หน้าแรกเสียงอิสระประชาชน ชี้แจงกรณี ไทยพีบีเอส

 ชี้แจงกรณี ไทยพีบีเอส

เผยแพร่

spot_img

เทพชัย หย่อง โพสต์เฟซบุ้ก  Thepchai Yong  เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ชี้แจงกรณี ไทยพีบีเอส

เดิมทีคิดว่าไม่อยากตอบโต้อะไรเพราะข้อกล่าวหาที่มีต่อผมมันไร้สาระโดยสิ้นเชิง แต่เมื่อมาทบทวนดูอีกทีเห็นว่าถ้าไม่ชี้แจงอะไรเลยอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อตัวผมเป็นอย่างมาก เพราะข้อกล่าวหาว่าผมมีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นพฤติกรรมทุจริตประพฤติมิชอบเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงมาก ผมจึงมีความจำเป็นต้องให้ข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องถึงแม้คุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส ได้ให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ไประดับหนึ่งแล้วก็ตาม 

เนื่องจากเมื่อวันเสารที่ผ่านมา สำนักข่าว “ผู้จัดการออนไลน์” ได้รายงานข่าวโดยอ้างข้อร้องเรียนของพนักงานไทยพีบีเอสต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการนโยบายขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย กล่าวหาว่าผู้บริหารฝ่ายข่าวบางคนและผมได้กระทำการอันอาจเข้าข่ายทุจริตประพฤติมิชอบด้วยการเบิกยานพาหนะขององค์กรไปใช้ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา รายงานข่าวดังกล่าวอ้างว่าพนักงานไทยพีบีเอสได้กล่าวหาว่าผมมีส่วนในการทุจริตใช้รถขององค์กร “โดยไม่มีผลการปฏิบัติงานหรือรายงานกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเกิดประโยชน์ใดต่อสาธารณะ”

ผมขอชี้แจงว่าการใช้รถขององค์กรของผมในทุกกรณีก็เพื่อปฏิบัติภารกิจให้กับองค์กรและไม่เคยใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวเลยแม้แต่น้อย และขอยืนยันว่าได้ใช้วิจารณญาณอย่างรอบด้านถึงความจำเป็นในการใช้รถและทรัพยากรขององค์กรทุกครั้ง และแหล่งข่าวทุกท่านที่ผมไปพบหรือสัมภาษณ์โดยใช้รถขององค์กรได้ให้ข้อมูลและการวิเคราะห์ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่องานด้านข่าวของไทยพีบีเอส และทุกหมายงานก็มีการบันทึกภารกิจอย่างชัดเจน ที่สำคัญคือในช่วงเวลาที่ผ่านมาผมไม่มีค่ารถประจำตำแหน่งแต่อย่างใด แต่การพาดหัวข่าวและวิธีการรายงานข่าวชิ้นนี้อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าผมมีค่ารถประจำตำแหน่งอยู่แล้วยังใช้บริการรถขององค์กรอีก เป็นเรื่องที่ตลกมากถ้าผมใช้รถองค์กรเพื่อปฏิบัติภารกิจให้องค์กรแต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นการทุจริต

รายงานข่าวดังกล่าวยังอ้างว่ามีการร้องเรียนว่าผมมีพฤติกรรมนำรถขององค์กรไปรับส่งแขกในรายการของตัวเองทั้งๆ ที่มีค่าตอบแทนให้กับแขกของรายการอยู่แล้ว

ผมขอชี้แจงว่าผมไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่า “รายการของตัวเอง” ตามที่ถูกกล่าวหา ทุกรายการที่ผมเป็นคนสัมภาษณ์หรือดำเนินรายการเป็นรายการขององค์กรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นแขกที่ได้รับเชิญมาร่วมรายการจึงไม่ใช่ “แขกของคุณเทพชัย” ตามที่กล่าวหาในรายงานข่าว แต่เป็นแขกของรายการขององค์กรทุกคน

ส่วนการที่ได้มีการนำรถขององค์กรไปส่งแขกที่มาออกรายการนั้น เกิดขึ้นในกรณีที่มีความจำเป็นเฉพาะรายและเป็นการใช้วิจารณญาณในการบริหารจัดการของฝ่ายประสานงานในแต่ละครั้ง ผู้ร่วมรายการบางท่านอาจมีข้อจำกัดทางด้านสุขภาพและไม่สะดวกในการเดินทางด้วยตัวเองและบางท่านมีภารกิจเร่งด่วนที่ต้องการรถรับ-ส่ง ซึ่งก็เป็นแนวปฏิบัติปกติสำหรับรายการอื่นขององค์กรและในวงการสื่อทั่วไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแขกของรายการสัมภาษณ์ที่คิดว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ 

อีกข้อกล่าวหาหนึ่งเกี่ยวกับการต่อสัญญาของผมในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งมีข้อสังเกตว่าได้รับเงินเดือนสูงแต่ได้รับมอบหมายให้บริหารหน่วยงานเพียงสำนักเดียว ผมขอชี้แจงว่าเป็นการว่าจ้างที่เกิดจากการพิจารณาของฝ่ายบริหารที่เห็นความเหมาะสมเมื่อเทียบกับหน้าที่และความรับผิดชอบ ตลอดจนผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารสำนักที่กล่าวถึง ซึ่งก็คือสำนัก Thai PBS World ซึ่งเป็นบริการข่าวภาคภาษาอังกฤษของไทยพีบีเอส อีกทั้งยังต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติและประสบการณ์ของผู้บริหารที่ว่าจ้างประกอบด้วย 

เป็นที่น่าสังเกตว่าหลังจากปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของ “ผู้จัดการออนไลน์” ได้ไม่นาน ข่าวชิ้นนี้ก็ถูกถอดออกไปและไม่สามารถเข้าถึงได้อีกโดยไม่มีคำอธิบายแต่อย่างใด เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่งที่ “ผู้จัดการออนไลน์” รายงานข่าวเรื่องนี้โดยไม่ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านเสียก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้โอกาสผู้ที่ถูกพาดพิงชี้แจง 

ผมขอยืนยันอีกครั้งว่าผมไม่เคยมีพฤติกรรมเข้าข่ายการทุจริตหรือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวตามข้อกล่าวหาแม้แต่น้อย และได้พยายามทำหน้าหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตบนหลักความเป็นวิชาชีพมาตลอด เพราะฉะนั้นผมจึงขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาตามที่เป็นข่าว และพร้อมที่จะชี้แจงกับหน่วยงานและทุกองค์กรที่ต้องการข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และพร้อมจะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่มีเจตนาสร้างความเสียหายให้กับผมด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จ

ข่าวล่าสุด

เปิดประตูโลก ! ให้ระวัง… “หลังบ้าน” ต้องสะอาด !

ต้อนรับคณะเอกอัครราชทูต กงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ รวม 76 คน พร้อมประกาศทิศทางประเทศไทยภายใต้แนวคิด “เปิดกว้าง-เชื่อมโลก-เติบโตไปด้วยกัน”

บัณทิตใหม่…ไปต่อ…ลำบาก !

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่า ในไตรมาส 2 ปี 2569 ประเทศไทยมีผู้ว่างงานประมาณ 400,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราการว่างงานร้อยละ 0.95 ขณะที่กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษามีอัตราการว่างงานร้อยละ 1.70

จากเพลงแปลง “ซากุระอยู่บรรทัดทอง” สู่… “Let It Be !“

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 6 กันยายน 2569 เมื่อ “อนุทิน” ใช้ Musical Diplomacy สู่การเมืองโลก ! จาก “สวรรค์ปิด”...

“ดาต้า เซ็นเตอร์” สมองกลล้นเมือง  เมื่อฮาร์ดแวร์แสนล้าน ปะทะข้อจำกัดโครงสร้างพื้นฐานไทย

ดาต้าเซ็นเตอร์กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย โดย BOI ระบุว่า ช่วงปี 2567–2569 มีโครงการได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 42 โครงการ คิดเป็น IT Load รวม 3,400 เมกะวัตต์ และเงินลงทุนประมาณ 750,000 ล้านบาท

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...