หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนยิงป่วนชายแดน เกมสางแค้นผู้นำไทย

ยิงป่วนชายแดน เกมสางแค้นผู้นำไทย

เผยแพร่

spot_img

จ้องดิสเครดิต

หวังทำลายรัฐบาลสายแข็ง

ต่อให้สถานการณ์จะยังไม่เดือดเปรี้ยง แต่ “ความหมาย” ของเสียงปืนบนชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม มันชัดเจนยิ่งกว่าเสียงระเบิดหลายลูก

นี่ไม่ใช่การยิงผิดพลาด

นี่ไม่ใช่การซ้อมรบ

นี่คือ “เกมป่วนชายแดน”

และมันถูกออกแบบมาเพื่อ

เป้าทางการเมือง

148 ชั่วโมงก่อนเสียงปืน

ก่อนกระสุนจะลั่นที่ “ภูผาเหล็ก – พลาญหินแปดก้อน”

รัฐบาลไทยเพิ่งเดินหมากแรงที่สุดในรอบ 20 ปี

ยึดทรัพย์เครือข่าย ยิม เลียก – Kok An – Ben Smith หมื่นล้าน

ตัดเส้นเงิน Big การเมืองกัมพูชา

กระทบอาณาจักรคาสิโน–การเงิน–สื่อสาร 

เงินหายไม่ใช่ปัญหา

ศักดิ์ศรีต่างหากที่เจ็บ

และคนที่ถูกเจ็บคือ “ศูนย์กลางอำนาจ” ของกัมพูชา

เพราะ

ก๊ก อาน เป็นนักธุรกิจใหญ่ เจ้าของเครือ Anco Group และคนสนิทของ ฮุน เซน

ขณะที่ ตระกูลยิม มีสายเลือดการเมืองเข้มข้น เพราะ ยิม ไช ลิน แต่งงานกับ ฮุน มานี ลูกชายฮุน เซน และ ยิม ไซรี เคยเป็นรองนายกฯ กัมพูชา 

ส่วน เบน สมิธ เป็นที่ปรึกษาวุฒิสภากัมพูชามาตั้งแต่ปี 2557 ทำธุรกิจเชื่อมโยงกับตระกูลยิมผ่าน B.I.C. Bank 

ดังนั้น การยึดทรัพย์หมื่นล้านของไทยจึงไม่ใช่แค่กระทบ “นักธุรกิจ” แต่ไปโดน “เครืออำนาจครอบครัวฮุน เซน” โดยตรง

ฟางเส้นสุดท้าย

ไม่พอเท่านั้น

ไทยยังประกาศบนเวทีโลกที่ออตตาวา

ขอให้สหประชาชาติจัดตั้งคณะผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุ่นระเบิดชายแดน

แปลให้เข้าใจง่ายคือ

จะให้ “คนกลางระดับโลก” เข้ามาพิสูจน์ว่าใครคือฝ่ายที่วางทุ่นระเบิด

ถ้าพิสูจน์ได้…

กัมพูชา = ผู้ร้าย

ไทย = ผู้ถูกกระทำ

ภาพลักษณ์พลิกทั้งแผ่นดิน

และนี่คือฝันร้ายของพนมเปญ

รัฐบาลไทยวันนี้ ไม่ได้เล่นเกมเดิม

รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ยิ้มเงียบแบบเมื่อก่อน

มันชัดเจน แข็ง และเดินหน้าเต็มคันเร่ง

ปิดด่าน

ไม่สนชาติที่ 3

ไม่ส่งไฟฟ้า–สัญญาณสื่อสาร

ไม่รับเจรจาแบบเสียเปรียบ

ตั้งเงื่อนไขเดียว

“ต้องขอโทษประเทศไทยอย่างเป็นทางการ”

นี่คือจุดที่กัมพูชาทนไม่ได้

ยิงปะทะเพื่ออะไร?

ง่ายมาก

มี 3 เป้าหมาย

① ระบายความแค้นจากการโดนยึดทรัพย์หมื่นล้าน

เงินไม่ใช่แค่เงิน

มันคือ “กล่องดวงใจของอำนาจ”

② ดิสเครดิตรัฐบาลไทย

กัมพูชารู้ดีว่า

รัฐบาลชุดนี้ จะไม่ตอบโต้เกินกว่าเหตุ

ยิงป่วนชายแดน = คนไทยบางส่วนไม่พอใจ

คะแนนนิยมอาจร่วง

เกมนี้คือ การเมืองระหว่างประเทศที่เล่นในสนามในประเทศ

③ ปูทางสู่ “รัฐบาลใหม่ที่เข้าทาง”

ถ้ารัฐบาลหน้าไม่ใช่สีน้ำเงิน?

พวกเขามั่นใจว่าจะคุยง่ายกว่า

บางสีก็สนิทกันมา 20 ปีไม่ต้องอธิบาย

บางสี ก็ไก่อ่อน เกินจะเทียบชั้นพวกเขา

ข้อเท็จจริงที่ต้องเข้าใจ

นี่ไม่ใช่สงคราม

แต่เป็นการ “ทดสอบขีดเส้น”

กัมพูชาทำเพื่อให้ไทยโกรธ

แล้วไทยตอบกลับรุนแรง

สุดท้ายไทยจะกลายเป็นผู้ผิดในสายตานานาชาติ

แต่รัฐบาลนี้ไม่เล่น

นิ่ง

มั่นคง

และเดินหน้าเกมกฎหมายระหว่างประเทศต่อ

กัมพูชาถึงได้หงุดหงิด

เพราะยิงไป

ไทยไม่หลงกล

เสียงปืนที่ชายแดน…

ไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าใคร

แต่ตั้งใจให้ “ดังพอให้คนไทยได้ยิน”

และตั้งใจให้บางพรรคในไทย

เริ่มออกมาวิจารณ์รัฐบาล

สร้างความแตกแยก

สร้างความลังเล

และลดความนิยม

นี่คือเป้าหมายจริง

ไม่ใช่แค่ล้างแค้น

แต่คือการดิสเครดิทรัฐบาลอนุทิน

สกัดการคัมแบ็ก

เกมนี้ยังไม่จบ

เพราะฝั่งตรงข้ามไม่ได้ยิงเพราะต้องการชนะสงคราม

แต่ยิงเพราะต้องการชนะ การเมืองในไทย

ยิ่งใกล้เลือกตั้ง

เกมชายแดน ยิ่งจะป่วน 

(ที่มา https://www.facebook.com/infoThailand )

ข่าวล่าสุด

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...