หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนนักวิชาการคว่ำบาตรการเมือง : สะท้อนตัวตนนักการเมือง

นักวิชาการคว่ำบาตรการเมือง : สะท้อนตัวตนนักการเมือง

เผยแพร่

spot_img

ท่านผู้อ่านหลายท่านคงได้ฟังหรือได้อ่านคำแถลงการณ์ ของกลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม ซึ่งมีประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อเสนอให้คว่ำบาตรไม่เลือกพรรคที่มีพฤติกรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการพัฒนาประเทศดังนี้

1. พรรคที่ทุจริตซื้อเสียง และพัวพันธุรกิจสีเทาหรือมีประวัติพัวพันยาเสพติด และผู้มีอิทธิพล

2. พรรคที่มุ่งเน้นนโยบายและโครงการที่สัญญาว่าจะแจก จะปรนเปรอโดยเอาเงินภาษีของประชาชนหรือกู้มาแจก ซึ่งเป็นการสร้างหนี้ให้กับประชาชนในอนาคต

3. พรรคที่สนับสนุนอบายมุขมอมเมาสังคม ทั้งบ่อนกาสิโน พนันออนไลน์ และกัญชาเพื่อสันทนาการ

4. พรรคที่มีประวัติทุจริตเชิงนโยบาย และเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนผูกขาด ทั้งในและต่างประเทศ

5. พรรคที่เป็นแหล่งมั่วสุมของผู้มีอิทธิพล บ้านใหญ่ รวมตัวโดยไม่มีอุดมการณ์ มุ่งแต่ได้ตำแหน่ง อำนาจ และผลประโยชน์

จากข้อเสนอ 5 ประการข้างต้น ล้วนแต่มีอยู่จริงในหลายพรรคการเมือง หรือพูดได้ว่าเป็นส่วนใหญ่

แต่การที่ไม่ให้ประชาชนเลือกพรรคที่ว่านี้ทำได้ยาก ทั้งนี้อนุมานจากเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. ถ้ามองแยกประเด็นระหว่างพฤติกรรมองค์กรของพรรค ซึ่งกำหนดนายทุนพรรคและกรรมการบริหารพรรค และพฤติกรรมบุคคลในสังกัดพรรคอันเป็นปัจเจก ก็จะพบว่ามีทั้งที่พฤติกรรมของพรรคเข้าข่ายไม่ควรเลือกตามข้อเสนอ แต่พฤติกรรมบุคคลอันเป็นปัจเจกไม่เข้าข่ายก็อาจเลือกบุคคล แต่ไม่เลือกพรรค

ในทางกลับกัน พฤติกรรมของพรรคโดยเฉพาะพรรคที่ไม่มีนายทุนครอบงำ ชี้นำพรรคไม่เข้าข่ายต้องห้าม แต่พฤติกรรมของบุคคลเข้าข่ายต้องห้ามโดยเฉพาะผู้สมัคร สส.เขตก็ควรจะเลือกแต่ไม่เลือกพรรค

2. ในการตัดสินใจเลือกไม่เลือกเป็นสิทธิของแต่ละคน จึงเป็นการยากที่จะไปออกเป็นเงื่อนไขในการเลือก

ดังนั้น ทางที่น่าจะทำได้ก็คือ ให้การยึดประชาชน อะไรผิด อะไรถูก อะไรควรทำและไม่ควรทำด้วยเหตุใด และในขณะเดียวกัน กกต.จะต้องกำหนดกติกาควบคุมทั้งพรรคและผู้สมัครไม่ให้มีพฤติกรรมเข้าข่ายต้องห้าม และพร้อมกันนี้หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จะต้องศึกษาและกำหนดกติกาควบคุมมิให้การเมืองสีเทาเข้ามามีบทบาทในการเมือง ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น

ถ้าทำได้เชื่อว่าการเมืองจะดีขึ้น แต่ต้องใช้เวลาระหว่างนี้ก็ควรจะมีรัฐบาลเฉพาะกิจเข้ามาบริหารประเทศ 3-5 ปีแล้วค่อยเลือกตั้ง

สุดท้ายขอจบด้วยกลอน 2 บทดังต่อไปนี้

การเมืองไทย สมัยนี้ สีเทาคล้ำ

มากด้วยคำ น้อยมี สีขาวใส

จึงหาดี ได้ยาก หากเลือกไป

ได้จัญไร เป็นผู้แทน แสนลำเค็ญ

งบประมาณ ถูกผลาญพล่า มานานเนิ่น

โกงกันเพลิน ไม่สนใจ ใครรู้เห็น

ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด คิดไม่เป็น

ไม่ว่างเว้น คิดโครงการ ผลาญเงินรัฐ

 โดย: สามารถ มังสัง

ข่าวล่าสุด

อาบป่าฮีลใจ ให้ธรรมชาตินำทางสู่การฟื้นฟู

"อาบป่า" (Forest Bathing) การใช้เวลาในธรรมชาติอย่างมีสติ เพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ช่วยผ่อนคลายร่างกาย จิตใจ ลดความเครียด และชาร์จพลังชีวิต

 รัฐให้ ข้าราชการ “หัวโต-ตัวลีบ“ เออลี่-รีไทร์  กับดักงบประจำ 70% ที่แก้ไม่ตก หากไม่ยอมปรับลดตำแหน่งบริหารซ้ำซ้อน

นโยบายเร่งรัด “เออลี่รีไทร์” ข้าราชการภายในปีงบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ถูกส่งสัญญาณออกมาในฐานะมาตรการสำคัญเพื่อควบคุมเสถียรภาพทางการคลัง หลังพบว่างบรายจ่ายประจำในส่วนของเงินเดือน สวัสดิการ และบำเหน็จบำนาญ มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของงบรายจ่ายประจำทั้งหมด

“โมเดล-ขนมชั้น” สุขภาพคนไทยไม่เท่าเทียม ?   Medical Hub ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด

ระบบสาธารณสุขไทยกลายสภาพเป็น “โมเดลขนมชั้น” ที่แบ่งแยกชนชั้นและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง ความเหลื่อมล้ำของ 3 กองทุนสุขภาพ (บัตรทอง-ประกันสังคม-ข้าราชการ)

มหากาพย์คชบาล เมื่อ“ช้างป่า” ล้นผืนไพร  และ“ช้างบ้าน”ไร้สวัสดิภาพ !

วิกฤตการณ์ "ช้างไทย" ในปัจจุบัน ภาพสะท้อนที่เด่นชัดที่สุดกลับไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขประชากรที่ผันผวน หากแต่คือ "ความย้อนแย้งเชิงนโยบาย"

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...