หน้าแรกเสียงอิสระประชาชน"นายกฯ อนุทิน" สะบัดปากกาอนุมัติงบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์แบบจัดเต็มเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

“นายกฯ อนุทิน” สะบัดปากกาอนุมัติงบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์แบบจัดเต็มเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

เผยแพร่

spot_img

พี่น้องครับ… ทันทีที่กระแสข่าวว่า “นายกฯ อนุทิน” สะบัดปากกาอนุมัติงบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์แบบจัดเต็มเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ พร้อมสั่งเดินเครื่องแม็คโครเกรดดินสร้างรั้วชายแดนถาวรอย่างเต็มกำลังในวันนี้แพร่สะพัดออกไป ฝั่งพนมเปญก็แทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยครับ! 

นี่ไม่ใช่แค่การขยับทางทหารทั่วไป แต่มันคือการประกาศ “เซตซีโร่” ความสัมพันธ์ที่ไทยเคยเสียเปรียบมานาน ทั้งการเดินหน้ายกเลิก MOU 44 เพื่อทวงคืนขุมทรัพย์พลังงาน และการปักปันเขตแดนตาม MOU 43 ที่ยึดถือเอาดินแดนของเราเป็นที่ตั้ง ใครอยู่ตรงไหนหยุดตรงนั้น ห้ามล้ำเส้น!

นาทีนี้ ท่าทีของกัมพูชาเปลี่ยนจาก “นิ่งสงบ” กลายเป็น “รนราน” อย่างเห็นได้ชัด ผมแกะรอยความเคลื่อนไหวล่าสุดมาให้เห็นภาพชัดๆ ว่าฝั่งโน้นเขากำลังดิ้นพล่านกันขนาดไหนครับ

1. รัฐบาลฮุน มาเนต: “นิ่งสงบ… สยบความกลัว?”

ในขณะที่ไทยขยับรถถังและรั้วคอนกรีต ฝั่งสมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พยายามเล่นบท “ผู้ใหญ่ใจเย็น” (Political Maturity) ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อรัฐอย่าง Fresh News ว่าจะรักษาดินแดนทุกตารางนิ้ว แต่เบื้องหลังกลับเรียกประชุมด่วนสภาความมั่นคงฯ และสั่งกองทัพภูมิภาคที่ 4-5 เตรียมพร้อมสูงสุด (High Alert)

 * การทูตที่เริ่มสั่นคลอน: กัมพูชากำลังเร่งร่างหนังสือประท้วงทางการทูต (Diplomatic Note) และเตรียมเดินสายล็อบบี้ชาติอาเซียน เพื่อฟ้องว่าไทยกำลังทำลายความสงบ นี่คืออาการของคนกำลังจะเสีย “ผลประโยชน์ก้อนโต” ที่เคยนอนกินมานาน

 * การทหารหน้างาน: ตรวจพบทหารกัมพูชาระงับการลาพัก และใช้ “โดรน” บินสอดแนมแนวรั้วไทยถี่ยิบ บ่งบอกว่าเขากำลัง “เกาะติด” ทุกฝีก้าวของเราด้วยความหวาดระแวง เพราะกลัวว่ารั้วคอนกรีตนี้จะปิดตายทางเข้าออกสีเทาที่เขาเคยใช้มั่วนิ่มมาตลอด

2. โซเชียลเขมรระอุ: สงครามคำศัพท์ที่เต็มไปด้วย “ความกลัว”

ใน Facebook และ TikTok ฝั่งกัมพูชาวันนี้ “ลุกเป็นไฟ” ครับ กระแสชาตินิยมถูกจุดติดเพื่อบังหน้าความสูญเสียของกลุ่มทุนพลังงาน วลีเด็ดที่ผมแปลมาให้เห็นภาพชัดๆ คือ

 * “ការពារទឹកដី” (Car-phea Tuk-dei) – ปกป้องดินแดน: วลีนี้ถูกปั่นจนติดเทรนด์เพื่อปลุกใจให้คนเขมรรู้สึกว่าเป็นเหยื่อ แต่ความจริงคือเขาไม่อยากเสียสิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อน

 * “សៀមឈ្លានពាន” (Siem Chlean Pean) – สยามรุกราน: คำนี้ถูกใช้เรียกคนไทยในเชิงเหยียดหยามและป้ายสีว่าเราไปรุกราน ทั้งที่เราแค่ “ล้อมรั้วบ้านตัวเอง” ไม่ให้โจรแอบเข้ามาขโมยมะม่วง!

 * การเปลี่ยนโปรไฟล์: ชาวเน็ตเขมรจำนวนมากโพสต์รูปธงชาติทับแผนที่ “เกาะกูด” พร้อมคอมเมนต์ถล่มทลายว่า “กูไม่ยอม!” นี่คืออาการของคนกำลังจะเสียของที่ตัวเองแอบอ้างสิทธิ์มานานนั่นเอง

3. เจาะลึกเส้นทางการเงิน: “กลุ่มทุนนอมินี” ที่กำลังจะตกสวรรค์

ทำไมเพื่อนบ้านถึงต้องเดือดร้อนขนาดนั้น? คำตอบอยู่ที่ “ท่อน้ำเลี้ยง” ครับ เส้นทางการเงินที่ไหลผ่านบริษัทนอมินีในเกาะสวรรค์ภาษีที่โยงใยกับกลุ่มอิทธิพลในพนมเปญกำลังจะถูกตัดขาด

 * MOU 44 คือการปลดแอก: การรื้อ MOU ที่เสียเปรียบ คือการเดินออกมาจากกรงที่เพื่อนบ้านขังเราไว้ เพื่อให้ไทยขุด “ทองคำดำ” (พลังงาน) มาใช้เองได้ 100% ไม่ต้องหารครึ่งกับใคร

 * อำนาจต่อรองคืนสู่มือไทย: เมื่อกองทัพแกร่งและรั้วชัดเจน กลุ่มทุนข้ามชาติที่เคย “เหยียบเรือสองแคม” วันนี้ต้องเลือกข้าง และไม่มีใครอยากขัดใจไทยที่มีเขี้ยวเล็บครบมือและเด็ดขาดขนาดนี้ครับ

ภาพที่ชายแดนวันนี้ชัดเจนที่สุดครับ ฝั่งไทยเรามีรถแม็คโครและทหารช่างทำงานกันแบบ “กัดไม่ปล่อย” เสียงเครื่องจักรที่ดังสนั่นมันคือเสียงของการทวงคืนอธิปไตย

 * รั้วคือข้อยุติ: เมื่อมีรั้ว ความคลุมเครือจะหายไป เหมือนการขีดเส้นใต้คำผิดที่ใครก็แก้ไม่ได้

 * อาวุธคือเกราะกำบัง: การที่นายกฯ อนุทินสั่งเสริมอาวุธ ไม่ได้แปลว่าเราจะไปรบก่อน แต่เป็นการบอกว่า “ถ้าใครจะมาพังรั้วบ้านผม ผมมีปืนนะ”

หมากเกมนี้ของนายกฯ อนุทิน คือการบอกโลกว่า “ยุคของการเกรงใจเพื่อนบ้านจนลืมรักษาผลประโยชน์ตัวเองได้จบลงแล้ว” วันนี้กัมพูชากำลังเผชิญกับ “ความจริงที่เจ็บปวด” ว่าประเทศไทยไม่ได้ใจดีจนยอมให้โดนเอาเปรียบอีกต่อไป การที่เขาดิ้นรนปานจะขาดใจ สะท้อนว่าหมากเกมนี้เราเดินได้ถูกทางและทรงพลังที่สุดในรอบหลายสิบปีครับพี่น้อง!

✍️ พีระชาติ อินตา

#เขมรตื่นตัว #MOU44 #ปกป้องดินแดน #ការពារទឹកដី #ชายแดนไทยกัมพูชา #กองทัพไทย #ความเคลื่อนไหวล่าสุด #ฮุนมาเนต #สถานการณ์ชายแดน

ข่าวล่าสุด

บัณทิตใหม่…ไปต่อ…ลำบาก !

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่า ในไตรมาส 2 ปี 2569 ประเทศไทยมีผู้ว่างงานประมาณ 400,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราการว่างงานร้อยละ 0.95 ขณะที่กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษามีอัตราการว่างงานร้อยละ 1.70

จากเพลงแปลง “ซากุระอยู่บรรทัดทอง” สู่… “Let It Be !“

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 6 กันยายน 2569 เมื่อ “อนุทิน” ใช้ Musical Diplomacy สู่การเมืองโลก ! จาก “สวรรค์ปิด”...

“ดาต้า เซ็นเตอร์” สมองกลล้นเมือง  เมื่อฮาร์ดแวร์แสนล้าน ปะทะข้อจำกัดโครงสร้างพื้นฐานไทย

ดาต้าเซ็นเตอร์กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย โดย BOI ระบุว่า ช่วงปี 2567–2569 มีโครงการได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 42 โครงการ คิดเป็น IT Load รวม 3,400 เมกะวัตต์ และเงินลงทุนประมาณ 750,000 ล้านบาท

ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ พลิกโฉมสวัสดิการไทย…หรือเพิ่มภาระรัฐระยะยาว ?

ครม.สัญจรที่จังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เห็นชอบในหลักการให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยคุ้มครองที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ครอบคลุมอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...