หน้าแรกเรื่องสั้น“เอาหวีเหล่านี้ไป… แล้วไปขายให้พระภิกษุให้ได้”

“เอาหวีเหล่านี้ไป… แล้วไปขายให้พระภิกษุให้ได้”

เผยแพร่

spot_img

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…

มีเจ้านายคนหนึ่งอยากทดสอบไหวพริบลูกน้อง จึงยื่นโจทย์ประหลาดว่า

“เอาหวีเหล่านี้ไป… แล้วไปขายให้พระภิกษุให้ได้”

ลูกน้องทั้งหกคนต่างงงงวย เพราะพระภิกษุไม่มีผม แล้วจะเอาหวีไปทำไมกัน?

แต่ถึงอย่างนั้น แต่ละคนก็ออกเดินทางพร้อมหวีในมือ และกลับมาด้วยเรื่องราวที่ต่างกันไป

คนแรก : ผู้ยอมแพ้แต่ต้นทาง

เขาบ่นพึมพำ “เจ้านายบ้าหรือไง พระหัวโล้นหมดแล้ว จะเอาหวีไปขายทำไม”

แล้วก็หันหลังไปดื่มเหล้า นอนหลับ และกลับมาบอกเจ้านายว่า “ขายไม่ได้ครับ”

เจ้านายเพียงยิ้มบาง ๆ เหมือนจะบอกว่า “เรื่องนี้ข้าก็รู้อยู่แล้วละ”

คนที่สอง : ผู้ขายด้วยความสงสาร

เขาไปหาพระแล้วเล่าเรื่องทุกข์ร้อน

“ถ้าขายไม่ได้ ผมคงตกงาน ขอท่านช่วยซื้อสักอันเถอะ”

พระได้ฟังแล้วเกิดเมตตา จึงหยิบเงินซื้อไว้หนึ่งอัน

นี่คือการขายที่ได้เพราะความสงสาร ไม่ใช่เพราะคุณค่าของหวี

คนที่สาม : ผู้มองเห็นประโยชน์

เขาสังเกตเห็นคนที่มาทำบุญ ผมเผ้ายุ่งเหยิง

จึงกล่าวกับพระว่า

“ถ้าวัดมีหวีไว้ให้ญาติโยม หวีผมให้เรียบร้อยก่อนกราบพระ นั่นคือการแสดงความเคารพที่แท้จริง”

พระเห็นด้วย จึงซื้อหวีไว้สิบอัน

คนที่สี่ : ผู้คิดแทนวัด

เขาเสนอว่า “ถ้าวัดมีหวีไว้เป็นของกำนัลแจกผู้มากราบไหว้ ก็จะยิ่งสร้างศรัทธา”

พระพิจารณาแล้วเห็นด้วย ซื้อไว้ถึงหนึ่งร้อยอัน

คนที่ห้า : ผู้เปลี่ยนหวีให้มีคุณค่าทางธรรม

เขาเอ่ยว่า “ถ้าแกะสลักคำสอนลงบนหวี แล้วมอบให้ผู้ศรัทธา ก็จะได้ทั้งของใช้และธรรมะติดตัวกลับไป”

พระยิ้มกว้าง ซื้อไว้ถึงหนึ่งพันอัน

คนที่หก : ผู้แปรเปลี่ยนหวีเป็นของวิเศษ

เขากล่าวเบา ๆ ว่า

“ถ้าท่านปลุกเสกหวีเหล่านี้ให้เป็นเครื่องคุ้มครอง จะกลายเป็นการทำบุญและเผยแผ่ชื่อเสียงวัด

ญาติโยมจะได้ทั้งศรัทธา ทั้งสิ่งมงคลกลับไป”

พระได้ยินแล้วพนมมือสาธุทันที ซื้อไว้หนึ่งหมื่นอัน และตั้งชื่อว่า

“หวีสั่งสมความดี หวีคุ้มครองปลอดภัย”

หวีธรรมดา จึงกลายเป็นเครื่องรางยอดนิยมในเวลาไม่นาน

บทสรุปของนิทาน

คนแรกยอมแพ้เพราะติดกรอบความคิดเดิม ๆ 

คนที่สองขายด้วยความสงสาร ซึ่งอยู่ได้ไม่นาน 

คนที่สามและสี่ คิดเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น จึงได้ผลตอบแทนที่มากขึ้น 

คนที่ห้า สร้างคุณค่าทางจิตใจให้สินค้า 

คนที่หก พลิกของธรรมดาให้กลายเป็นของวิเศษ 

นิทานนี้สอนเราว่า โจทย์ยากแค่ไหน ก็ยังมีหลายหนทางแก้ไขได้

หากเราไม่หยุดที่คำว่า “เป็นไปไม่ได้” แต่ลองคิดให้กว้างและลึก บางทีผลลัพธ์อาจยิ่งใหญ่กว่าที่เราคาดไว้เสียอีก

Cr: ห้องทำมะทำโม

ข่าวล่าสุด

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ครม.ไฟเขึยว  คุ้มครองผู้บริโภค ซื้อออนไลน์คืนสินค้าได้

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ยกระดับสิทธิผู้ซื้อ กำหนดมาตรฐานการรับผิดชอบผู้ขายชัดเจนขึ้น (16 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .......

เตือนภัย พลิกโลก  เอลนีโญมาแล้ว !

ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ชัดว่า มีแนวโน้มทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และอาจกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย

ข่าวอื่นๆ

 “ตามล่า…เหรียญวิเศษ”

เรือสำราญขนาดใหญ่จอดนิ่งอยู่ที่ท่า ท่ามกลางแสงไฟยามค่ำที่สะท้อนเป็นริ้วสั่นไหวบนผิวน้ำ ผู้โดยสารกำลังทยอยขึ้นเรือทีละกลุ่ม

เรื่องสั้น   “เรารักกัน…เพราะไม่รู้จักกัน !”

ในโลกที่ความรักถูกย่อส่วนลงเหลือเพียงการรูดปลายนิ้วไปบนหน้าจอกระจกเย็นเฉียบ… “แมน” พบว่าตัวเองติดอยู่ในวังวนของแสงสีฟ้าจากสมาร์ทโฟนมาเกือบสามเดือนแล้ว เขาตกหลุมรักผู้หญิงที่ชื่อ "มล” ผู้หญิงที่เขาไม่เคยได้ยินเสียงจริง ไม่เคยสัมผัสไออุ่นจากปลายนิ้ว และไม่เคยแม้แต่จะเห็นแววตาของเธอผ่านดวงตาคู่นี้จริงๆ

เรื่องสั้น  “คืนวิกฤติ”

โป้ง….โป้ง…..โป้ง งงง…“ เสียงปืนดังแหวกอากาศเหนือท่าเรือร้าง รุนแรงและแม่นยำ ไม่ใช่การยิงขู่ แต่เป็นการยิง “บังคับทิศทาง”