หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนศาสตราจารย์นายแพทย์ ประเวศ วะสี บรรยายรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

ศาสตราจารย์นายแพทย์ ประเวศ วะสี บรรยายรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

เผยแพร่

spot_img

วันหนึ่ง อาจารย์อรรถสิทธิ์มาบอกผมว่ามีนักเรียนแพทย์คนหนึ่ง รุ่นแรกของรามาฯ อยากสัมภาษณ์ผม ชื่อ สุรเกียรติ  อาชานานุภาพ เรื่องสาธารณสุข เรื่องสุขภาพ ผมก็ประทับใจมากว่า นักเรียนคนนี้รู้เรื่องดีจังเลย อาจารย์อรรถสิทธิ์คงอยู่เบื้องหลังคนนนี้มั้ง ให้สัมภาษณ์ในห้องทำงานของท่านที่รามาฯ ด้วย เลยได้คบกันมาและร่วมกันทำนิตยสารหมอชาวบ้านกับหมอสุรเกียรติ และร่วมกับหมออรรถสิทธิ์ด้วย   ซึ่งต่อมามีเรื่องหนึ่งที่กลายเป็นเรื่องใหญ่มาก คือการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

     เรื่องเริ่มอย่างนี้ครับ วันหนึ่งสโมสรโรตารี่ ดุสิต ที่อาจารย์อรรถสิทธิ์เป็นสมาชิกอยู่  เชิญผมไปพูด ก็คงอาจารย์อรรถสิทธิ์ไปบอก ผมไปพูดก็ได้เงินมาห้าหมื่นบาทเพื่อไปรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ผมคิดว่าอาจารย์อรรถสิทธิ์อยู่เบื้องหลังตรงนี้ ผมก็เอาเงินนี้ไปให้กับกระทรวงสาธารณสุข มีเพื่อนที่ทำงานเรื่องยาเสพติดในกระทรวงสาธารณสุข แต่ปรากฎว่าไปให้ เขาก็ทำได้ยากมาก ก็เลยมาคิดว่าต้องทำเองละ เลยเอาเงินนั้นมาเริ่มทำเอง ให้ ‘หมอชาวบ้าน’ ทำ ผมร่วมกับอาจารย์สุรเกียรติ ผมก็ถูกอุปโลกน์เป็นประธาน อาจารย์อรรถสิทธิ์ เป็นรองประธาน

     แล้ววันหนึ่งอาจารย์อรรถสิทธิ์ก็นัดประชุมที่รามาฯ ที่ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน และก็ไปชวนอาจารย์คนหนึ่งมา ผมก็ไม่รู้จักมาก่อน ชื่อ อาจารย์ประกิต  วาทีสาธกกิจ ซึ่งเป็นหมอโรคปอด แล้วท่านก็มอบหมาย “คุณหมอประกิต คุณมาทำเรื่องนี้”        หมอประกิตไม่เคยรู้เรื่องยาสูบ ก็ไม่ได้สนใจเลย แต่ถูกอาจารย์อรรถสิทธิ์สั่งก็เข้ามาทำโดยไม่รู้เรื่องอะไร แล้ววันหนึ่งจะต้องไปออกโทรทัศน์เรื่องนี้ก็ยังกลัวอยู่ มาชวนให้ผมไปเป็นเพื่อน ผมบอก “ผมไม่ไปหรอก ไปเองเถอะ” ผมใช้วิธีผลักให้ตกน้ำ จะได้  ว่ายน้ำเป็น (หัวเราะ) 

    หลังจากนั้นหมอประกิตก็ทำเข้มแข็งมาก และปรากฏการณ์ต่อสู้เป็นอย่างมหากาพย์ มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ มหาอำนาจอย่างอเมริกาต้องการระดมขนบุหรี่เข้ามาขายที่ไทย และมันเป็นความเป็นความตาย มันเป็นอาชีพ ส่งวุฒิสมาชิกเข้ามา        หมอประกิต หมอหทัย (ชิตานนท์) ต้องต่อสู้ ฝ่ายนั้นก็ขู่จะตอบโต้เราด้วยมาตรา ๓๐๑ ทางการค้า มันยากลำบากมาก ทำให้   นึกถึงสงครามฝิ่นที่เมืองจีน ตอนที่อังกฤษเอาฝิ่นไปขายให้คนจีนสูบ แล้วคนจีนต่อสู้เกิดสงครามฝิ่น จีนแพ้ อังกฤษยึดฮ่องกง       แต่สำหรับประเทศไทย สงครามบุหรี่ไทยชนะเพราะไทยมีหมอประกิต ซึ่งอาจารย์อรรถสิทธิ์เอามา ท่านนั่งอยู่ในที่นี้ด้วย   ประกิตแสดงตัวหน่อย (ผู้ฟังปรบมือ) 

    มันเปลี่ยนประเทศไทยไปเลยนะ จากเมื่อก่อนนี้ สูบบุหรี่ถือเป็นโก้เก๋ เท่ กลายเป็นว่าสูบบุหรี่ไม่ดี อากาศก็สะอาดขึ้น คนทั้งประเทศป่วยเป็นมะเร็ง โรคปอด มะเร็งอื่น ๆ ลดน้อยลง ดร.เสนาะ  อูนากูล อดีตเลขาธิการสภาพัฒน์ พูดว่า ความสำเร็จเรื่องการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่  เป็นเรื่องดี ๆ ที่มีน้อยมาก ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย  เพราะฉะนั้นตรงนี้ ถ้ามองไปแล้ว อาจารย์อรรถสิทธิ์ อยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่บอกให้สโมสรโรตารี่ ดุสิต มอบเงินให้ผมห้าหมื่น และไปดึงหมอประกิตมาทำ จนหมอประกิตติดตลาด 

      ตอนนั้นมีข่าวว่ามีคนจะเสนอให้เป็นคณบดีรามาธิบดี หมอประกิตบอกผมว่าต้องคิดดูก่อน ถ้าเป็นคณบดีแล้วยังทำเรื่องบุหรี่ได้มั้ย ถ้าทำเรื่องบุหรี่ไม่ได้ก็ไม่รับเป็นคณบดี เรียกว่าเป็นฮีโร่ที่ต่อสู้เรื่องนี้เลย ทำให้ประเทศไทยเราไม่แพ้สงครามบุหรี่เหมือนจีนที่แพ้สงครามฝิ่น อันนี้ก็เป็นตัวอย่างเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้น

ปาฐกถารำลึก โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ  วะสี

วันศุกร์ ที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖  ณ สำนักงานราชบัณฑิตสภา

อ้างอิง : หนังสือที่ระลึกอนิจกรรมครบ ๑ ปี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อรรถสิทธิ์  เวชชาชีวะ 

๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗

https://www.facebook.com/RatchabanditThai/posts/pfbid07adCvV6ERLDRtYEPWs8gD2YmSXJEy4nwXgAN612a4FwsMZXegSGXReDjPCfnAQBsl

ข่าวล่าสุด

อาบป่าฮีลใจ ให้ธรรมชาตินำทางสู่การฟื้นฟู

"อาบป่า" (Forest Bathing) การใช้เวลาในธรรมชาติอย่างมีสติ เพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ช่วยผ่อนคลายร่างกาย จิตใจ ลดความเครียด และชาร์จพลังชีวิต

 รัฐให้ ข้าราชการ “หัวโต-ตัวลีบ“ เออลี่-รีไทร์  กับดักงบประจำ 70% ที่แก้ไม่ตก หากไม่ยอมปรับลดตำแหน่งบริหารซ้ำซ้อน

นโยบายเร่งรัด “เออลี่รีไทร์” ข้าราชการภายในปีงบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ถูกส่งสัญญาณออกมาในฐานะมาตรการสำคัญเพื่อควบคุมเสถียรภาพทางการคลัง หลังพบว่างบรายจ่ายประจำในส่วนของเงินเดือน สวัสดิการ และบำเหน็จบำนาญ มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของงบรายจ่ายประจำทั้งหมด

“โมเดล-ขนมชั้น” สุขภาพคนไทยไม่เท่าเทียม ?   Medical Hub ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด

ระบบสาธารณสุขไทยกลายสภาพเป็น “โมเดลขนมชั้น” ที่แบ่งแยกชนชั้นและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง ความเหลื่อมล้ำของ 3 กองทุนสุขภาพ (บัตรทอง-ประกันสังคม-ข้าราชการ)

มหากาพย์คชบาล เมื่อ“ช้างป่า” ล้นผืนไพร  และ“ช้างบ้าน”ไร้สวัสดิภาพ !

วิกฤตการณ์ "ช้างไทย" ในปัจจุบัน ภาพสะท้อนที่เด่นชัดที่สุดกลับไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขประชากรที่ผันผวน หากแต่คือ "ความย้อนแย้งเชิงนโยบาย"

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...