วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชน “หมอสุภัทร” กับบาดแผลของระบบราชการที่ “ความดี” อาจไม่เพียงพอ

 “หมอสุภัทร” กับบาดแผลของระบบราชการที่ “ความดี” อาจไม่เพียงพอ

เผยแพร่

spot_img

จากกรณีที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท ถูกมติให้พ้นจากราชการด้วยเหตุผลทางวินัยร้ายแรง ก่อให้เกิดคำถามมากมายในสังคม ไม่เพียงแต่ในแวดวงสาธารณสุข แต่ยังรวมถึงประเด็นเรื่อง “ความชอบธรรม” และ “ความยุติธรรม” ในระบบราชการไทย ข่าวนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของบุคลากรทางการแพทย์คนหนึ่ง แต่คือภาพสะท้อนของความขัดแย้งเชิงโครงสร้างที่กำลังสั่นคลอนศรัทธาของประชาชน

จุดเริ่มต้นของรอยร้าว: “ภารกิจบุกกรุง” ในยามวิกฤต

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในช่วงกลางปี 2564 คือช่วงเวลาที่ประเทศเผชิญวิกฤตสาธารณสุขอย่างหนัก ประชาชนต้องการการเข้าถึงการตรวจคัดกรองอย่างเร่งด่วน การขาดแคลนชุดตรวจ ATK และความล่าช้าในการบริหารจัดการภาครัฐ ทำให้ชมรมแพทย์ชนบท โดยการนำของ นพ.สุภัทร ต้องลุกขึ้นมาทำ “ภารกิจแพทย์ชนบทบุกกรุง” เพื่อนำชุดตรวจไปแจกจ่ายและให้บริการประชาชนในพื้นที่ที่มีความต้องการสูง ซึ่ง นพ.สุภัทร ยืนยันว่าเป็นการดำเนินการตามสถานการณ์ฉุกเฉิน และได้มีการขออนุมัติอย่างถูกต้องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แต่การกระทำที่ดูเหมือนจะมุ่งเน้นช่วยเหลือประชาชน กลับถูกตีความจากคณะกรรมการสอบสวนว่า “มิชอบ” และ “ผิดระเบียบ” โดยเฉพาะในประเด็นการ “แบ่งซื้อแบ่งจ้าง” ที่นำมาซึ่งมติไล่ออกราชการ การจัดซื้อ ATK จำนวนหลายล้านชิ้นเพื่อรองรับการตรวจประชาชนจำนวนมาก ทำให้ต้องมีการแบ่งการจัดซื้อออกเป็นหลายส่วน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลชุมชนที่แต่ละแห่งมีอำนาจในการจัดซื้อจำกัด แต่เมื่อมองในแง่กฎหมายและระเบียบที่เข้มงวด การกระทำนี้กลับกลายเป็นช่องโหว่ที่ถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการลงโทษ


ปราการแห่งศรัทธา: เมื่อชาวบ้านออกมาปกป้อง “คนดี”

แม้คำสั่งจะออกมาจากระบบราชการ แต่เสียงจาก “ประชาชน” กลับดังกว่าที่คาดไว้ การตัดสินใจของคณะกรรมการสอบสวนไม่เพียงแต่ทำให้สังคมตั้งคำถาม แต่ยังนำมาซึ่งการแสดงออกถึงความไม่พอใจและแรงสนับสนุนจากประชาชนอย่างกว้างขวาง

ในพื้นที่โรงพยาบาลที่ นพ.สุภัทร เคยปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่โรงพยาบาลจะนะและโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ชาวบ้านและบุคลากรทางการแพทย์ต่างรวมตัวกันแสดงออกถึงความศรัทธาที่มีต่อตัวท่าน นี่ไม่ใช่เพียงแค่การปกป้องข้าราชการคนหนึ่ง แต่คือการปกป้อง “ความดี” และ “คุณงามความดี” ที่พวกเขาได้สัมผัสด้วยตนเอง

ตัวอย่างเช่น ชาวบ้านบางส่วนระบุว่า “หมอสุภัทรคือผู้ที่เสียสละเพื่อคนจน” และ “ท่านไม่เคยทอดทิ้งประชาชน” การทำงานของท่านที่ผ่านมาคือสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าเป้าหมายหลักคือการช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่การแสวงหาผลประโยชน์ แรงสนับสนุนเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าในสายตาของประชาชน การกระทำของ นพ.สุภัทร ไม่ใช่ความผิด แต่คือ “การกระทำที่กล้าหาญ” และ “มีความรับผิดชอบต่อสังคม” ในยามวิกฤต


คำถามที่ท้าทายระบบ: ความโปร่งใสที่สาธารณะต้องการ

สิ่งที่ นพ.สุภัทร เรียกร้องในตอนนี้ไม่ใช่แค่การทบทวนคำสั่ง แต่คือการ “เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดต่อสาธารณะ” ทั้งหลักฐานการจัดซื้อ ข้อกล่าวหา และคำชี้แจง เพื่อให้สังคมได้ร่วมกันพิจารณา การเรียกร้องนี้มีนัยสำคัญมากกว่าแค่เรื่องส่วนตัว แต่คือการ “ปฏิรูประบบ” การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในสถานการณ์ฉุกเฉิน

หากคณะกรรมการสอบสวนยืนยันว่าการตัดสินใจนั้นถูกต้องและเป็นไปตามระเบียบ การเปิดเผยข้อมูลจะช่วยยืนยันความโปร่งใสและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับระบบราชการได้ แต่หากคณะกรรมการปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูล ก็เท่ากับยอมรับว่าการตัดสินใจนี้อาจมี “วาระซ่อนเร้น” หรือเป็นเพียงการใช้ระเบียบมาเป็นเครื่องมือในการจัดการความขัดแย้งทางการเมืองภายในกระทรวง


บทสรุป: เมื่อระเบียบกลายเป็นเครื่องมือทำร้าย “คนดี”

กรณีของ นพ.สุภัทร เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่าง “ระเบียบที่เคร่งครัด” กับ “สถานการณ์ที่ต้องใช้ดุลยพินิจ” ในยามวิกฤต ความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อ นพ.สุภัทร คือหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การกระทำของท่านนั้นมีเจตนาที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง

คำถามสุดท้ายที่ยังคงค้างคาคือ “ระบบราชการไทยจะยังคงเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้หรือไม่ หากการทำความดีในยามฉุกเฉินต้องแลกมาด้วยการถูกลงโทษ?” และถึงเวลาแล้วหรือยังที่รัฐบาลจะต้องปฏิรูประบบราชการให้ยืดหยุ่นและมีวิจารณญาณมากขึ้น เพื่อให้ “คนดี” ยังคงมีพื้นที่ยืนในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมต่อไปโดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกระเบียบที่ไร้ความยืดหยุ่นเล่นงาน

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นายกฯ อนุทิน” สะบัดปากกาอนุมัติงบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์แบบจัดเต็มเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

"นายกฯ อนุทิน" สะบัดปากกาอนุมัติงบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์แบบจัดเต็มเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ พร้อมสั่งเดินเครื่องแม็คโครเกรดดินสร้างรั้วชายแดนถาวรอย่างเต็มกำลังในวันนี้แพร่สะพัดออกไป ฝั่งพนมเปญก็แทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยครับ!

ตรวจสอบความเป็นสับปะรดหรือไม่แค่ไหนของ กกต กำลังเร่งระดับสูงขึ้นอย่างน่าสนใจ

ในขณะที่การติดตามตรวจสอบความเป็นสับปะรดหรือไม่แค่ไหนของ กกต กำลังเร่งระดับสูงขึ้นอย่างน่าสนใจ อาการอันพลุ่งพล่านร่านทุรนของการจัดตั้งรัฐบาล ก็ดูจะเร่งระดับขยับเขยื้อนหาคู่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่จะเข้าบริหารประเทศ จากนี้ไป

 “ความพยายามรื้อถอนโครงสร้างเดิม” กับ “ความต้องการรักษาเสถียรภาพ”

ผลคะแนนที่ไม่เป็นทางการในคืนนี้สะท้อนภาพการต่อสู้ที่มากกว่าแค่การแย่งชิงเก้าอี้ ส.ส. แต่มันคือการปะทะกันระหว่าง "ความพยายามรื้อถอนโครงสร้างเดิม" กับ "ความต้องการรักษาเสถียรภาพ"