำแพงเหล็ก 

                             เขากดมือซ้ายแนบสีข้าง ….เลือดอุ่นไหลทะลุเสื้อเชิรตเข้มจนเนื้อผ้าแนบติดผิว หนังรองเท้ากระแทกพื้นซีเมนต์เปียกน้ำมันจนเกือบลื่นล้ม 

                            เขาไม่หันกลับไปมอง เพราะเขารู้ว่าคนที่ตามมาไม่ใช่มือสมัครเล่น และที่สำคัญ พวกมันไม่ตะโกน….

                           “คนที่ไม่ตะโกน มักฆ่าจริง…“

                            ไฟสลัวจากเสาไฟท่าเรือส่องเป็นช่วง ๆ เงาของเขาทอดยาวบนพื้น ก่อนถูกกระสุนอีกนัดเจาะใกล้ปลายเท้า เศษปูนแตกกระจาย สมชายพุ่งหลบเข้าช่องแคบระหว่างตู้คอนเทนเนอร์ 

                           เสียงฝีเท้าหนักอย่างน้อยสี่จังหวะวิ่งตามมาเป็นระยะสม่ำเสมอ ไม่เร่ง ไม่ช้า เหมือนคนที่มั่นใจว่าเหยื่อไม่มีทางหนีออกจากวงล้อมได้

                            เขารู้รูปแบบนี้ดีเกินไป

                           นี่ไม่ใช่การไล่ล่าเพราะความโกรธ     แต่มันคือการปิดบัญชี….!

                          สะดุดกับโซ่เหล็กที่พาดพื้น ร่างกระแทกซีเมนต์อย่างแรง ปืนหลุดจากมือไถลไปใต้โครงรถยกเก่าที่ถูกทิ้งจนเป็นสนิม เสียงกระสุนอีกนัดฝังเข้าผนังเหล็กเหนือหัว เขากัดฟันพยายามคลานไปคว้าปืน แต่เงาหนึ่งพุ่งเข้ามาก่อน

                        หญิงสาวในเสื้อคลุมสีเข้มก้มลงคว้าปืนแทนเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นกลับ..แล้วส่งเสียงเข้ม

                       “ลุกค่ะ”

เสียงเธอคมและนิ่งเกินเหตุการณ์ตรงหน้า

                        เงยหน้ามอง ดวงตาเธอสะท้อนแสงไฟท่าเรือ ไม่สั่น ไม่ลังเล ไม่มีความตื่นตระหนกแบบคนเพิ่งเข้าไปอยู่กลางดงกระสุน

                     “คุณเป็นใคร” เขาถามเสียงต่ำ

           “ถ้าอยากรู้ ต้องตามมา…แล้วรอดก่อน”

                      เธอดึงแขนเขาขึ้น แรงจับแน่นและมั่นคงราวกับผ่านการฝึก ทั้งคู่พุ่งทะลุแนวตู้คอนเทนเนอร์อีกครั้ง เสียงเครื่องยนต์คำรามดังจากปลายถนน รถสองคันกำลังอ้อมมาปิดทางออกฝั่งหน้าโกดัง เสียงประตูรถเปิดปิดดังแทรกกับลมทะเล

                    “ทางนี้!”     เธอเลี้ยวซ้ายทันทีโดยไม่ชะงัก

                     สมชายเหลือบเห็นทางขวาที่มืดกว่า เงียบกว่า และดูปลอดภัยกว่า แต่เธอไม่เลือกทางนั้น เธอเลือกทางที่มีไฟสลัว และมีกล้องวงจรปิดติดอยู่บนเสาเหล็ก

                    เขาจำตำแหน่งกล้องนั้นได้ เพราะเมื่อสิบปีก่อน เขาเคยมายืนตรงจุดนี้

                   ความทรงจำผุดขึ้นเหมือนฟิล์มขาด

                   รถตู้สีเทา   …..เสียงเบรกยาว  …..กระสุนทะลุกระจกหน้า  …..เสียงผู้ชายร้องลั่น

                   แต่….เขาไม่ได้ช่วย  !!

                  คืนนั้นเขาใช้รถของชายคนหนึ่งเป็นตัวล่อ เพื่อเบี่ยงความสนใจจากลูกความของตัวเอง เขาหักพวงมาลัยจงใจให้รถตู้ตัดหน้ากลุ่มคนยิง ก่อนเร่งเครื่องหนีไปอีกทาง กระสุนที่ควรพุ่งใส่เป้าหมายหลัก เปลี่ยนทิศไปเจาะร่างชายคนนั้นแทน

                  เขาไม่เคยย้อนกลับไปดูศพ

               “ขึ้นบันได!”

 สาวมาดเข้มหันมาตะโกนเหมือนสั่ง

                 บันไดเหล็กด้านหลังโกดังหมายเลข 14 สูงชันและลื่นจากไอทะเล เธอขึ้นก่อนโดยไม่ลังเล ทั้งที่มันดูเหมือนทางตันสำหรับคนทั่วไป แต่สมชายรู้ว่าด้านบนมีสะพานเชื่อมไปยังอีกฝั่งของโกดัง ซึ่งลงไปสู่แนวคลังเก็บสินค้าที่มืดกว่า

                 เขาหยุดชั่ววินาที

                         “คุณรู้ทางนี้ได้ยังไง…”

                เธอหันกลับมา เสียงปืนดังใกล้เข้ามาอีก

             “เพราะเมื่อสิบปีก่อน คุณช่วยพ่อฉันไว้”

               คำตอบนั้นกระแทกกลางอกแรงกว่ากระสุน   สมชาย..ไม่ตอบ

             เขาจำได้ทุกวินาทีของคืนนั้น   และเขาจำได้ว่าเขาไม่ได้ช่วยใครเลย……!!

             มือของเธอยื่นมาจับแขนเขาอีกครั้ง แน่นกว่าจำเป็น เหมือนกลัวเขาจะหลุด

                           ด้านล่าง เงาคนหกคนกระจายตัวเป็นครึ่งวงกลม ปืนยกขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ไม่มีเสียงตะโกน ไม่มีการต่อรอง

                        ไฟหน้ารถสาดขึ้นมาบนตัวเขา

สมชายเริ่มไม่แน่ใจว่า  คนที่ยื่นมือมาช่วยเขาในคืนนี้

                        กำลังพาหนี ?

                        หรือกำลังพาเขากลับไปยังที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้น….!!

                       ลมทะเลกระแทกสะพานเหล็กจนมันสั่นเป็นจังหวะต่ำ ๆ ใต้ฝ่าเท้า สมชายฝืนวิ่งตามหลังหญิงสาว เลือดจากสีข้างเริ่มไหลช้าลงแต่ทำให้ขาเขาหนักเหมือนถูกถ่วงด้วยตะกั่ว เสียงฝีเท้าด้านล่างไม่หายไป พวกนั้นแบ่งกำลังอ้อมขึ้นอีกฝั่งอย่างเป็นระบบ

                       เธอไม่หันกลับมามองเขาเลยสักครั้ง

                       เมื่อถึงกลางสะพาน เธอชะลอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเลือกเลี้ยวไปทางโกดังฝั่งตะวันตก แทนที่จะลงบันไดฝั่งตรงข้ามซึ่งใกล้กว่า

                     “ลงตรงนั้นเร็วกว่า”   สมชายหอบถาม

          “เร็วกว่า…สำหรับเขา..!” เธอตอบสั้น ๆ

             เสียงปืนดังขึ้นอีกชุด กระสุนเจาะพื้นเหล็กใกล้เท้าเขาจนเกือบเสียหลัก แต่เธอคว้าเสื้อเขาไว้ได้ทัน รั้งแรงเกินกว่าคนตัวเล็กจะทำได้

                      พวกเขาพุ่งเข้าด้านในโกดังที่มืดครึ้ม กลิ่นสนิมและฝุ่นเก่าลอยคลุ้ง ประตูบานเลื่อนด้านหลังถูกกระแทกเปิด เสียงคนหลายคนกรูกันเข้ามา

                      สมขายหันกลับยิงสวนหนึ่งนัดโดยไม่เล็งเพื่อถ่วงเวลา เสียงสะท้อนก้องในพื้นที่ปิดทำให้ยากจะแยกทิศทาง

                     “ทางนี้” เธอกระซิบ ทั้งที่มืดจนแทบมองไม่เห็น

                       คราวนี้..เธอพาเขาเลี้ยวซ้าย หลบผ่านกองลังไม้พาเลตเหมือนรู้ว่าช่องว่างตรงไหนกว้างพอให้ลอด เขาเริ่มสังเกตว่าเธอไม่ได้วิ่งแบบคนจำทางจากความทรงจำเลือน ๆ

                      เธอวิ่งแบบคนที่รู้แผนผัง…

                   “คุณเคยมาที่นี่กี่ครั้ง” เขาถามเสียงต่ำ

เธอไม่ตอบ

                    แสงไฟฉายพาดผ่านชั้นวางสินค้า เสียงสั่งการสั้น ๆ ดังจากอีกฝั่งของโกดัง ชัดเจนว่าไม่ใช่มือปืนข้างถนน แต่เป็นทีมที่ทำงานเป็นขั้นตอน

                   สมชาย เริ่มคำนวณ….

                   ถ้าพวกนั้นต้องการฆ่าเขาทันที

          เขาคงล้มไปตั้งแต่สิบห้านาทีที่แล้ว

          นี่ไม่ใช่การฆ่าเร่งด่วน !

          นี่คือการบีบให้จนมุม !

                  หญิงสาวหยุดที่ประตูเหล็กเล็กด้านหลังโกดัง เธอหันมามองเขาเป็นครั้งแรกตั้งแต่วิ่งมา สายตาเธอไม่ใช่ความกลัว

มันคือการตัดสินใจ

               “คุณเชื่อฉันไหม” เธอถาม

                 คำถามนั้นดังกลบเสียงปืนที่ใกล้เข้ามา

                 สมชายมองเธอนิ่ง ๆ

เขาไม่รู้ว่าควรระวังคนที่ไล่ล่า  …หรือคนที่ยื่นมือมาช่วย

และเขาเริ่มสงสัยว่า…

               คืนนี้อาจไม่ได้มีฝ่ายเดียวที่รอให้เขาจนมุม

               ประตูเหล็กเปิดออกสู่ลานโหลดสินค้าแคบ ๆ ที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงกระพริบเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงนั้นทำให้ทุกอย่างดูเหมือนภาพตัดต่อ  ใบหน้าเธอสว่างวาบแล้วดับ วาบแล้วดับ เหมือนความจริงที่ยังไม่ครบประโยค

              สมชาย ก้าวตามออกมา เสียงประตูด้านหลังถูกกระแทกแรงขึ้นเรื่อย ๆ พวกนั้นใกล้เข้ามาแล้ว

            ลานด้านหน้ามีทางเลือกเพียงสองทาง   ซ้ายไปสู่แนวรั้วลวดหนามติดทะเล      ขวาเป็นอาคารสำนักงานเก่าที่ปิดไฟทั้งหลัง

           เธอไม่ลังเล เลือกขวา …อีกครั้ง

                         เริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูก “นำทาง” ไม่ใช่แค่พาหนี

                       “คุณรู้ว่าทางนี้มีอะไร” เขาพูดเสียงต่ำ ขณะเดินเร็วตามหลังเธอ

             “รู้ว่ามีหลังคา” เธอตอบสั้น ๆ

                         เสียงปืนดังทะลุประตูโกดังด้านหลัง กระสุนเจาะผนังปูนใกล้ระดับศีรษะ เขาทรุดหลบหลังถังเหล็กเก่า เลือดจากแผลเริ่มไหลอีกครั้ง เขากัดฟัน พยายามควบคุมลมหายใจ

                        เธอหมอบลงข้างเขา ใกล้เกินไปจนเขาได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ปะปนกลิ่นดินปืน

                     “คุณยิงตอบโต้แค่สองนัด” เธอกระซิบ 

“ทั้งที่คุณแม่นกว่านั้น”

                       เขาหันมองทันที   คำพูดนั้นไม่ใช่การเดา

มันคือข้อมูล…

                    “คุณรู้ได้ยังไงว่าผมแม่น” เขาถาม

ไฟแดงกระพริบอีกครั้ง ใบหน้าเธอสว่างวาบ

                   “พ่อฉันเล่าให้ฟัง” เธอตอบเรียบ

                     สมชาย รู้สึกเหมือนมีบางอย่างรัดแน่นรอบอก

พ่อของเธอ…ไม่มีทางเล่าอะไรได้

                    คืนนั้นเขาเห็นชายคนนั้นล้มลงกับพื้น เลือดไหลทะลักใต้แสงไฟถนน กระสุนเจาะอกเต็ม ๆ ไม่มีเวลาพูด ไม่มีเวลาส่งต่อเรื่องราว

                   ถ้าเธอรู้เรื่อง “ความแม่น” ของเขา  มันต้องมาจากที่อื่น ?

                   เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทางซ้าย ไม่ใช่ด้านหลังอย่างที่ควรจะเป็น

                   พวกมันกระจายตัวครบวงแล้ว

                   เธอหันไปมองทางรั้วทะเลหนึ่งวินาที ก่อนจะหันกลับมาที่เขา สายตานั้นไม่ใช่ความลังเลอีกต่อไป

                   มันเหมือนการประเมิน    เหมือนคนที่กำลังชั่งน้ำหนักว่า   จะปล่อยให้เขาวิ่งต่อ

                   หรือปล่อยให้เขาหยุดตรงนี้…!!

                “คุณกลัวฉันเหรอ” เธอถามเบา ๆ  คำถามนั้นแทงลึกกว่ากระสุน

                 สมชาย ไม่ตอบ   เขาไม่แน่ใจแล้วว่า  หญิงสาวที่ยื่นมือมาช่วยเขา  กำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อทดแทนบุญคุณ   หรือกำลังพาเขาเข้าไปในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด   สำหรับการยิงระยะใกล้….

                เสียงกระสุนชุดใหม่ดังขึ้นพร้อมกันจากสองทิศ

              กระจกหน้าต่างอาคารสำนักงานแตกกระจาย เศษแก้วร่วงลงพื้นเหมือนฝนใส สมชายคว้าตัวหญิงสาวลงกับพื้นโดยสัญชาตญาณ ร่างทั้งสองกลิ้งหลบหลังเสาปูน

             ไฟฉุกเฉินสีแดงยังคงกระพริบ วาบ..มืด

วาบ…มืด

       ทุกครั้งที่สว่าง เขาเห็นเงาคนขยับเข้าใกล้

           ทุกครั้งที่มืด เขาไม่รู้ว่าพวกนั้นอยู่ห่างอีกกี่เมตร

                       “ฟังฉันนะ”     เธอกระซิบชิดหูเขา เสียงนิ่งเกินเหตุการณ์ 

                      “ถ้าพวกนั้นได้ตัวคุณ พวกนั้นไม่ฆ่าทันที”

                      ”แล้วจะทำอะไร” เขาถาม

                     “ให้คุณพูด”   คำตอบนั้นทำให้เขาชะงัก

                        สมชาย เข้าใจทันที  คนพวกนี้ไม่ได้แค่ล่า

พวกมันต้องการบางอย่างจากเขา  ข้อมูล  รายชื่อ  บัญชีเส้นทางเงินที่เขาเก็บไว้ในหัว ไม่เคยบันทึกลงกระดาษ

                      เสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้อีก เสียงสั่งการสั้น ๆ ดังแว่วจากมุมมืด

                      เธอค่อย ๆ ขยับออกจากหลังเสา เหมือนจะลุก  แต่

สมชาย คว้าข้อมือเธอไว้

                  “คุณรู้มากกว่าที่ควรรู้” เขาพูดเสียงต่ำ

                  “พ่อคุณไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง !“

                    ไฟแดงสว่างวาบ  ใบหน้าเธอชัดขึ้นในระยะไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน

                    ไม่มีน้ำตา   ไม่มีความโกรธ   ไม่มีความสั่นไหว

                   “ฉันรู้ค่ะ” เธอตอบ

                                เสียงปืนดังลั่นใกล้มาก กระสุนเจาะเสาปูนแตกกระจาย เศษปูนบาดแก้มเขา

                                เธอดึงมือออกจากการจับของเขาอย่างช้า ๆ

                    “สิบปีก่อน” 

เธอพูดท่ามกลางเสียงลมหายใจหนัก “คุณไม่ได้ช่วยพ่อฉัน”

                     คราวนี้…เขานิ่ง !!

                  “คุณใช้เขาเป็นตัวล่อ”

                    เสียงฝีเท้าหยุดห่างออกไปไม่เกินสิบเมตร

                   สมชายยกปืนขึ้นโดยสัญชาตญาณ เล็งไปยังเงาที่ขยับในความมืด

                “ถ้าคุณรู้แล้ว ทำไมยังช่วยผม” เขาถาม

                  เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาตรง ๆ

ไฟแดงกระพริบอีกครั้ง     วาบ..!!

                 เสียงปืนดังขึ้นสามนัดติดกันในความมืด

                โป้ง…โป้ง….โป้งงง..

               ความเงียบตกลงมาอย่างฉับพลัน

              ไฟแดงสว่างค้างยาวกว่าทุกครั้ง

                      สมชายยังยืนอยู่  ปืนยังอยู่ในมือเขา  คนไล่ล่าสองคนล้มลงไม่ไกล….

                     หญิงสาวยืนห่างออกไปเพียงก้าวเดียว ปืนในมือเธอมีควันจาง ๆ ลอยขึ้น

                    เธอมองเขาอย่างสงบ…!!

                   “ฉันไม่ได้ช่วยคุณเพราะบุญคุณ”

 เธอพูดเบา ๆ

                    สมชายกลืนน้ำลาย รู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดจังหวะ

                    เสียงไซเรนดังขึ้นไกล ๆ ใกล้เข้ามาเร็วผิดปกติ ราวกับมีคนแจ้งตำแหน่งไว้ล่วงหน้า

                    เขาหันกลับมามองเธออีกครั้ง

           “แล้วคุณช่วยผมทำไม ?“

                    เธอมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ก่อนจะขยับริมฝีปากเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่ไปไม่ถึงดวงตา

           “เพราะฉันเป็นคนแจ้งให้พวกนั้นตามล่าคุณเอง”

 “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

1,300 ล้าน “ลิขสิทธิ์บอลโลก” ?  “จอดำ” หรือได้สนุก..รอลุ้นบนทางแพร่งของความล้มเหลว  !

สถานการณ์ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "โหมดวิกฤต" อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเข็มนาฬิกาถอยหลังสู่การเปิดสนามท่ามกลางความเงียบงันของหน่วยงานรัฐและ กสทช.

ประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ

ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 5 (65/2569) (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2569) ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก...

เรื่องสั้น  สิงห์หนุ่มปะทะเสือสาว

เสียงแซ็กโซโฟนกระแทกกระทั้นจากชั้นล่างลอยขึ้นมาตามช่องบันไดทองเหลืองทอดยาวขึ้นไปชั้นบน เหมือนลมหายใจคนเหนื่อย กลิ่นวิสกี้ราคากลาง ๆ ผสมควันบุหรี่และน้ำหอมหวานฉุนติดอยู่ในอากาศจนแทบเคี้ยวได้

“บัตรสีชมพู”  เชียงดาว พ่นพิษ ?  เร่งยกระดับความมั่นคงไทย  

“บัตรสีชมพู” จากพื้นที่ห่างไกลที่ถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งขันน็อตระบบทะเบียนราษฎร์เพื่อปิดจุดอ่อนนี้อย่างเร่งด่วน

ข่าวอื่นๆ

เรื่องสั้น  สิงห์หนุ่มปะทะเสือสาว

เสียงแซ็กโซโฟนกระแทกกระทั้นจากชั้นล่างลอยขึ้นมาตามช่องบันไดทองเหลืองทอดยาวขึ้นไปชั้นบน เหมือนลมหายใจคนเหนื่อย กลิ่นวิสกี้ราคากลาง ๆ ผสมควันบุหรี่และน้ำหอมหวานฉุนติดอยู่ในอากาศจนแทบเคี้ยวได้

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

เรื่องสั้น   “กระจก..ที่ไม่สะท้อนปัจจุบัน”

ขณะชายวัยกลางคนผลักประตูห้องพักแคบ ๆ เข้าไป กลิ่นอับของฝุ่นเก่าและผ้าขึ้นราตลบขึ้นทันที คล้ายความทรงจำที่….ถูกเก็บไว้นานเกินควร !