หน้าแรกเรื่องสั้น “ตามล่า…เหรียญวิเศษ”

 “ตามล่า…เหรียญวิเศษ”

เผยแพร่

spot_img

            หวูดเรือทอดเสียงยาว  เตือนให้รีบขึ้นเรือ….

                            เรือสำราญขนาดใหญ่จอดนิ่งอยู่ที่ท่า ท่ามกลางแสงไฟยามค่ำที่สะท้อนเป็นริ้วสั่นไหวบนผิวน้ำ ผู้โดยสารกำลังทยอยขึ้นเรือทีละกลุ่ม 

                           เสียงล้อกระเป๋าลากครูดไปกับพื้นสะพานเหล็กสลับกับเสียงพูดคุยของนักท่องเที่ยวที่กำลังเริ่มต้นการเดินทางยาวหลายวันกลางทะเล พนักงานของเรือยืนต้อนรับอยู่สองข้างทางด้วยท่าทีสุภาพและรอยยิ้มที่ฝึกมาอย่างดี

                           หนุ่มใหญ่ท่าทางทะมัดทะแมงก้าวขึ้นมาพร้อมกับผู้โดยสารกลุ่มนั้น เขาแต่งตัวเรียบง่ายไม่ต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป  พนักงานรับกระเป๋าเดินทางส่งไปยังห้องพักแล้ว เหลือเพียงกระเป๋าถือใบเล็กที่เขายังถือไว้ติดตัว 

                          เขาเดินผ่านล็อบบีกว้างเหมือนสนามฟุตบอลของเรือยักษ์ที่สว่างด้วยโคมไฟระย้า  ก่อนจะหยุดยืนใกล้ราวระเบียงชั้นสองซึ่งสามารถมองลงไปเห็นผู้โดยสารที่ยังเดินขึ้นเรือไม่ขาดสาย

                         การเดินทางของเรือลำนี้จะใช้เวลาหกคืนก่อนกลับเข้าฝั่ง ผู้โดยสารส่วนใหญ่กำลังพูดถึงอาหารค่ำ โปรแกรมการแสดง หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เรือจะจอดแวะระหว่างทาง บางคนยืนถ่ายรูป บางคนรีบตรงไปยังลิฟต์เพื่อหาห้องพักของตน บรรยากาศเต็มไปด้วยความผ่อนคลายของผู้คนที่กำลังจะเริ่มต้นวันท่อบเที่ยวอันสนุกสนานท่ามกลางใต้น่านฟ้าเหนือทะเลลึก

                        ชายหนุ่มมองภาพทั้งหมดนั้นเงียบ ๆ สายตาของเขาไม่ได้สนใจทิวทัศน์หรือความหรูหราของเรือสำราญ แต่กำลังพิจารณาผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างละเอียด เหมือนกำลังจดจำใบหน้าและท่าทางของแต่ละคน

                       คนแล้วคนเล่าที่เดินผ่าน  เหมือนเขาจะเก็บภาพเหล่านั้นไว้ในความจำ…

                      ก่อนออกเดินทาง เขาได้รับข้อมูลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับภารกิจครั้งนี้ 

                    “เหรียญวิเศษ” ..เครื่องรางโบราณจากอียิปต์ชิ้นหนึ่งได้หายไปจากองค์กรสะสมของเก่า มันเป็น“รูปสลักหิน” สีทองอร่ามขนาดเล็ก แกะเป็นรูปสัญญลักษณ์เทพเจ้าจากสุสานโบราณในดินแดนลุ่มแม่น้ำไนล์ 

                    ผู้ที่เชื่อในเรื่องอำนาจของมันกล่าวว่ามันเป็นของศักดิ์สิทธิ์  มีอิทธิฤทธิ์ในการดลบันดาลเรื่องโหดร้ายกลายเป็นดีมาแล้ว ขณะที่ในตลาดมืดราคาของมันสูงพอจะทำให้คนจำนวนไม่น้อยยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อครอบครอง

                    ผู้ที่ส่งเขามาไม่ได้บอกว่าเครื่องลางนั้นอยู่กับใคร หรืออยู่ที่ใดบนเรือลำนี้ เขาได้รับเพียงคำบอกสั้น ๆ ว่า คนที่เกี่ยวข้องกับมันกำลังเดินทางไปกับเรือลำเดียวกัน และหากติดตามคนผู้นั้นอย่างใกล้ชิด สักวันหนึ่งก็จะนำไปสู่ที่ซ่อนของเครื่องลาง

                   นั่นคือเหตุผลที่เขายืนมองผู้โดยสารทุกคนที่กำลังก้าวขึ้นเรือในคืนนี้

                    วู๊ด ดดดด….ดด !

                   เสียงหวูดเรือดังขึ้นยาวและทุ้ม สะพานเหล็กเริ่มถูกยกเก็บ ลูกเรือบางคนเดินตรวจตราบริเวณดาดฟ้า ผู้โดยสารกลุ่มสุดท้ายรีบก้าวขึ้นมา ก่อนที่การเดินทางกลางทะเลจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

                  ชายหนุ่มยังคงยืนอยู่ตรงระเบียง มองผู้คนที่ค่อย ๆ กระจายตัวหายไปตามทางเดินและบันไดของเรือสำราญ เขารู้ดีว่าตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์จากนี้ เขาจะต้องเฝ้าสังเกต ติดตาม และอดทนรอจังหวะที่เหมาะสม…

                จะโหดร้ายเลือดตกยางออก หรือล้มหายตายจาก…ก็ได้ !

              แต่..ไม่ว่ามันจะซ่อนอยู่ที่ใด ?

หรืออยู่ในมือ…ของใคร ?

            เขาจะต้องตามหาเครื่องลางจากอียิปต์ชิ้นนั้นให้พบ และนำมันกลับไปให้ได้ ไม่ว่าการเดินทางครั้งนี้จะยากลำบากเพียงใดก็ตาม

                           คืนแรกของการเดินทางผ่านไปอย่างช้า ๆ เรือสำราญแล่นออกสู่ทะเลเปิดจนแสงไฟจากฝั่งเลือนหายไปในความมืด รอบตัวมีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่สั่นสะเทือนอยู่ลึกใต้พื้นเรือ และเสียงคลื่นกระทบลำเรือเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

               ตลอดสองวันแรก   เขาใช้เวลาส่วนใหญ่เดินสำรวจเรือ เขาไปแทบทุกแห่งที่ผู้โดยสารนิยมไปพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็นดาดฟ้า ห้องชมภาพยนตร์ ห้องเล่นไพ่ หรือบาร์ที่เปิดเพลงเบา ๆ ในตอนกลางคืน เขาไม่เคยอยู่ที่ใดนานเกินไป และไม่เคยทำตัวโดดเด่นพอให้ใครจดจำ

                         สิ่งที่เขาทำมีเพียงอย่างเดียว

                         เฝ้าดูผู้คน….!

                        บางครั้งเขานั่งอยู่มุมหนึ่งของบาร์ ฟังเสียงแก้วกระทบกันและเสียงหัวเราะของนักท่องเที่ยว บางครั้งเขาเดินผ่านโรงภาพยนตร์เล็ก ๆ ที่กำลังฉายหนังเก่าให้ผู้โดยสารดูในยามค่ำ หรือยืนอยู่ตรงระเบียงดาดฟ้าซึ่งมองเห็นทะเลดำมืดสุดสายตา

                       แต่เขายังไม่พบใครที่ดูเกี่ยวข้องกับเครื่องลางที่เขาตามหา …

                      ยามเย็นวันที่สาม …….

                      เขาเข้าไปนั่งในห้องอาหารหลักของเรือ ห้องนั้นกว้างและสว่างด้วยโคมไฟระย้า โต๊ะอาหารเรียงเป็นระเบียบ พนักงานเสิร์ฟเดินไปมาพร้อมถาดเงินที่มีจานอาหารเรียงอย่างประณีต กลิ่นเนื้อย่างและไวน์ลอยอยู่ในอากาศ

                    ชายหนุ่มนั่งอยู่โต๊ะเล็กใกล้ผนัง มองดูผู้คนที่กำลังรับประทานอาหารค่ำอย่างสบายอารมณ์

                   ในระหว่างนั้นเอง สายตาของเขาหยุดอยู่ที่โต๊ะหนึ่งไม่ไกลนัก

                   ใจระทึก…เหมือนจะได้พบสิ่งที่ค้นหา

                   ชายอ้วนหัวล้านคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ที่นั่น ชุดลำลองของเขาตัดเย็บอย่างดี และท่าทางดูเป็นคนคุ้นเคยกับการได้รับการดูแล เขาไม่ได้มาคนเดียว ชายร่างแข็งแรงสองคนยืนอยู่ไม่ห่างจากโต๊ะนัก พวกเขาไม่ได้กินอาหาร เพียงยืนเงียบ ๆ คอยสังเกตคนรอบข้าง

                   ภาพนั้นทำให้ชายหนุ่มสนใจทันที !!

                   เขาไม่รู้ว่าชายหัวล้านคนนี้เกี่ยวข้องกับเครื่องรางเหรียญวิเศษหรือไม่ แต่การมีคนคอยคุ้มกันบนเรือสำราญที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวธรรมดา ทำให้เขาดูแตกต่างจากคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด

                  ชายหนุ่มพยายามไม่มองตรง ๆ เขาก้มหน้ารับประทานอาหารช้า ๆ และเงยหน้าขึ้นเป็นครั้งคราวเหมือนนักท่องเที่ยวที่กำลังสังเกตบรรยากาศรอบตัว

                  แต่ระยะห่างระหว่างโต๊ะทำให้เขาไม่ได้ยินบทสนทนา และชายสองคนที่ยืนคุ้มกันก็ทำให้การเข้าไปใกล้เป็นเรื่องยาก

                 เขาจึงใช้วิธีเลียบเคียงแทน

                หลังจากพนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟ เขาถามเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับเรือ เช่นชั้นของห้องพักและทางเดินต่าง ๆ เหมือนผู้โดยสารที่เพิ่งขึ้นเรือครั้งแรก ระหว่างพูดคุยนั้น เขาเอ่ยถึงโต๊ะของชายหัวล้านอย่างเป็นกันเอง ถามว่าผู้โดยสารระดับนั้นมักพักอยู่ชั้นไหนของเรือ

                พนักงานเสิร์ฟฟังคำถามนั้นเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบเลี่ยง ๆ ว่าผู้โดยสารของเรือมีหลายระดับและห้องพักก็อยู่กระจายกันไปหลายชั้น

               คำตอบนั้นไม่ได้บอกอะไร

               แต่สายตาของพนักงานเสิร์ฟเหมือนกำลังพิจารณาเขาอยู่

               เมื่อเก็บจานอาหารเสร็จ พนักงานคนนั้นหยุดยืนใกล้โต๊ะเล็กน้อยแล้วพูดด้วยเสียงเบาว่า หากชายหนุ่มต้องการให้ช่วยดูความเคลื่อนไหวของใครบางคนบนเรือ การมีข้อมูลเพิ่มเล็กน้อยอาจช่วยให้เรื่องง่ายขึ้น

              ชายหนุ่มมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบธนบัตรพับเล็ก ๆ วางไว้ใต้จาน

              พนักงานเสิร์ฟรับมันไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น

             เขายังคงนั่งยืดตัวตรง ชำเลืองชายหัวล้านทุกอิริยาบถ  

             การเดินทางกลางทะเลผ่านไปสามวัน    ดูเหมือนว่าในที่สุด……

             เขาอาจพบคนที่ควรเริ่มติดตามแล้ว

                หลังจากคืนที่สามผ่านไป ชายหนุ่มเริ่มเห็นผลของเงินที่เขาวางไว้ใต้จานอาหารอย่างเงียบ ๆ พนักงานเสิร์ฟคนนั้นไม่ได้เข้ามาพูดคุยกับเขาบ่อยนัก แต่บางครั้งเมื่อเดินผ่านโต๊ะหรือผ่านทางเดิน เขาจะหยุดเพียงชั่วครู่เหมือนกำลังตรวจดูว่ามีอะไรต้องบริการ ก่อนจะบอกข้อมูลสั้น ๆ เพียงไม่กี่คำ

                       ชายหัวล้านมักใช้เวลาช่วงเช้าอยู่ที่ดาดฟ้า  ตอนบ่ายบางครั้งจะเข้าไปในห้องชมภาพยนตร์  และตอนค่ำแทบทุกวันจะปรากฏตัวที่บาร์หรือห้องอาหารใหญ่

                      ข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้มากพอจะทำอะไรได้ทันที แต่ก็ช่วยให้ชายหนุ่มรู้ว่าควรไปอยู่ที่ใดและเวลาใด

                      หลายครั้งเขานั่งอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะของชายหัวล้าน บางครั้งก็ยืนพิงราวระเบียงดาดฟ้า มองทะเลมืดกว้างใหญ่ขณะที่ชายคนนั้นเดินผ่านไปพร้อมผู้คุ้มกันสองคนที่แทบไม่เคยห่างจากตัว

                      มันทำให้การเข้าใกล้เป็นเรื่องยาก

                      เขาเริ่มสังเกตว่าบอดี้การ์ดสองคนนั้นระมัดระวังตัวมาก พวกเขามักยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว แต่สายตากวาดมองผู้คนรอบตัวตลอดเวลา และเมื่อใดก็ตามที่มีคนเดินเข้าใกล้เกินไป พวกเขาจะขยับตัวเล็กน้อยทันที

                     สามวัน…ผ่านไปโดยที่ชายหนุ่มยังหาโอกาสไม่ได้

                     จนกระทั่งคืนที่สี่…. ขณะที่เรือแล่นอยู่กลางทะเลลึก ลมแรงพัดผ่านดาดฟ้าชั้นบนจนผู้โดยสารส่วนใหญ่เลือกจะอยู่ในห้องด้านในแทน

                    ชายหนุ่มออกมาเดินที่ดาดฟ้านั้นเพราะพนักงานเสิร์ฟบอกเขาเมื่อครู่ก่อนว่า ชายหัวล้านเพิ่งเดินออกมาทางนี้

                    แสงไฟบนดาดฟ้าไม่สว่างนัก เสียงลมทะเลพัดผ่านราวเหล็กเป็นเสียงครางต่ำ ทะเลรอบตัวมืดสนิทจนแทบแยกไม่ออกว่าขอบฟ้าอยู่ที่ใด

                   ชายหนุ่มเดินช้า ๆ ไปตามทางเดินริมกราบเรือ  กำหมัดแน่นจนเหงื่อชุ่ม…

                  แล้วเขาก็เห็นชายหัวล้านยืนอยู่ไม่ไกลนัก

คราวนี้เขาอยู่คนเดียว

                  บอดี้การ์ดสองคนไม่อยู่ใกล้เหมือนทุกครั้ง อาจยืนรออยู่ด้านในหรือหลบลมอยู่ที่อื่น

                  ชายหัวล้านกำลังยืนพิงราวเรือ มองออกไปยังทะเลมืดเบื้องหน้า

                 นี่เป็นโอกาสแรกในหลายวันที่ผ่านมา…!

                ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้เหมือนผู้โดยสารที่ออกมารับลมทะเล เขายืนห่างออกไปไม่กี่ก้าวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก…

                 ชายหัวล้านหันมามองเขาเพียงแวบเดียว

วินาทีนั้นเอง ชายหนุ่มตัดสินใจ   พุ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว มือหนึ่งคว้าปกเสื้อของชายหัวล้าน อีกมือพยายามดึงตัวเขาออกจากราวเรือเหมือนต้องการค้นอะไรบางอย่าง

                 ชายหัวล้านตกใจและผลักกลับทันที ร่างใหญ่ของเขาแม้จะอ้วนแต่ก็แข็งแรงกว่าที่คิด ทั้งสองคนเสียหลักกระแทกเข้ากับราวเหล็กอย่างแรงแล้วล้มลงไปที่พื้นทางเดิน

                เสียงการต่อสู้ดังขึ้นท่ามกลางเสียงลมทะเล

                ชายหัวล้านพยายามผลักเขาออก ขณะที่ชายหนุ่มพยายามจับตัวกดไว้ และล้วงหาอะไรบางอย่างตามเสื้อผ้าของอีกฝ่าย

                ชายหัวล้านขยับตัวจนใช้สองมือรัวหน้าอก  ชายหนุ่มสวนไปทันทีพร้อมจับไหล่กระแทกกราบเรือจนมีเสียงร้อง

                แต่การต่อสู้กินเวลาได้ไม่นาน

               เสียงฝีเท้าหนัก ๆ วิ่งเข้ามาจากทางเดินด้านใน บอดี้การ์ดสองคนพุ่งออกมาพร้อมกับลูกเรืออีกสองสามคน

               พวกเขารีบเข้ามาแยกทั้งสองคนออกจากกัน

                ชายหนุ่มถูกดึงถอยหลังไปหลายก้าว ขณะที่ชายหัวล้านยังหอบหายใจอยู่ใกล้ราวเรือ เสื้อสูทของเขายุ่งเหยิงแต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง

               ลูกเรือคนหนึ่งถามด้วยเสียงเข้มว่าเกิดอะไรขึ้น

ชายหนุ่มเพียงยกมือขึ้นเหมือนขอโทษ บอกว่าเป็นความเข้าใจผิดเล็กน้อยระหว่างผู้โดยสาร

              เหตุการณ์จบลงอย่างรวดเร็วเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น

แต่เมื่อเขาถูกปล่อยให้เดินกลับเข้าไปในตัวเรือ

              เขารู้คำตอบอย่างหนึ่งแล้ว   หลังจากการต่อสู้เมื่อครู่

เขาแน่ใจว่าของที่เขาตามหา

             ต้องอยู่ที่นี่…!

                       หลังเหตุการณ์ที่ดาดฟ้าในคืนนั้น ชายหนุ่มกลับไปที่ห้องของตนด้วยความผิดหวัง เขาไม่ได้อะไรเลยจากการปะทะสั้น ๆ นอกจากความมั่นใจอย่างหนึ่ง  ระหว่างที่พยายามจับตัวและค้นเสื้อผ้าของชายหัวล้าน เขาไม่พบสิ่งใดที่อาจเป็นเครื่องลางชิ้นนั้นเลย

                    แต่ความรู้สึกของเขากลับยิ่งชัดขึ้น

                   ชายหัวล้านคนนั้น ต้องเกี่ยวข้องกับมัน  เหรียญวิเศษที่เขาต้องติดตามเอามาให้ได้

                   ถ้าเครื่องลางไม่ได้อยู่กับตัว ก็น่าจะถูกซ่อนไว้ที่ใดที่หนึ่งซึ่งปลอดภัยกว่านั้น และสถานที่ที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือห้องพักส่วนตัวของเขา

               ปัญหาคือ ห้องพักของผู้โดยสารบนเรือสำราญไม่ใช่ที่ที่ใครจะเดินเข้าไปค้นได้ง่าย ๆ ทางเดินแต่ละชั้นมีพนักงานผ่านไปมาตลอด และผู้โดยสารแปลกหน้าที่เดินวนอยู่หน้าห้องของคนอื่นย่อมสะดุดตา

                        เขารอจังหวะและโอกาสในขณะเวลาลดน้อยลง…

                       5 วันผ่านไป  ชายหนุ่มยังคงเฝ้าดูชายหัวล้านอย่างอดทน เขาเห็นชายคนนั้นไปที่บาร์แทบทุกคืน นั่งดื่มกับแขกคนอื่นหรือบางครั้งก็เพียงนั่งฟังดนตรีเบา ๆ ขณะที่บอดี้การ์ดสองคนยืนอยู่ไม่ห่าง

                     เขารอด้วยควาากระวนกระวาย….

                    คืนที่ 6 แล้ว….. มันเป็นคืนสุดท้ายของการเดินทาง

                   เหลือความหวังครั้งสุดท้าย

                   พนักงานเสิร์ฟคนนั้นเดินผ่านโต๊ะของเขาแล้วหยุดเพียงครู่เดียวเหมือนจะถามว่าเขาต้องการอะไรเพิ่มหรือไม่ จากนั้นจึงพูดเสียงเบาแทบไม่ได้ยิน

                    ชายหนุ่มหูผึ่ง…เลือดในร่างกายสูบฉีดทั่วกายจนหัวใจระรัว

                    ชายหัวล้านอยู่ในบาร์ และคงอีกนานกว่าจะกลับขึ้นห้อง

                   คำพูดนั้นสั้นมาก แต่เพียงพอ

                   ชายหนุ่มวางเงินไว้บนโต๊ะโดยไม่พูดอะไร แล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องอาหารทันที

                  ทางเดินที่นำไปยังชั้นห้องพักเงียบกว่าด้านล่างมาก เสียงดนตรีและเสียงผู้คนจากบาร์ค่อย ๆ เลือนหายไป เหลือเพียงเสียงเครื่องยนต์ของเรือที่สั่นเบา ๆ ผ่านผนังเหล็ก

                 เขาเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นที่ชายหัวล้านพักอยู่ โดยคอยสังเกตจังหวะการเดินของพนักงานทำความสะอาดและลูกเรือที่ผ่านไปมา เมื่อมีใครเดินผ่าน เขาก็เดินต่อเหมือนผู้โดยสารที่กำลังกลับห้องของตน

                ในที่สุดเขาก็มาถึงประตูห้องที่ต้องการ   ทางเดินว่างเปล่า

              เขาหยุดฟังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบเครื่องมือเล็ก ๆ ออกจากกระเป๋า มือของเขาทำงานอย่างรวดเร็วกับกลอนประตูที่ไม่ซับซ้อนนัก

                            ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูก็เปิดออก

เขารีบก้าวเข้าไปข้างในแล้วปิดประตูเบา ๆ

                          ห้องพักกว้างและตกแต่งอย่างหรูหราเหมือนห้องของผู้โดยสารชั้นดี กระเป๋าเดินทางวางอยู่ข้างเตียง เสื้อสูทหลายตัวแขวนอยู่ในตู้ ผ้าม่านบานใหญ่ปิดกระจกที่มองออกไปยังทะเล

                          ชายหนุ่มเริ่มค้นทันที !!

                         เขาเปิดลิ้นชักทุกช่อง พลิกเสื้อผ้าในตู้ เปิดกระเป๋าเดินทาง และตรวจดูแม้แต่ใต้เตียง เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่เขายังไม่พบอะไรที่คล้ายเครื่องรางจากอียิปต์เลย

                         เขากำลังจะเปิดตู้เล็กข้างผนัง…แต่ต้องชงัก..เมื่อเสียงดังขึ้นจากด้านนอก…

                        ประตูค่อย ๆ เปิด  ชายหนุ่มหยุดนิ่งทันที

มีคนกลับมา

                        เขากวาดสายตาไปทั่วห้องอย่างรวดเร็ว ทางเดียวที่เหลืออยู่คือระเบียงด้านนอก เขาเปิดประตูกระจกออกอย่างระมัดระวังแล้วก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว

                        ลมทะเลยามค่ำพัดแรงจนหน้าชาและเสื้อของเขาปลิวกระพือ

                      ระเบียงแคบมาก และด้านข้างมีเพียงผนังเหล็กของเรือที่ทอดขึ้นไปยังชั้นบน

                     เขาไม่มีเวลาคิดมาก !!

                    ชายหนุ่มจับขอบระเบียงแล้วปีนขึ้นไปช้า ๆ มือเกาะตามรอยต่อของโครงเหล็ก ลมทะเลพัดแรงจนตัวเขาโคลงเคลงอยู่กลางความมืด

                   และทันใดนั้น..มือจับเหล็กลื่นจนหลุดทิ้งน้ำหนักไว้กับอีกมือหนึ่ง  แข็งใจเหนี่ยวขึ้นอีกครั้งก่อนจะหลุดร่วงงลงกลางทะเล

                 ในที่สุดเขาก็ขึ้นไปถึงระเบียงของชั้นถัดไปด้วยเหงื่อและน้ำเค็มเต็มใบหน้า

                  เขาปีนข้ามราวแล้วเข้าไปยังทางเดินของชั้นนั้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันเดินพ้นหัวมุมทางเดิน พนักงานลูกเรือคนหนึ่งที่กำลังตรวจตราทางเดินก็เห็นเขาเข้า

                ชายคนนั้นขมวดคิ้วทันที   เข้ามาขวางไว้ แล้วถามว่าเขามาทำอะไรตรงนี้

                คำถามยังไม่ทันจบ ชายหนุ่มก็พุ่งเข้าใส่   กระแทกลูกเรือคนนั้นเข้ากับผนัง ทั้งสองคนชุลมุนกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ชายหนุ่มจะหลุดออกมาได้ขณะลูกเรือร้องเอะอะกำลังจะลุกขึ่นอย่างลำบาก

              เขารีบเดินจากไปตามทางเดินเหมือนผู้โดยสารที่กำลังรีบกลับห้องของตัวเอง

             เมื่อเขาลงบันไดกลับสู่ชั้นล่างได้ในที่สุด ลมหายใจของเขายังหนักและมือยังสั่นเล็กน้อย

            การเสี่ยงครั้งนั้นเกือบทำให้เขาถูกจับได้   และที่แย่กว่านั้นคือ

             เขายังไม่ได้ “เหรียญวิเศษ” สิ่งที่ตามหาเลย

                           เช้าวันสุดท้ายของการเดินทางมาถึงพร้อมเสียงประกาศจากลำโพงของเรือ ขอให้ผู้โดยสารเตรียมตัวลงจากเรือและไปรับกระเป๋าเดินทางที่ล็อบบี้ นักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มทยอยออกจากห้องพักของตน เดินไปตามทางเดินและบันไดเพื่อลงสู่ทางออก เสียงพูดคุยและเสียงล้อกระเป๋าดังสลับกันไปทั่ว

                         ชายหนุ่มเดินปะปนอยู่ในฝูงชนเหล่านั้นอย่างเงียบ ๆ การเดินทางที่สาหัสตลอดหลายคืนบนเรือลำนี้จบลงแล้ว และเขาก็ยอมรับกับตัวเองว่าการติดตามครั้งนี้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

                         ผู้โดยสารค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปตามทางเดินที่นำไปสู่ประตูเรือ

                         ขณะเดินอยู่นั้น เขาเหลือบไปยังสะพานอีกด้านหนึ่งของทางออก สบตากับชายอ้วนหัวล้านคนนั้นพอดี 

                         ชายอ้วนหันมามองเขาอย่างขึ้งโกรธ ปากขมุบขมิบก่อนจะชูกำปั้นเขย่าเหมือนพร้อมต่อสู้  

                         ส่งเสียงลอยลมจนนักท่องเที่ยวหันมามอง

                        เขาหมดอาลัยตายอยากที่จะตอบโต้  เหมือนคนพ่ายแพ้   ก้าวเดินตามผู้โดยสารผ่านออกจากเรือ

                        พนักงานบริการยืนรอส่งผู้โดยสารก่อนพ้นลำเรือ  คนเดียวกับที่เคยช่วยเหลือเขาระหว่างการเดินทาง ก้าวเข้ามาขวางหน้า พูดเสียงพอได้ยิน

                  “เห็นใจคุณนะ  ที่ผิดหวัง …! “

             ชายหนุ่มสบตา ยื่นมือจับเขย่าอำลาด้วยความซาบซึ้ง

                   “เก็บนี่ไว้คุ้มครองคุณ…. แม่ผมให้มานานแล้ว…”

พูดพลางดึงเชือกที่คล้องคออยู่ยื่นให้หนุ่มใหญ่

                    เขาเบิกตาโต…. จ้องเขม็ง…ปลายเชือก

                   มันคือเหรียญวิเศษที่เขาติดตามมาด้วยชีวิต !

“ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

ทำไมเข้าฤดูฝนแล้วยังร้อนอบอ้าว

ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป อุณหภูมิจะยังคงสูงกว่าปกติ แต่จะไม่สูงเท่าเดือนเมษายนปี 2569 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะร้อนสุดๆเดือนเมษายน 2570 ที่จะมาถึง

สร้างแลนด์มาร์คใหม่กลางยอดเขา ทำแบบนี้ได้เหรอ? 

ป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดยักษ์คำว่า “@NONGBUALAMPHU” ตรงแหล่งท่องเที่ยวภูพานน้อย ระยะที่ 2 บริเวณวัดดอยเทพสมบูรณ์ อ.เมืองหนองบัวลำภู โดยมีการติดตั้งอักษรตัว “L” เป็นปฐมฤกษ์

เตรียมพร้อมรับมือทั้งสองโหมดแล้งท่วมแม้จะเข้าสู่ปรากฎการณ์เอลนิญโญ

ศูนย์ภูมิอากาศ และภัยพิบัติ ม.รังสิต ได้ติดตามวิเคราะห์ และประเมินสภาพอากาศเพื่อแจ้งเตือนหากมีสัญญาณความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้วที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน

อยู่กับ เอลนีโญ   อย่างปลอดภัย

“เอลนีโญ” คืออะไร? อธิบายง่าย ๆ คือ น้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกมีอุณหภูมิสูงขึ้นมาก ส่งผลให้การไหลเวียนของอากาศทั่วโลกเปลี่ยนแปลง

ข่าวอื่นๆ

เรื่องสั้น   “เรารักกัน…เพราะไม่รู้จักกัน !”

ในโลกที่ความรักถูกย่อส่วนลงเหลือเพียงการรูดปลายนิ้วไปบนหน้าจอกระจกเย็นเฉียบ… “แมน” พบว่าตัวเองติดอยู่ในวังวนของแสงสีฟ้าจากสมาร์ทโฟนมาเกือบสามเดือนแล้ว เขาตกหลุมรักผู้หญิงที่ชื่อ "มล” ผู้หญิงที่เขาไม่เคยได้ยินเสียงจริง ไม่เคยสัมผัสไออุ่นจากปลายนิ้ว และไม่เคยแม้แต่จะเห็นแววตาของเธอผ่านดวงตาคู่นี้จริงๆ

เรื่องสั้น  “คืนวิกฤติ”

โป้ง….โป้ง…..โป้ง งงง…“ เสียงปืนดังแหวกอากาศเหนือท่าเรือร้าง รุนแรงและแม่นยำ ไม่ใช่การยิงขู่ แต่เป็นการยิง “บังคับทิศทาง”

เรื่องสั้น  สิงห์หนุ่มปะทะเสือสาว

เสียงแซ็กโซโฟนกระแทกกระทั้นจากชั้นล่างลอยขึ้นมาตามช่องบันไดทองเหลืองทอดยาวขึ้นไปชั้นบน เหมือนลมหายใจคนเหนื่อย กลิ่นวิสกี้ราคากลาง ๆ ผสมควันบุหรี่และน้ำหอมหวานฉุนติดอยู่ในอากาศจนแทบเคี้ยวได้