หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนถกเขมรกับ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

ถกเขมรกับ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

เผยแพร่

spot_img

ในสายตาของผู้สันทัดกรณี รัฐมนตรีต่างประเทศสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นับได้ว่าไม่เป็นสองรองใครในเรื่องของความช่ำชองเชี่ยวชาญและชั้นเชิงในการใช้ภาษาอังกฤษ

พูดได้ว่าเป็นผู้มีมนต์วาจาในภาษาการทูตซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

การเป็นทูตมาหลายประเทศ เป็นปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ เป็นประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights-UNHRC) ก่อนจะมาเป็นรัฐมนตรี เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ยืนยันว่า ภาษาอังกฤษจะต้องดีแหงๆ แต่ที่ไม่ค่อยมีใครสังเกตมากนักคือ ภาษาแบบสีหศักด์ฯ นั้น ละเมียดละมุน ละม่อมละไม ซ่อนอารมณ์กวีไว้อย่างน่ารักน่าชัง และบางครั้งก็น่าหมั่นใส้

เป็นภาษาที่แม้ไม่ได้กรีดแบบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง แต่อาจจะพออุปมาอุปไมยได้ว่า เหมือนกำปั้นเหล็กในถุงมือกำมะหยี่ หนักแน่นเหมือนหมัดน็อก แต่นุ่มนวลดุจไยไหม อะไรประมาณนั้น

นี่อาจจะเป็นผลของการสั่งสมบ่มเพาะมายาวนานจากการเป็นมือวางอันดับหนึ่งในการเขียนสุนทรพจน์ เขียนคำกล่าว คำบรรยาย หรือถ้อยแถลง (ภาษาอังกฤษ) มาตั้งแต่เป็นซี 3 -ซี 4 จนเป็นซี 11 เขียนให้นายกรัฐมนตรีมาหลายต่อหลายคน เขียนให้รัฐมนตรีต่างประเทศมานักต่อนัก ทำให้สีหศักดิ์ฯ ไม่ใช่รัฐมนตรีแบบที่ขึ้นโพเดียมแล้วก้มหน้าก้มตาอ่านโพยที่เด็ก “ปั้น” มาให้ แต่อาจจะคิดเอง เขียนเอง หรือแก้เองจนร่างที่ระดับล่างชงขึ้นมานั้น อาจจะเหลือแค่ ‘is, am, are”

แน่นอนว่า การสื่อสารทางการทูตในยุค AI ความชัดเจนต้องมาก่อน ภาษาการทูตแบบคลุมเครืออย่างสร้างสรรค์แต่ไม่ฟันธง (Positive Ambiguity) นั้น ตกสมัยไปแล้ว ยุคนี้ต้องยิงตรงไม่ยิงเตือน จะพูดอะไรก็ต้องพูดอย่างมียุทธศาสตร์ที่ฝรั่งเรียกว่า Strategic Communication จะพูดอะไรมั่วๆ พูดเอามัน หวังแค่ปั่นกระแสและยอดวิว หรือพูดตามแต่อารมณ์โทสะโมหะจะพาไปนั้น ถ้าไม่ได้เป็นผู้นำประเทศอภิมหาอำนาจประเทศใดประเทศหนึ่งก็หาควรทำไม่

แต่การพูดของคนเป็นทูต เป็นรัฐมนตรี นั้น แน่นอนว่าต้องเอาเนื้อหาสาระเป็นที่ตั้ง แต่ถ้าพูดดีมีฝีปาก มีวาทศิลป์กินใจแต่พอเหมาะพอเจาะด้วยก็จะช่วยให้การสื่อสารมีพลัง มีอำนาจโน้มน้าวโน้มนำเอาชนะความคิดจิตใจได้

ตัวอย่างเช่นในถ้อยแถลงอันเป็นที่กล่าวขวัญอย่างกว้างขวางของสีหศักดิ์ฯ ในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติครั้งที่ 80 ที่นิวยอร์กเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกัมพูชาที่ขอเรียกว่าเป็นท่อนประหาร ท่อนถกเขมร หรือ ถลกเขมร นั้น แม้พอสรุปได้ว่า เป็นการด่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างไม่ไว้หน้า แต่ถ้าอ่านดีๆ จะเห็นว่า เป็นการบริภาษอย่างไพเราะเพราะพริ้ง อาจจะดุดันเกินระดับมาตรฐานที่ผ่านมาของสีหศักดิ์ฯ แต่ก็ไม่ได้มีคำใดๆ ดุเดือดเกินพอดี เรียกได้ว่า ด่าอย่างแยบคายและไม่หยาบคาย เช่น สีหศักดิ์ฯ ไม่ได้พูดว่า กัมพูชานั้นโกหกพกลม หน้าไหว้หลังหลอก แต่บอกว่า

หรืออีกท่อนหนึ่งที่จะสื่อว่า กัมพูชานั้น ขยันแต่สร้างข่าวลือ กระพือแต่ข่าวเท็จ.. แต่เรียงร้อยถ้อยคำว่า

นอกจากนี้ ยังมีการเหน็บแนมแกมเทศนาแต่ดาเมจแรงพอๆ กับเอาหอกดาบทิ่มแทงใจคือที่บอกว่า

อีกประโยคเด็ดที่ตอบโต้กัมพูชาเรื่องบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว สีหศักดิ์ฯ ยิงสวนว่า

ด้วยท่วงทำนองของภาษาเช่นนี้ และด้วย DNA ของการเป็นนักการทูตมากว่า 50 ปี ที่การทูตคือคำตอบสุดท้าย และสงครามคือความล้มเหลวของการทูต จึงเป็นไปไม่ได้ที่หวังจะให้สีหศักดิ์ฯ ตอบโต้ประเทศใดๆ ด้วยถ้อยภาษาวาจาปากตลาด แบบปะฉะดะให้เป็นที่สะใจสาแก่ใจของมิตรรักแฟนเพลง แต่พ่อแม่ผู้ปกครองที่หวังจะให้ลูกหลานเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่ดีมีระดับที่โลกอารยะเขาใช้กันก็ขอแนะนำให้เรียนรู้จากรัฐมนตรีสีหศักดิ์ฯ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลาจากสื่อทั่วไป เรียนฟรีไม่มีชาร์จ

สืบ นามศิริ

ข่าวล่าสุด

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย

ความสัมพันธ์ 170 ปี “ไทย-ฝรั่งเศส”   “การทูตเชิงรุก”ต้องดับฝัน กัมพูชา-ใช้ปารีสเคลมพรมแดน

ยุทธศาสตร์การทูตครั้งนี้คือ "ปฏิบัติการเชิงรุก" เพื่อนำข้อเท็จจริงปมพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ไปแสดงต่อประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง

 วิกฤต “โลกเดือด” สภาพอากาศสุดขั้วทุบสถิติใหม่ เตือนไทยรับมือน้ำสองขั้ว “แล้งจัด-ท่วมฉับพลัน”

องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ยุคของ "โลกร้อน" (Global Warming) ได้สิ้นสุดลงแล้ว และมนุษยชาติกำลังก้าวเข้าสู่ยุค "โลกเดือด" (Global Boiling) อย่างเต็มตัว ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่การที่อุณหภูมิสูงขึ้นทีละน้อย...

ไอเดียเด็ด…ห้ามรถไฟเข้ากรุง ?  แก้ปัญหาโศกนาฏกรรมอโศก-มักกะสัน

การแก้ปัญหาจุดตัดด้วยการยุติขบวนรถไฟเข้าเมืองหลวง จึงเป็นภาพสะท้อนของการบริหารจัดการที่อาจยังขาดความเข้าใจในวิถีชีวิตระดับฐานรากและหลักการพัฒนาผังเมืองสากลอย่างแท้จริง

ข่าวอื่นๆ

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ตั้ง 10 คำถามที่รัฐบาลต้องตอบ แลนด์บริดจ์ ก้าวสู่ความรุ่งเรือง หรือกับดักอธิปไตยที่ผูกมัดอนาคตลูกหลาน?

ตั้งคำถามที่น่ากังวลของโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อให้รัฐบาลไขความกระจ่างให้ประชาชนรับทราบ ก่อนที่จะกลายเป็นภาระผูกพันชั่วชีวิตของคนรุ่นหลาน

จักรวรรดิใหม่ตระกูล Trump: เมื่อ ‘นโยบายรัฐ’ กลายเป็น ‘กำไรครอบครัว’ (2016-2026)

การกลับมาของ Donald Trump ในสมัยที่ 2 ไม่ใช่แค่การทวงคืนตำแหน่งทางการเมือง แต่คือการสร้าง "Network Diplomacy" ที่เปลี่ยนความขัดแย้งทั่วโลกให้กลายเป็นดัชนีความมั่งคั่งที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจของสมาชิกในครอบครัว

“ธรรมนูญงานศพ” : หยุดค่านิยมจอมปลอม คืนความถูกต้องให้สังคม   

โดย พจน์ เมืองนนท์       งานศพในปัจจุบันกำลังกลายเป็น "กับดัก" ที่กักขังชาวบ้านไว้ด้วยหนี้สินและหน้าตา ถึงเวลาที่ต้องพูดความจริงกันอย่างตรงไปตรงมาว่า ความยิ่งใหญ่ของงานพิธี ไม่ได้สะท้อนถึงความกตัญญูหรือความดีงาม แต่คือการเบียดเบียนตนเองและครอบครัวอย่างขาดสติ ผมขอเสนอ "ธรรมนูญงานศพ" เพื่อเป็นมาตรฐานแห่งการตื่นรู้ของชุมชน ดังนี้:  1. ถึงผู้นำและผู้ทรงเกียรติ: อย่าให้ตำแหน่งบดบังหัวใจ การก้าวขึ้นเป็นประธานในพิธีของท่าน...