หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนประวัติรองเท้า "นันยาง" 

ประวัติรองเท้า “นันยาง” 

เผยแพร่

spot_img

ย้อนกลับไปสมัยรัชกาลที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ราวพุทธศักราช 2460 หนุ่มน้อยอายุ 15 ปี จากมณฑลฮกเกี้ยน ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ชื่อ ซู ถิง ฟาง หรือ วิชัย ซอโสตถิกุล ล่องสำเภาพร้อมบิดา แบบเสื่อและหมอนมายังแผ่นดินสยาม โดยอาชีพแรกของเขาเมื่อถึงแผ่นดินสยาม คือขายเหล็กในโรงงานของคุณอา และได้สะสมประสบการณ์ในหน้าที่การงาน จนได้เป็น หลงจู๊ ในโรงไม้จินเส็ง ซึ่งมีสำนักงานอยู่ใกล้วัดตะเคียน (วัดมหาพฤฒารามในปัจจุบัน)  วิชัยพบรักกับสาวไทยเชื้อสายจีนที่เป็นคนอยุธยา บุญสม บุญยนิตย์ หลังจากแต่งงานเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ เขาได้บุตร-ธิดาเป็นทายาทสืบทอดตระกูล ซอโสตถิกุล รุ่นที่ 2 รวมทั้งสิ้น 9 คน  

ช่วง พ.ศ. 2478 วิชัยตัดสินใจด้วยความมุ่งมั่นที่จะผันตัวเองขึ้นมาเป็น “เถ้าแก่” บุกเบิกธุรกิจของตัวเอง เช่าอาคาร 2 ชั้น บริเวณหัวโค้งเชิงสะพานพุทธฯ (ถนนตรีเพชร เขตพระนคร) โดยก่อตั้งบริษัท ฮั่วเซ่งจั่น จำกัด ดำเนินธุรกิจ ซื้อมา-ขายไป นับเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจของตระกูล “ซอโสตถิกุล” แต่การดำเนินธุรกิจในภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสิ่งที่ยากแสนสาหัส นอกจากเศรษฐกิจที่ซบเซาแล้ว ยังต้องหนีการทิ้งระเบิดในพระนครอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

เมื่อควันของสงครามยุติกลับสู่ภาวะปกติ ธุรกิจของวิชัย ซอโสตถิกุล เริ่มมั่นคงและขยายตัวรุดหน้า ตั้ง บริษัท วัฒนสินพาณิชย์ จำกัด เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2491 โดยย้ายสำนักงานไปย่านตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ (ตรงข้ามซอยสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ในปัจจุบัน) มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ นำเข้า-ส่งออกสินค้าหลากหลายชนิด รวมถึงการติดต่อร่วมทำธุรกิจกับชาวสิงคโปร์เพื่อนำเข้า รองเท้าผ้าใบจากประเทศสิงค์โปร์ ยี่ห้อหนำเอี๊ย รุ่น 500 ผ้าสีน้ำตาล พื้นยางสีน้ำตาล บรรถุงในถุงกระดาษสีน้ำตาล เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ในราคาคู่ละ 12 บาท (หนำเอี๊ย แปลว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)  

ธุรกิจรองเท้าหนำเอี๊ยในช่วง 2 ปีแรกยังขาดทุน แต่ภายหลังเมื่อตลาดเริ่มตอบรับดีขึ้นในตลาดสำเพ็ง และตลาดต่างจังหวัด ที่ติดใจในคุณภาพของสินค้า จนมีคนกล่าวติดตลกว่า “ใส่เดินทำงานข้ามภูเขา ไป-กลับ ได้สบาย ส่วนรองเท้ายี่ห้ออื่น ขาไปใส่หนึ่งคู่ พังพอดี ต้องเตรียมไปอีกคู่เพื่อใส่กลับ” และเมื่อ รองเท้าหนำเอี้ย เป็นที่นิยมอย่างมากในเวลาต่อมา ทำให้บริษัทลดการนำเข้าสินค้าประเภทอื่น โดยเน้นการขายรองเท้าเพียงอย่างเดียว และได้เปลี่ยนการออกเสียงยี่ห้อให้เป็นสากลมากขึ้น จาก หนำเอี๊ย ภาษาจีนแต้จิ๋ว เป็น หนันหยาง (Nan-Yang) ภาษาจีนกลาง แต่เพื่อให้ติดปากคนไทยมากขึ้น จึงเรียกว่า “นันยาง” ตั้งแต่นั้นมา โดยได้จดทะเบียนการค้า “นันยาง ตราช้างดาว” กับกระทรวงพาณิชย์ในปีพ.ศ. 2492 ก่อนที่  วิชัย-บุญสม ซอโสตถิกุล จะร่วมสร้างตำนาน “นันยาง” ในประเทศไทย ในปีพุทธศักราช 2496

ที่มา nanyang ประเทศไทย (เจาะเวลาหาอดีต)

ข่าวล่าสุด

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ครม.ไฟเขึยว  คุ้มครองผู้บริโภค ซื้อออนไลน์คืนสินค้าได้

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ยกระดับสิทธิผู้ซื้อ กำหนดมาตรฐานการรับผิดชอบผู้ขายชัดเจนขึ้น (16 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .......

เตือนภัย พลิกโลก  เอลนีโญมาแล้ว !

ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ชัดว่า มีแนวโน้มทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และอาจกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย

ข่าวอื่นๆ

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ตั้ง 10 คำถามที่รัฐบาลต้องตอบ แลนด์บริดจ์ ก้าวสู่ความรุ่งเรือง หรือกับดักอธิปไตยที่ผูกมัดอนาคตลูกหลาน?

ตั้งคำถามที่น่ากังวลของโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อให้รัฐบาลไขความกระจ่างให้ประชาชนรับทราบ ก่อนที่จะกลายเป็นภาระผูกพันชั่วชีวิตของคนรุ่นหลาน