ไม่มีประเทศใดในโลกที่การเป็นราชินีจะยากขนาดนี้ ถ้าเป็นประเทศอื่นเราอาจมองภาพว่า สวย สบาย
แต่พอมองของเราแล้ว น้ำตาจะไหล
ผู้หญิงคนหนึ่งต้องเก่งมากมายขนาดนี้เชียวหรือเพื่อประชาชนของพระองค์
การเกิดในราชวงศ์หรืออยู่ในราชวงศ์จักรี มันไม่ใช่เรื่องสบายเลยนะ เพราะเกิดมาพร้อมกับภาระและหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ ขนาดฉันเป็นตัวเองแค่นี้ยังเหนื่อยเลย
หลายคนอาจมองว่าสบายออก กินดี อยู่ดี แต่เบื้องหลังล่ะ คิดดีๆ ตามนี้นะ
– หลับทีหลัง ตื่นก่อน / กว่าจะเสด็จกลับจากงานแต่ละงาน กลับถึงบ้านก็ต้องเช็คงานวันต่อไป ทำอะไรยังไงกับใคร แบบแผนอย่างไร แทนที่จะได้นอนหลับดีๆ ก็ต้องนอนคิดงานทั้งคืน ตื่นก็ต้องตื่นเช้ามาก มาแต่งหน้าทำผม อย่างน้อยก็ 2 ชั่วโมง เพื่อภาพลักษณ์ประเทศ พระองค์ต้องดูดี
– ภาษา / ก็ต้องพูด ฟัง อ่าน เขียน ให้ได้มากมายหลายภาษา เพื่อการเจรจาสัมพันธไมตรีเวลาพบแขกบ้านแขกเมือง ทำให้ภาพลักษณ์สตรีไทยดูเก่งในสายตาชาวโลก ต้องเสียสละมานั่งเรียนพากเพียรศึกษาเพื่อประเทศ
– อาวุธ / ก็ต้องฝึก หลายคนอาจคิดว่าเป็นราชองค์รักษ์ก็ต้องฝึกเพื่อคุ้มครองในหลวง อันนี้ก็ใช่ แต่คิดให้ลึกกว่านั้นอีกชั้น คือ ฝึกเพื่อปกป้องตนเอง และไม่เป็นภาระของใครในยามคับขัน และยังช่วยปกป้องคนที่อ่อนแอกว่าได้
– เครื่องบินก็ต้องขับ / ฝึกมาไม่ใช่เพื่อความเท่ห์ แต่เหตุผลไม่ต่างจากข้อข้างบนเลย ยามคับขันพระองค์ต้องมีส่วนในการช่วยเหลือ ช่วยตัดสินใจ ไม่ได้นั่งสบายๆในยามคับขัน
– กีฬาออกกำลังกาย / ก็ต้องมีวินัยดูแลสุขภาพ เพื่อทำงานดูแลพวกเราให้ดีที่สุด ต้องมีพลังเอเนอจี้มากเพื่อความสดชื่น เมื่อเจอประขาชนของท่าน
จะเหนื่อย จะท้อ จะง่วง จะหิว จะร้อน จะหนาว
ก็ต้องทำงานและอดทน
ภูมิใจมากที่ประเทศไทยมีพระราชินีที่เก่ง ดี และเพรียบพร้อมขนาดนี้ จะหาที่ไหนได้อีกในโลกนี้คงจะยากหรือคงไม่มีอีกเลย เก่งตามอย่างพระพันปีหลวง
@ นี่คือคำบรรยายคลิป แปลเป็นภาษาไทยแบบอ่านเข้าใจง่าย.
สุทิดา ประสูติปี ค.ศ.1978 (ปัจจุบันอายุ 47 พรรษา) ในครอบครัวชาวจีนฮกเกี้ยน ไม่มีฐานะหรือเส้นสายโดดเด่น เส้นทางชีวิตเติบโตมาอย่างเรียบง่ายแต่มุ่งมั่น ในปี ค.ศ. 2000 ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ด้วยพื้นฐานความรู้ และทักษะภาษาอันเชี่ยวชาญ กลายเป็นจุดตั้งต้นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในชีวิตภายหลัง
หลังเรียนจบ สุทิดา เข้าทำงานกับการบินไทย เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดยไม่คาดคิดเลยว่า “แก้วแชมเปญ” หนึ่งแก้วที่ยื่นให้ผู้โดยสารปริศนา ในชั้นหนึ่งบนเที่ยวบินหนึ่งของไทย จะกลายเป็นจุดหักเหของชะตาชีวิต
ในปี ค.ศ. 2008 ขณะอายุ 30 ปี สุทิดา รับผิดชอบงานบริการชั้นหนึ่ง ผู้โดยสารชายวัยกลางคนคนหนึ่ง แต่งกายพิถีพิถันและมีออร่าโดดเด่น สะดุดตาเธอขึ้นมา ด้วยสัญชาตญาณวิชาชีพ เธอจึงบริการอย่างเอาใจใส่เป็นพิเศษ จากภาษาไทยต่อเนื่องถึงภาษาเยอรมันที่คล่องแคล่ว ทุกคำบรรยายละเมียดละไม รูปแบบการให้บริการแบบคุกเข่าตามธรรมเนียมก็สง่างามเหมาะสมยิ่ง ทว่าเธอยังไม่รู้เลยว่า ผู้โดยสารท่านนั้นคือสมเด็จฯ พระบรมโอรสาธิราชฯ มหาวชิราลงกรณ์ ในเวลานั้น
การพบกันที่ดูเหมือนบังเอิญครั้งนี้ ทำให้พระองค์ทรงมองหญิงสามัญชนผู้หนึ่งด้วยสายตาใหม่ หลายปีต่อมา เมื่อทรงเป็นพระมหากษัตริย์แล้ว ยังทรงเล่าว่า “แววตาของเธอราวสายน้ำเจ้าพระยา อ่อนโยนแต่เปี่ยมพลัง”
สามเดือนหลังเที่ยวบินนั้น จดหมายประทับตราราชสกุลก็ส่งมาถึงสุทิดา เชิญให้เข้าร่วมกองทหารรักษาพระองค์ ทำหน้าที่องครักษ์ใกล้ชิด โอกาสที่มาถึงอย่างไม่คาดฝันนี้ ทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากงานแอร์โฮสเตส ก้าวสู่วงในสถาบันฯ ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
เมื่อเข้ากรมทหารรักษาพระองค์ สุทิดาไม่พึ่งพาความเอ็นดูพิเศษ แต่เลือกยืนด้วยฝีมือตนเอง เธอรู้ซึ้งถึงกฎระเบียบอันเข้มงวด มีเพียงความพยายามถึงขีดสุดเท่านั้นที่จะได้รับความเคารพ เพื่อให้เหมาะกับภารกิจองครักษ์ เธอสอบใบอนุญาตนักบินได้สำเร็จ ผลการยิงปืนติดอันดับต้น ๆ ของหน่วย
ระหว่างการฝึกเรียน เธอฝึกร่วมกับทหารชาย ไม่เกี่ยงลำบาก ด้วยวินัยและความมุ่งมั่นสูงยิ่ง จึงได้รับการยอมรับจากพระบรมฯ และทรงส่งเสริมให้เข้าไปปฏิบัติงาน และศึกษาพัฒนาต่อในกองทัพไทย เมื่อเข้ากองทัพแล้ว ผลงานโดดเด่น เติบโตจาก ว่าที่ร้อยตรีไล่ระดับขึ้นจนถึงยศพลเอก
พ.ศ. 2562 เมื่อพระมหาวชิราลงกรณ์ เสด็จขึ้นครองราชย์ ก็มีพระบรมราชโองการ สถาปนาสุทิดาเป็นสมเด็จพระราชินีของไทย พระราชทานฐานันดรและพระอิสริยศักดิ์ครบถ้วน อย่างไรก็ดี ตำแหน่งราชินีมิได้หมายถึงความไร้กังวล การมีอยู่ของพระสนมเอก (หมายเหตุ : คลิปต้นฉบับกล่าวถึง “กงกี๋สีหนี่นา/ศรีธารา” ในบริบทจีน ซึ่งสื่อถึง ‘พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์/เจ้าคุณพระสินีนาฏ’) ทำให้บรรยากาศในฝ่ายใน มีสมการที่ซับซ้อนขึ้น
ครั้งหนึ่งพระสนมสวยผู้หนึ่ง ซึ่งชำนาญการออดอ้อน เคยพยายามท้าทายสถานะของราชินี ถึงขั้นจัดงานวันเกิด 40 ปีอย่างยิ่งใหญ่ หวังช่วงชิงความโปรดปราน ในขณะที่สุทิดา แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะ ไม่โอ้อวด แต่ยึดบทบาท “ราชินีองค์หลัก” กุมเกมส์ไว้มั่น ท่ามกลางการอวดอ้างแย่งชิง เธอเลือกความนิ่งและสุขุมเป็นคำตอบ

วันนี้ สุทิดาได้แปรเปลี่ยนจากแอร์สาวเชื้อสายจีนในวันวาน มาเป็นแม่ของแผ่นดินผู้สงบนิ่งและสง่างาม สีสันความเป็น ‘ลูกหลานจีน’ ยังเป็นดั่งสะพานเชื่อมมิตรไมตรีจีน–ไทย เมื่อร่วมเดินทางกับพระมหากษัตริย์เยือนจีนอย่างเป็นทางการ เธอสวมฉลองพระองค์ไทยสีน้ำเงินเข้ม หลังตรงสง่า ยิ้มละมุน แสดงพระสิริโฉมของราชินีไทย และขณะเดียวกันก็ฉายความสุขุม และแกร่งแบบสตรีเชื้อสายจีน เป็นการเติมแต่งโทนอบอุ่น ให้แก่มิตรภาพของสองชาติสืบไป.
สมเด็จพระราชินีของไทย



