หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ ผู้สั่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เขมร เคยเป็นคนไทย เรียนจบจากมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง

หน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ ผู้สั่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เขมร เคยเป็นคนไทย เรียนจบจากมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง

เผยแพร่

spot_img

คนชื่อ “รุ่งเลิศ เหล่าดี” หรือชื่อเขมรว่า “นวน เจีย”ผู้นำเขมรแดงที่สั่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมร ยุคทุ่งสังหาร (Killing Field) นั่นเขาเคยเป็นคนสัญชาติไทยได้เรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (มธก.) ทั้งยังเคยรับราชการที่ประเทศไทยด้วย

รุ่งเลิศ เหล่าดี เกิดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2469 ที่จังหวัดพระตะบอง มณฑลบูรพา ของประเทศไทย 

เขาเรียนชั้นมัธยมต้น ที่โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรในกรุงเทพฯ จากนั้นเข้าเรียนชั้นมัธยมปลาย ที่โรงเรียนเตรียมปริญญามหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง หรือ “ต.มธก.” เมื่อปี พ.ศ.2488

หลังจากจบชั้นมัธยมปลาย เขาได้เข้ารับราชการที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง หลังจากนั้น ได้เข้าเรียนชั้นอุดมศึกษา ที่มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (มธก.) ด้วย

เมื่อปี พ.ศ.2493 เขาโอนย้ายมารับราชการในแผนกอินโดจีน ของกระทรวงการต่างประเทศ ราชอาณาจักรไทย โดยสุดท้ายได้เงินเดือนเดือนละ 24 บาท

ช่วงที่เรียนที่ มธก. และรับราชการอยู่นั้น รุ่งเลิศ เหล่าดี ได้เข้าร่วมกับองค์กรยุวชนไทย อันเป็นองค์กรย่อยของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)

เขาได้แรงบันดาลใจให้รับลัทธิคอมมิวนิสต์จากการอ่านหนังสือพิมพ์มหาชน รวมทั้งอ่านบทความของอุดม ศรีสุวรรณ เรื่อง “ทางออกของไทย” และ “ชีวทัศน์” ของประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ทั้งสองท่านนี้เป็นนักคิดยุคนั้นของ พคท. 

เมื่อปี พ.ศ.2493 รุ่งเลิศ เหล่าดี แม้จะยังรับราชการอยู่ แต่เขาได้เข้าร่วมงานกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) อย่างเต็มตัว

หลังจากนั้น เขาขอโอนเข้าไปเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งอินโดจีน ที่เคลื่อนไหวในแผ่นดินเกิด คือ เขมร ลาว และเวียดนาม แทน

เมื่อเขาทราบข่าวเกิดเหตุทหารฝรั่งเศสสังหารชาวลาวที่เรียกร้องเอกราช เขาจึงมีความคิดกอบกู้เขมร จากฝรั่งเศสเช่นกัน

จึงออกจากประเทศไทย ทางอำเภอบึงกาฬ ผ่านเข้าลาวที่เมืองปากซัน แล้วไปร่วมรบกับกองกำลังเวียดมินห์ ในสมรภูมิเดียนเบียนฟู ที่นำโดยนายพล โหงว เวียน เกี๊ยบ

เสร็จภารกิจแล้วได้กลับมาร่วมขบวนการกู้ชาติกัมพูชา อันเป็นบ้านเกิด อยู่ในกัมพูชา รุ่งเลิศ เหล่าดี ไปใช้ชื่อเดิมในภาษาเขมรว่า “นวน เจีย”  

เขาเข้าร่วมงานกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งกัมพูชา กระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 ในตำแหน่งรองเลขาธิการ ได้เป็นรองแต่เพียงปล โปต (Pol Pot) หรือที่ภาษาไทยรู้จักในชื่อพอล พต เท่านั้น

ทั้งสองคนนี้ มีส่วนในการสั่งให้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกัมพูชากว่า 3 ล้านคน ในช่วงที่เขมรแดงเรืองอำนาจ

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา ศาลพิเศษขององค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศว่า นวล เจีย คือ ผู้ก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ ศาลพิเศษจึงได้พิพากษาตัดสิน ให้จำคุกตลอดชีวิต

(Rewrite : จาก มติชนออนไลน์)

เมื่อใด ที่เราได้มีโอกาสไปชมพิพิธภัณฑ์หัวกระโหลกคนนับล้านในกัมพูชา เราควรระลึกไว้เถิดว่า เป็นฝีมือของคนไทยเชื้อสายเขมรชื่อ “นวน เจีย” คนนี้ละ

☆ Cr. อาจารย์วิเชียร คงศักดิ์ศรี  

(นวน เจีย หรือ รุ่งเลิศ เหล่าดี เกิด 7 กรกฎาคม ค.ศ. 1926- ถึงแก่กรรม  4 สิงหาคม ค.ศ. 2019 รวม 93 ปี)

ข่าวล่าสุด

หรือ…ตราชั่งชำรุดที่จุดเริ่มต้น ?  เมื่อศาลตัดสินจำคุกอดีต ประธาน ปปช.กับพวก

วานนี้ คำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่สั่งจำคุกอดีตประธาน ปปช. และกรรมการ กรณีปกปิดข้อความเอกสารคดีนาฬิกาหรู แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวแรกของกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลต้นที่ยังไม่ถึงที่สุด

ครบรอบ 120 ปี ชาตกาล พุทธทาสภิกขุ

วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นวาระอันประเสริฐและทรงความหมายยิ่งสำหรับพระพุทธศาสนาและสังคมโลก เนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันชาตกาล ของ พระธรรมโกศาจารย์ หรือ พุทธทาสภิกขุ

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 พิพากษาสั่งลงโทษจำคุก ‘วัชรพล’ อดีตปธ.ป.ปช.-

 'สุภา' กรรมการฯ คนละ 3 ปี คดีปกปิดเอกสารสำนวนสอบนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม ไม่เปิดเผยข้อมูลให้ 'วีระ สมความคิด'  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินคดีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.)...

ศึกศรัทธา 2 ขั้ว “สายวัด“ VS   ”สายวัง”  คลื่นใต้น้ำวงการพระเครื่อง เดิมพันนับแสนล้าน

การเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การโต้เถียงเรื่องความแท้-เก๊ในแผงพระทั่วไป หากแต่เป็นสงครามช่วงชิง “ความชอบธรรม” ในการกำหนดทิศทางมูลค่าทรัพย์สินที่ขับเคลื่อนด้วยแรงศรัทธา

ข่าวอื่นๆ

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ตั้ง 10 คำถามที่รัฐบาลต้องตอบ แลนด์บริดจ์ ก้าวสู่ความรุ่งเรือง หรือกับดักอธิปไตยที่ผูกมัดอนาคตลูกหลาน?

ตั้งคำถามที่น่ากังวลของโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อให้รัฐบาลไขความกระจ่างให้ประชาชนรับทราบ ก่อนที่จะกลายเป็นภาระผูกพันชั่วชีวิตของคนรุ่นหลาน