หน้าแรกเสียงอิสระประชาชน เหตุผล 5 ประการที่ประชาชนควรกาช่อง “ไม่เห็นชอบ”

 เหตุผล 5 ประการที่ประชาชนควรกาช่อง “ไม่เห็นชอบ”

เผยแพร่

spot_img

ในการลงประชามติให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดย ประพฤติ ฉัตรประภาชัย (อ. อุ๋ย)

-นักวิชาการด้านกฎหมาย, น.บ. (ธรรมศาสตร์),นบท.,LL.M. (Cornell), MLI. (Wisconsin-Madison), ทุนวิจัยด้านกฎหมาย รัฐบาลญี่ปุ่น (ให้เปล่า) Kyushu U. ประเทศญี่ปุ่น 

-อดีตที่ปรึกษา สนง. คกก. กฤษฎีกา

ภายใต้ข้อเท็จจริงที่ว่าคำถามประชามติถูกกำหนดโดยคณะรัฐมนตรีให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 และหากไม่เห็นชอบจะยังคงใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ต่อไป ผมเห็นว่าการกาช่อง “ไม่เห็นชอบ” เป็นทางเลือกที่มีเหตุผลทางกฎหมายดังต่อไปนี้

หนึ่ง — คำถามประชามติเปิดทางกระบวนการ แต่ไม่ให้ข้อมูลเนื้อหา

กล่าวคือ แม้คำถามจะถามว่า “สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” แต่ไม่ได้บอกกรอบ หลักการ หรือเส้นแดงของรัฐธรรมนูญใหม่ การเห็นชอบจึงเป็นการอนุมัติให้เดินหน้าโดยไม่รู้ปลายทาง ขัดกับหลักความรอบคอบของเจ้าของอำนาจอธิปไตย

สอง — ความถูกต้องตามคำวินิจฉัยศาล ไม่เท่ากับความชอบธรรมทางประชาธิปไตย

การออกแบบคำถามให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นเพียงความถูกต้องเชิงกระบวนการ มิได้ค้ำประกันว่ากระบวนการร่างจะพ้นจากการครอบงำของการเมืองหรือกลุ่มอำนาจเดิม การกาช่อง “เห็นชอบ” จึงเสมือนการมอบเช็คเปล่าให้นักการเมือง

สาม — การคงใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ยังรักษาเสถียรภาพทางกฎหมาย

การกาช่อง “ไม่เห็นชอบ” ไม่ได้ทำให้ประเทศตกอยู่ในสุญญากาศทางรัฐธรรมนูญ แต่ยังคงมีกติกาสูงสุดใช้บังคับต่อไป ลดความไม่แน่นอนทางกฎหมาย เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของประเทศ

สี่ — ปัญหาหลักคือการไม่เคารพรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การขาดรัฐธรรมนูญใหม่

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยพิสูจน์แล้วว่าการเปลี่ยนฉบับไม่อาจแก้ปัญหา หากผู้ใช้อำนาจยังไม่ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม และความเสมอภาค การร่างใหม่ทั้งฉบับจึงเสี่ยงวนซ้ำปัญหาเดิม

ห้า — การแก้ไข “รายมาตรา” ตอบโจทย์และรับผิดชอบมากกว่า

หากมีบทบัญญัติใดไม่เป็นประชาธิปไตย ขัดสิทธิ หรือไม่สอดคล้องบริบทปัจจุบัน การแก้ไขเป็นรายมาตราภายใต้กลไกที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีส่วนร่วม ย่อมตรงจุดกว่า ไม่ทำลายทั้งระบบ ลดแรงปะทะทางการเมือง และยังรักษาเสถียรภาพของรัฐธรรมนูญโดยรวม

สรุป

การกาช่อง “ไม่เห็นชอบ” มิใช่การปฏิเสธการปฏิรูป แต่คือการยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงต้องมีหลักประกัน ชัดเจน และค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากการแก้ไขรายมาตราที่จำเป็น มากกว่าการรื้อทั้งฉบับโดยไร้ความแน่นอน.

#อาจารย์อุ๋ย_ประพฤติ

#ประพฤติฉัตรประภาชัย

#ประชาธิปัตย์ยุคใหม่

#ประชามติ69

ข่าวล่าสุด

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...