หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนยื่นยุบสภาฯรัฐบาลตนเอง ในช่วงนี้ดีหรือไม่ดีต่อประชาชน?

ยื่นยุบสภาฯรัฐบาลตนเอง ในช่วงนี้ดีหรือไม่ดีต่อประชาชน?

เผยแพร่

spot_img

ในมุมมองของชาวบ้านอาจจะหวั่นวิตกว่า ในช่วงการรบติดพันกับทหารเขมร จะมีปัญหาหรือไม่?

ผมขอตอบแทนชาวบ้านว่า  ดีครับ  ดียังไงมาดูกันแบบนี้

1. เมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาฯ  นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคน ยังสามารถ บริหารประเทศต่อไปได้ในช่วงระยะเวลา 45-60 วัน ในฐานะรักษาการรัฐบาลชั่วคราว จนกว่ากกต.จะประกาศกำหนดวันเลือกตั้งออกมา คณะรัฐบาลชั่วคราวชุดนี้ก็จะหมดหน้าที่ลง แต่นายกรัฐมนตรี ยังทำหน้าที่ให้คำปรึกษาต่อกองทัพได้

2. การประกาศยุบสภาฯ จะทำให้ สมาชิกสภาผู้แทนราฏษร (สส.) ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล สิ้นสุดตำแหน่งทางการเมืองลงในทันที หมายความว่าที่พากันออกมาโหวกเหวกโวยวาย จะยื่นซักฟอกนายกรัฐมนตรีหรือจะยื่นเรื่องข้อพิพาทกับเขมร

จะหมดสิทธิ์ทั้งหมด ทุกคนต้องแยกย้ายกันกลับบ้านเพราะหน้าที่ตัวแทนประชาชน ได้สิ้นสุดลงหมดแล้ว

3. การประกาศยุบสภาฯ ทำให้นายกรัฐมนตรี 

ไม่มีอำนาจลงนาม ทำสัญญาพันธะใดๆหรืออำนาจตัดสินใจที่เกียวพันกับการบริหารประเทศ ดังนั้นคนที่ซวยก็คือเขมร  ทรัมป์ อันวาร์ เพราะประเทศไทยจะไม่มีผู้นำไปเจรจาหาขอยุติในการสู้รบกับเขมร  เพราะอำนาจเรื่องข้อพิพาททั้งหมดจะถูกถ่ายโอนไปให้กองทัพเป็นผู้ดูแลแทนทั้งหมด

4.รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม หมดสิทธิ์เข้าประชุมเจรจา ทุกอย่าง และไม่มีอำนาจ ในกองทัพอีกต่อไป

เป็นได้แค่เป็นผู้สังเกตการณ์เท่านั้นและให้คำแนะนำในบางเรื่อง

5.ปัญหาข้อพิพาททางชายแดนจะเปิดไฟเขียว

ให้กองทัพไทย เป็นผู้ตัดสินใจทั้งหมด โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงกลาโหม และไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของสภาฯ (เพราะไม่มีแล้ว)

เมื่อเป็นแบบนี้ อำนาจการปกป้องอธิปไตย จึงเป็นของกองทัพทั้งหมด สามารถเบิกจ่ายอาวุธ มาถล่มเขมรได้ไม่อั้น เมื่อมีรัฐบาลใหม่ กองทัพ สามารถนำเสนองบประมาณเพิ่มเติมได้ จากภาวะหตุการณ์สู้รบกับเขมร ที่ต้องใช้งบประมาณที่มีอยู่ไปจำนวนมาก ดังนั้นถ้ากองทัพ อยากทดสอบอาวุธใดๆ ที่มีอยู่ แล้วไม่ได้ถูกนำมาใช้ก็เป็นโอกาสที่ดี ว่า อาวุธที่มีอยู่ ใกล้เสื่อมสภาพหรือยัง ต้องนำมาใช้ทดสอบกับเขมรทั้งหมด จะได้ซื้อใหม่ 

การประกาศยุบสภาฯ ของนายอนุทิน มีแต่ส่งผลดี

ต่อกองทัพ ที่สามารถปฏิบัติภารกิจทางทหารกับเขมรได้เต็มที่ ในขณะที่เขมรและนักวิชาการไทย หมดโอกาสที่จะสนับสนุนเขมรมาขอเจรจากับรัฐบาลไทยได้เพราะไม่มีใครมีอำนาจที่จะไปเจรจากับเขมรได้

แบบนี้เขมรก็ตายยังเขียด.

เดชา นฤนารท .12/12/68   07.01 น.

ข่าวล่าสุด

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...