หน้าแรกINSIDE - INSIGHT17 ประเทศ“เตือนภัย ” โลกเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน 72 ชั่วโมง ไทย…ต้องพร้อมก่อนน้ำท่วม ไม่ใช่รอแจกถุงยังชีพ

17 ประเทศ“เตือนภัย ” โลกเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน 72 ชั่วโมง ไทย…ต้องพร้อมก่อนน้ำท่วม ไม่ใช่รอแจกถุงยังชีพ

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”
ประจำวันที่ 30 ตุลาคม 2569

17 ประเทศ“เตือนภัย ” โลกเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน 72 ชั่วโมง 
ไทย…ต้องพร้อมก่อนน้ำท่วม ไม่ใช่รอแจกถุงยังชีพ

บทเรียนจากนานาชาติชี้ว่า การเตรียมเสบียงฉุกเฉินไม่ใช่สัญญาณวันสิ้นโลก แต่เป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่ประชาชนและรัฐต้องร่วมกันสร้าง ขณะที่ฝนตกหนักต่อเนื่องเพียง 3 วันในกรุงเทพฯ ก็เพียงพอจะเปิดแผลเดิมของระบบรับมือภัยพิบัติไทย

กระแสคำแนะนำให้ประชาชนสำรองน้ำดื่ม อาหาร ยาประจำตัว และสิ่งของจำเป็นสำหรับอย่างน้อย 72 ชั่วโมง กำลังสะท้อนแนวคิดสำคัญของการจัดการภัยพิบัติยุคใหม่ นั่นคือ เมื่อระบบไฟฟ้า ประปา การคมนาคม หรือห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก ประชาชนต้องมีความสามารถดูแลตนเองในระยะแรก โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากรัฐเพียงฝ่ายเดียว คำแนะนำลักษณะนี้ปรากฏในหลายประเทศ ทั้งฟินแลนด์ ซึ่งแนะนำให้ครัวเรือนเตรียมพร้อมอย่างน้อย 3 วัน และบางประเทศในยุโรปที่กำหนดระยะเวลานานกว่านั้นตามบริบทความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ตัวเลข “17 ประเทศเตือนภัย” ที่ปรากฏในกระแสข่าวไม่ควรถูกตีความว่าทุกประเทศออกคำเตือนเดียวกัน หรือกำลังเผชิญภัยชนิดเดียวกัน เพราะสาระสำคัญอยู่ที่การเตรียมพร้อม ไม่ใช่การสร้างความหวาดกลัว

สหภาพยุโรปผลักดันยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมรับวิกฤต โดยครอบคลุมความเสี่ยงตั้งแต่ภัยธรรมชาติ สภาพอากาศรุนแรง โรคระบาด ไปจนถึงการโจมตีทางไซเบอร์และการหยุดชะงักของโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ฟินแลนด์แนะนำให้ครัวเรือนมีน้ำ อาหาร ยาที่จำเป็น และอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับดำรงชีวิตอย่างน้อย 72 ชั่วโมง แนวคิดนี้ไม่ได้หมายความว่ารัฐจะถอนตัวจากหน้าที่ช่วยเหลือ แต่ยอมรับข้อจำกัดของการเข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่ในเวลาเดียวกันเมื่อเกิดเหตุขนาดใหญ่ การเตรียมพร้อมระดับครัวเรือนจึงเป็นแนวป้องกันชั้นแรก ส่วนรัฐต้องรับผิดชอบระบบเตือนภัย การอพยพ การกู้ชีพ และการฟื้นฟูให้ทำงานต่อเนื่องกัน

ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องรอแผ่นดินไหวขนาดใหญ่หรือสงครามจึงจะเห็นความสำคัญของการเตรียมเสบียงฉุกเฉิน เพราะภัยใกล้ตัวอย่างน้ำท่วมก็สร้างความเสียหายได้ภายในเวลาไม่กี่วัน เหตุการณ์กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24-26 กันยายน 2569 เป็นตัวอย่างชัดเจน เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่องประมาณ 3 วัน ปริมาณฝนในบางพื้นที่สูงเกือบ 300 มิลลิเมตร ถนนและบ้านเรือนหลายแห่งถูกน้ำท่วม การเดินทางติดขัด และกรุงเทพมหานครประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขตในช่วงแรกของเหตุการณ์ นี่คือหลักฐานว่า ความเสียหายไม่ได้เกิดจากปริมาณฝนเพียงอย่างเดียว แต่สัมพันธ์กับความสามารถในการระบายน้ำ ความเปราะบางของพื้นที่ การแจ้งเตือนล่วงหน้า และความพร้อมของประชาชนที่จะรับมือเมื่อออกจากบ้านไม่ได้ 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงควรถูกประเมินจากความสามารถในการลดความเสียหายก่อนเกิดเหตุ ควบคู่กับผลงานช่วยเหลือหลังภัยพิบัติ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะการตั้งศูนย์บัญชาการ การแจกถุงยังชีพ หรือการเร่งจ่ายเงินเยียวยา เพราะหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต้องเชื่อมโยงการป้องกัน การเตรียมความพร้อม การตอบโต้เหตุฉุกเฉิน และการฟื้นฟูเข้าด้วยกัน สิ่งที่ควรเร่งทำคือจัดทำคำแนะนำสำหรับครัวเรือนที่เข้าใจง่าย แยกตามความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ สื่อสารให้ประชาชนเตรียมน้ำ อาหาร ยา ไฟฉาย วิทยุหรือช่องทางรับข่าวสารสำรอง แบตเตอรี่สำรอง เอกสารสำคัญ และเงินสดเท่าที่จำเป็น พร้อมกำหนดวิธีดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และสัตว์เลี้ยง ทั้งหมดต้องเป็นคำแนะนำที่ปฏิบัติได้จริงและไม่ผลักภาระการป้องกันภัยให้ประชาชนฝ่ายเดียว

ปภ. ควรยกระดับการสื่อสารความเสี่ยงให้เป็นงานประจำ โดยประสานกรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานท้องถิ่น หน่วยกู้ชีพ และผู้ดูแลระบบสาธารณูปโภค จัดทำแผนเตือนภัยที่ระบุให้ชัดว่า พื้นที่ใดเสี่ยงอะไร ประชาชนต้องทำอะไร และจะขอความช่วยเหลือจากที่ใด ควบคู่กับการซ้อมอพยพ การทดสอบระบบแจ้งเตือน และการตรวจสอบว่าความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเปราะบางได้จริง การสำรองเสบียง 72 ชั่วโมงเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่ง ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะต่อให้ประชาชนมีอาหารและน้ำ หากไม่รู้เส้นทางอพยพ ไม่ได้รับคำเตือนทันเวลา หรือไม่สามารถติดต่อหน่วยช่วยเหลือได้ ความเสี่ยงก็ยังคงอยู่ รัฐจึงต้องทำให้การพึ่งพาตนเองของประชาชนเดินคู่กับความพร้อมของระบบส่วนรวม ไม่ใช่ใช้แนวคิดนี้เป็นข้ออ้างลดความรับผิดชอบของหน่วยงาน

ข่าวล่าสุด

มท.1 สั่งถอนสัญชาติ โจเซฟ ผู้นำชุมชนอิสราเอลในไทย ชี้เป็นภัยความมั่นคง

กระทรวงมหาดไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เพิกถอนสัญชาติไทยของ นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ (Joseph Hem Kantor) หรือที่รู้จักในนาม...

ตลาดบ้านมือสองในไทย ทรุด ! หนี้ท่วม คนขายบ้านออกมาล้นตลาด คนซื้อหาย ขาดสภาพคล่อง

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์(REIC) ธนาคารอาคารสงเคราห์ สรุปภาพรวมและสถานการณ์ล่าสุดของ ตลาดบ้านมือสองและอสังหาริมทรัพย์ไทย ภาพรวมอสังหาฯ กับ "บ้านมือสอง" ​ในภาพใหญ่ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญการชะลอตัวหนักที่สุดในรอบหลายปี เนื่องจาก ​ภาวะหนี้ครัวเรือนสูง และ ยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ของธนาคารพุ่งสูง...

อุตุฯโลก เตือนภัย เอลนิโญสุดรุนแรง

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ออกประกาศเตือนภัยถึงภาวะ "ซูเปอร์เอลนีโญ" (Super El Niño) ที่ทวีความรุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน (Unprecedented) ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบยาวนานต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2027

ศาลจีนฟันโทษประหารชีวิตรอลงอาญา ‘อดีตเจ้าหน้าที่ตรวจสอบวินัย’ ฐานรับสินบนกว่า 400 ล้านหยวน  

​สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) รายงานเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ​ศาลประชาชนชั้นกลางเมืองเฉิงตู มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน มีคำตัดสินโทษประหารชีวิต "หวังฮุ่ยหมิน" อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการตรวจสอบวินัยประจำคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์แห่งประเทศจีน (CSRC) โดยให้...

ข่าวอื่นๆ

รัฐอุดหนุน 5 หมื่นติดโซลาร์ “ประหยัด…จริงหรือ ?”

“โซลาร์ภาคประชาชน” ตั้งเป้าสนับสนุน 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 50,000 บาท ภายใต้วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท โดยกำหนดระบบมาตรฐานขนาด 5 กิโลวัตต์ ราคาไม่เกิน 140,000 บาท

กองทุนน้ำมัน ฯ ติดลบ 1.05 แสนล้าน   เมื่อการตรึงราคาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ทิ้งโจทย์หนี้ไว้ให้ประเทศ

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยกำลังเผชิญแรงกดดันทางการเงินครั้งสำคัญ โดยประมาณการฐานะกองทุน ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2569 ระบุว่ามีฐานะสุทธิติดลบ 105,452 ล้านบาท จากสินทรัพย์รวม 35,917 ล้านบาท

สงคราม…ใบกะเพรา !จากพืชสามัญประจำบ้านยอดฮิต สู่คำถามใหญ่เรื่องสิทธิและผลประโยชน์

เจาะ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ปมแบ่งปันผลประโยชน์และความไว้วางใจต่อรัฐ เมื่อพืชคู่ครัวไทยกลายเป็นเดิมพันระหว่างนวัตกรรมเอกชนกับทรัพยากรพันธุกรรมส่วนรวม