หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนจีนไม่ได้ช่วยเขมร แต่จีนกำลัง “จัดระเบียบเขมร”

จีนไม่ได้ช่วยเขมร แต่จีนกำลัง “จัดระเบียบเขมร”

เผยแพร่

spot_img

ภาพที่คนส่วนใหญ่เห็น คือจีนเข้ามาไกล่เกลี่ย ทำให้สถานการณ์ไม่บานปลาย

ดูเหมือนเป็นผู้ช่วย เป็นคนกลาง เป็นมิตร

แต่ความจริงคือจีนไม่ได้เข้ามาปกป้องกัมพูชา

จีนเข้ามาเพื่อ หยุดความเสียหายของทั้งระบบ

และจัดระเบียบผู้เล่นที่กำลังทำเกมพัง

นี่ไม่ใช่การเลือกข้าง แต่คือการ “คุมกระดาน”

เกมของจีน มีแค่ 2 ทางเลือก

ยิงต่อ = เกมแตก ทุกคนเสีย หยุด = เจ็บหนัก แต่ยังอยู่ในเกม

จีนจึง “ล็อกคอ” กัมพูชา แบบไม่ต้องอธิบายยืดยาว

ไม่ใช่คำขอร้อง แต่คือ คำสั่งเชิงโครงสร้าง

จีนไม่ต้องการแนวรบใหม่ในอาเซียน

ไม่ต้องการให้มหาอำนาจตะวันตกมีข้ออ้างแทรก

ไม่ต้องการให้เส้นทาง BRI สั่น

และไม่ยอมให้รัฐเล็กคนใด ทำทั้งภูมิภาคปั่นป่วน

“เริ่มใหม่” ในภาษาจีน ไม่ได้แปลว่าเริ่มเท่ากัน

จีนบอกว่า “ที่ผ่านมาให้ผ่านไป มาเริ่มกันใหม่”

แต่คำว่า เริ่มใหม่ ของจีน ไม่ได้แปลว่ารีเซ็ตศูนย์

มันแปลว่า อำนาจต้องชัด เส้นต้องนิ่ง ใครทำพัง ต้องจ่ายราคา

สำหรับกัมพูชา ราคานั้นคือ เสียดินแดนเชิงปฏิบัติ

เสียพื้นที่ต่อรอง เสียเศรษฐกิจชายแดน เสียภาพความเป็นผู้นำ

และถูกจำกัดอิสระในการตัดสินใจ

ไม่ใช่เพราะจีนโหด แต่เพราะจีน ไม่ยอมให้ระบบสั่น

ปัญหาใหญ่ของฮุน เซน ไม่ใช่ไทย แต่คือ “ประชาชนตัวเอง”

ประชาชนกัมพูชากำลังรอ รอไฟเขียว

รอคำว่า “กลับบ้านได้แล้ว”

แต่ความจริงที่กำลังจะชนคือ บางพื้นที่ ไทยควบคุมไปแล้ว

และจะไม่คืน เพราะอารมณ์ หรือแรงกดดัน

ฮุน เซน จึงติดกับดักสามชั้น จะอธิบายยังไงว่ากลับไม่ได้

จะบอกยังไงว่าที่เสียไป ไม่ได้แพ้ไทย แต่แพ้เกมตัวเอง

จะรักษาหน้าอย่างไร เมื่อจีนไม่ออกหน้าช่วยอธิบายให้

จีนต้องการเสถียรภาพ

แต่ไม่ต้องการเป็นคนรับผิดชอบ “ความรู้สึกประชาชนเขมร”

ช่วงอันตรายที่สุด คือช่วงที่ “ความจริงยังไม่ถูกบอก”

ตอนนี้คือจุดเสี่ยง เพราะความคาดหวังของประชาชน

ยังไม่เท่ากับความจริงในสนาม

เมื่อความจริงเปิดพร้อมกัน แรงกระแทกจะไม่พุ่งมาที่ไทยก่อน

แต่มันจะ ย้อนกลับเข้ารัฐบาลกัมพูชา

จีนรู้ และปล่อยให้เกิด

เพราะนี่คือการ จัดระเบียบภายใน โดยไม่ต้องใช้กำลัง

ประเมินความสำเร็จเชิงยุทธศาสตร์ (เป็นเปอร์เซ็นต์)

기준 = อำนาจ, เวลา, ภาพลักษณ์ และอำนาจต่อรองระยะกลาง–ยาว

จีน : 85% ได้คุมระบบ หยุดความขัดแย้ง

ไม่เปิดแนวรบใหม่ รักษา BRI ได้ภาพ “ผู้จัดการระบบ”

ยังไม่เต็มเพราะ ความปั่นป่วนในพนมเปญยังต้องคุมต่อ

ไทย : 75–80% (มีโอกาสขึ้นถึง 85%)

คุมพื้นที่เชิงปฏิบัติ ได้เวลาเป็นฝ่ายตั้งเกม

ภาพลักษณ์นิ่ง มีเหตุผล ไม่ถูกกดจากนานาชาติ

จีนเปิดช่องให้ต่อรองเงียบ เงื่อนไขสำคัญ

อย่าสื่อสารพลาด อย่าใช้อารมณ์

อย่าชนะให้คนเห็นมากเกินไป

รัฐบาลกัมพูชา : 25–30% รัฐยังไม่แตก

จีนยังไม่ปล่อยมือ ยังพอซื้อเวลาได้ แต่แพ้เชิงโครงสร้าง

อำนาจต่อรองหาย ความเชื่อมั่นประชาชนลด

เศรษฐกิจชายแดนเสีย อิสระถูกล็อก

ประชาชนกัมพูชา : 10–15% ความคาดหวังสูง ข้อมูลจริงต่ำ

รับแรงกระแทกเต็ม ไม่มีอำนาจต่อรอง และยังไม่มีใครอธิบายแทน

เสถียรภาพภูมิภาค : 70% ยังไม่มีสงคราม ไม่มีมหาอำนาจแทรก

แต่ความไม่พอใจภายในกัมพูชา คือระเบิดเวลาขนาดเล็ก

แล้วไทยควรวางตัวยังไง ไม่ต้องพูดเยอะ ไม่ต้องโชว์ชัยชนะ

ไม่ต้องเหยียบใคร แค่ ยืนให้ถูกจุด นิ่ง มีเหตุผล ยึดกติกา → ได้แต้มโลก

ยึดพื้นที่ = ยึดเวลา → เวลาอยู่ข้างไทย

สื่อสารกับโลก ไม่ใช่อารมณ์ → ความปลอดภัย เสถียรภาพ มนุษยธรรม

ไม่อธิบายแทนรัฐบาลเขมร → ให้แรงกดดันทำงานเอง

ปิดเกมเงียบกับจีน → จีนได้หน้า ไทยได้ผลจริง

บทสรุป

จีนไม่ได้เลือกข้างไทย จีนเลือก เสถียรภาพ

กัมพูชาไม่ได้แพ้ไทย แต่แพ้เกมที่เล่นเกินตัว

ไทยไม่จำเป็นต้องชนะให้ใครเห็น

แค่ ไม่แพ้เกมใหญ่ ก็ชนะแล้ว

นี่คือชัยชนะที่ไม่ต้องยิง ไม่ต้องพูดแรง

แต่หนักที่สุดในระยะยาว 

ข่าวล่าสุด

หรือ…ตราชั่งชำรุดที่จุดเริ่มต้น ?  เมื่อศาลตัดสินจำคุกอดีต ประธาน ปปช.กับพวก

วานนี้ คำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่สั่งจำคุกอดีตประธาน ปปช. และกรรมการ กรณีปกปิดข้อความเอกสารคดีนาฬิกาหรู แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวแรกของกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลต้นที่ยังไม่ถึงที่สุด

ครบรอบ 120 ปี ชาตกาล พุทธทาสภิกขุ

วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นวาระอันประเสริฐและทรงความหมายยิ่งสำหรับพระพุทธศาสนาและสังคมโลก เนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันชาตกาล ของ พระธรรมโกศาจารย์ หรือ พุทธทาสภิกขุ

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 พิพากษาสั่งลงโทษจำคุก ‘วัชรพล’ อดีตปธ.ป.ปช.-

 'สุภา' กรรมการฯ คนละ 3 ปี คดีปกปิดเอกสารสำนวนสอบนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม ไม่เปิดเผยข้อมูลให้ 'วีระ สมความคิด'  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินคดีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.)...

ศึกศรัทธา 2 ขั้ว “สายวัด“ VS   ”สายวัง”  คลื่นใต้น้ำวงการพระเครื่อง เดิมพันนับแสนล้าน

การเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การโต้เถียงเรื่องความแท้-เก๊ในแผงพระทั่วไป หากแต่เป็นสงครามช่วงชิง “ความชอบธรรม” ในการกำหนดทิศทางมูลค่าทรัพย์สินที่ขับเคลื่อนด้วยแรงศรัทธา

ข่าวอื่นๆ

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ตั้ง 10 คำถามที่รัฐบาลต้องตอบ แลนด์บริดจ์ ก้าวสู่ความรุ่งเรือง หรือกับดักอธิปไตยที่ผูกมัดอนาคตลูกหลาน?

ตั้งคำถามที่น่ากังวลของโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อให้รัฐบาลไขความกระจ่างให้ประชาชนรับทราบ ก่อนที่จะกลายเป็นภาระผูกพันชั่วชีวิตของคนรุ่นหลาน