หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนสื่อโลกหันซูมไทย–กัมพูชา: รัสเซียเกาะ, จีนค่อย ๆ ขยับ, ตะวันตกเริ่มชี้ว่า “เกมเริ่มจากฝั่งกัมพูชา”

สื่อโลกหันซูมไทย–กัมพูชา: รัสเซียเกาะ, จีนค่อย ๆ ขยับ, ตะวันตกเริ่มชี้ว่า “เกมเริ่มจากฝั่งกัมพูชา”

เผยแพร่

spot_img

เมื่อสนามข่าวกลายเป็นกระดานหมากรุก และภูมิภาคกำลังถูกทดสอบด้วยไฟข้างชายแดน

กระแสที่เกิดขึ้นในช่วงนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่สื่อใหญ่หลายค่าย—ตั้งแต่รัสเซีย จีน จนถึงตะวันตก—หันไฟสปอร์ตไลต์มาที่ความปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมกัน ราวกับรู้ว่ามี “ชั้นเชิงที่มองไม่เห็น” อยู่เบื้องหลังเหตุปะทุครั้งนี้

รัสเซีย – จากเฉย ๆ สู่จับตาแบบรายนาที

โดยปกติสื่อรัสเซียแทบไม่เคยให้ความสนใจกับเหตุปะทะไทย–กัมพูชามากไปกว่าการรายงานทั่วไป แต่รอบนี้กลับมีลักษณะ “ติดตามอย่างใกล้ชิด” เปลี่ยนจากเสียงกระซิบเป็นการรายงานต่อเนื่อง

คล้ายกับทหารที่เมื่อก่อนเดินผ่านชายป่า แต่คราวนี้หยุดยืนมองร่องรอยบนพื้นเหมือนเห็นอะไรผิดปกติ

สัญญาณนี้สำคัญ เพราะบ่งบอกว่า

มอสโกมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ชายแดน แต่มีนัยทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาค

จีน – เลือกลงข่าวช้ากว่าปกติ แต่ลงแล้วแปลว่า “ประเมินเสร็จแล้ว”

จีนเป็นชาติที่ “ไม่เล่นเร็ว” ในเรื่องอ่อนไหวของอาเซียน มักเงียบเพื่อดูอารมณ์สองฝ่ายก่อนลงข่าว แต่รอบนี้จีนตัดสินใจลงข่าว—แม้ช้า—แต่ก็แปลว่า

ปักกิ่งมองว่าการปะทะครั้งนี้มีน้ำหนักพอที่ต้องแสดงตัวบนหน้าสื่อ

และที่น่าสังเกตคือ น้ำเสียงของสื่อจีนรอบนี้ “ไม่นิ่งข้างใดข้างหนึ่ง” ต่างจากบางครั้งในอดีตที่ปักกิ่งมักใช้น้ำเสียงเอียงกัมพูชาเล็กน้อยเพราะสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์

ตะวันตก – วิเคราะห์เป็นเสียงเดียวกันว่า “การเริ่มต้นมาจากฝั่งกัมพูชา”

สื่อหลายสำนัก—ทั้งยุโรปและอเมริกา—เริ่มใช้คำคล้ายกันว่า

“เหตุปะทะครั้งนี้น่าจะเป็นการเบี่ยงเบนประเด็น หลังจากกัมพูชาแพ้ไทยในเวที UN เรื่องทุ่นระเบิดที่เจนีวา”

นี่คือเสียงที่ตรงกันอย่างผิดปกติ

เหมือนผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองกระดานหมากแล้วเห็นรอยนิ้วเดียวกันบนตัวหมาก

ตะวันตกยังจับตาอย่างชัดเจนว่า

ไทยตอบโคตรเร็ว—เหมือนมีการเตรียมไว้ล่วงหน้า

และที่สำคัญ…

ไม่มีชาติไหนโทรมา “ห้ามไทยยิง” หรือ “กดดันหยุดปฏิบัติการ” แบบบางครั้งในอดีต

ความเงียบครั้งนี้มีน้ำหนักมากกว่าเสียงตะโกน

ไทย – เปิด F-16 ราวกับพร้อมลุยตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง

สื่อตะวันตกหลายแห่งยังสะกิดว่า การที่ไทยสามารถนำ F-16 ขึ้นตอบโต้ได้ “เร็วผิดปกติ” สื่ออาจกำลังมองว่า

ไทยรู้จังหวะก่อนว่าอะไรจะเกิด หรือ

มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าจากพันธมิตรตะวันตกบางราย

ที่สำคัญ นานาชาติรอบนี้ไม่ดึงเชือกไทยกลับ เหมือนคนที่แล้วที่มีชาติใหญ่เคยโอบอุ้มกัมพูชาแบบสุดตัว  บรรยากาศรอบนี้กลับตรงกันข้าม

สัญญาณใต้ผิวน้ำ: “เวลาของกัมพูชายังไม่ใช่เวลานี้”

เมื่อประกอบกับ

สวีเดนที่เพิ่งขายเครื่องบินเพิ่มเติมให้ไทย

อิสราเอลที่กำลังขายขีปนาวุธใหม่ให้ไทย

ฝ่ายตะวันตกไม่ออกตัวช่วยกัมพูชา

รัสเซียและจีนจับตาแบบไม่เอนข้าง

ภาพรวมในสนามสื่อบ่งชี้เหมือนกันว่า

ตอนนี้ไม่ใช่จังหวะที่นานาชาติเว้นช่องให้กัมพูชาขยับหมากได้เหมือนเมื่อก่อน

และชี้ว่าประเด็นปะทะครั้งนี้ “เริ่มต้นผิดเวลาและผิดคู่แข่ง”

บทสรุปเชิงหมากบนกระดานนี้ ทุกประเทศกำลังคุมจังหวะอย่างระมัดระวัง

แต่สัญญาณจากสื่อโลก—จากตะวันตก จีน ไปจนถึงรัสเซีย—ชี้ตรงกันว่า

ไม่มีใครต้องการให้เรื่องนี้บานปลาย และไม่มีใครพร้อมจะปกป้องกัมพูชาแบบเดิม

ไทยกลับอยู่ในสถานะ

“ตอบโต้ได้โดยไม่มีมือใหญ่ขัดขวาง”

ไม่มีใครร้องห้ามเป็นความเงียบที่มีความชัดเจน

ซึ่งไม่ใช่ภาพที่เห็นบ่อยในเกมภูมิรัฐศาสตร์แถบนี้                              

 # คัดข่าว

ข่าวล่าสุด

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...