“ใคร .. ตามมา”

เผยแพร่

spot_img

เขายืนอยู่ลำพังบนชานชาลาที่ไร้ผู้คน นาฬิกาบนข้อมือชี้ว่าเวลาเกือบจะเที่ยงคืน เขาพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ แต่กลับได้ยินเพียงเสียงลมเย็นยะเยือกพัดผ่านกำแพงคอนกรีต เสียงนั้นแหลมและยาวเหมือนเสียงครางของใครบางคนที่ติดค้างอยู่ในความมืด

                                  ขณะที่เขาก้มลงมองเวลา เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

                                “ตึก… ตึก… ตึก…” 

ช้า ๆ แต่ชัดเจนราวกับจงใจ 

                                  หันกลับไปด้วยหัวใจที่เต้นแรง และพบหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ เธอสวมเสื้อคลุมตัวยาวสีหม่น ดวงตาเต็มไปด้วยเงากังวล ใบหน้าสวยแต่ซีดเซียวจนแทบไร้เลือดฝาด

เหมือนกลัวอะไรบางอย่าง

                                “ขอโทษค่ะ…รถเที่ยวสุดท้ายมาถึงกี่โมงคะ“

                 เสียงเธอสั่นราวกับถูกความกลัวบีบคออยู่ใกล้ ๆ

                 เขาพยายามฝืนยิ้มก่อนตอบ

                              “น่าจะอีกสิบนาทีครับ    ผมก็รอเหมือนกัน”

                  เธอพยักหน้าเบา ๆ แววตาไม่หยุดกวาดมองไปรอบ ๆ เหมือนกำลังเฝ้าระวังบางสิ่งบางอย่างที่เขามองไม่เห็น

                              “คุณโอเคไหมครับ…ดูเหมือนคุณจะ…กังวลมาก” 

                   เขาถามอย่างระมัดระวัง

                   หญิงสาวนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนตอบเสียงเบาราวกับกระซิบ      

                               “มีคนตามฉันมา..!”

                   หัวใจเขากระตุกพลางทวนคำ

                                “ตามมา….คนตามมา…แล้วคุณไม่แจ้งตำรวจหรือ“

                   เธอส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว 

                               “ไม่ทันแล้ว… เขาอยู่นั่น…!“

                   สายตาของเธอเบิกกว้าง มองตรงไปยังบันไดทางลงชานชาลา 

                  เขามองตามกลืนน้ำลายฝืด ๆ  และทันทีที่เห็น… เลือดในกายก็เย็นเยียบ

                  ชายร่างสูงสวมแจ็กเก็ตสีดำยืนอยู่ตรงนั้น เงามืดบดบังใบหน้าจนไม่อาจเห็นชัด แต่แววตาที่สะท้อนออกมากลับเป็นประกายเย็นชาและไร้ความปรานี    มันก้าวลงบันไดช้า ๆ ก้องสะท้อนในอุโมงค์ ทุกก้าวเหมือนเสียงตอกโลง

                               “เฮ้… นายเป็นใคร…?“

                   เขาร้องถาม เสียงสะท้อนดังก้องในอากาศ

                   แต่ชายคนนั้นไม่ตอบ   กลับคงเดินตรงเข้ามา… ทีละก้าว ทีละก้าว….อย่าน่ากลัว

                   หญิงสาวคว้าแขนเขาแน่นจนรู้สึกถึงแรงสั่นสะท้าน     

                                “เขามาเอาชีวิตฉัน…”

                 “ทำไมล่ะ,  คุณไปทำอะไรเขา…”

น้ำตาคลอเบ้าตาของเธอ…

                 “ฉัน… ฉันรู้ความลับของเขา”

                   ชายในชุดดำหยุดยืนห่างจากทั้งสองเพียงไม่กี่ก้าว อากาศรอบตัวเขาเย็นจัดจนเหมือนลมหายใจหยุดไหลเวียน และแล้วเสียงแหบเย็นก็เอื้อนเอ่ยออกมา

                                     “เธอหนีไม่พ้นหรอก…”

                   หญิงสาวสั่นสะท้าน ริมฝีปากซีดขาว

                                      “ได้โปรด… อย่าทำอะไรฉันเลย”

                    เขาก้าวมายืนขวางหน้าเธอ ยกสองมือเหมือนห้ามไว้

                                       “ถ้านายเข้ามา ผมจะแจ้งตำรวจ!”

                      ชายชุดดำยิ้มมุมปาก แล้วหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นต่ำ ทุ้ม ลึก ราวกับไม่ใช่มนุษย์ 

                   “งั้นเหรอ… ลองสิ”

                      ทันใดนั้นเสียงหวีดรถก็ดังแทรกเข้ามา ไฟสว่างวาบจากอุโมงค์สาดเข้ามาบนชานชาลา เขาหันไปเห็นหัวรถไฟกำลังจะเข้าจอด เสี้ยววินาทีนั้นเขาหันกลับไปหาชายในชุดดำ   

                       แต่… ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นแล้ว เงามืดหายไปเหมือนละลายกลืนสู่ผนังอุโมงค์

                     “เขาหายไปไหน“   เขาร้องเสียงสั่น

                        หญิงสาวบีบมือเขาแน่นกว่าเดิม 

          “ไปเถอะ… ก่อนที่เขาจะกลับมา”

             ทั้งสองรีบวิ่ง…..พลาดประตูแรก…วิ่งต่อ…!

             หญิงสาวก้าวขึ้นก่อน รถเคลื่อน..เขากระโดดเตามเข้าไป ก่อนประตูเลื่อนจะปิด 

             ทันใดนั้นเขาหันไปมองข้างนอก  และสิ่งที่เขาเห็นทำให้เลือดแข็งตัว

                ชายชุดดำยืนอยู่ที่ชานชาลาใกล้ ๆ ทางขึ้นลงนี่เอง

 ราวกับไม่เคยหายไปไหนเลย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้า ดวงตาดำลึกจ้องตรงมาโดยไม่กระพริบ เหมือนนักล่าที่จ้องเหยื่ออย่างมั่นใจว่าหนีไม่พ้น

              “ปึ้ง..” ประตูรถไฟปิดสนิท เสียงโลหะกระทบดังสะท้อน รถไฟฟ้าเริ่มเคลื่อนตัวแรงออกจากสถานี ภาพชายคนนั้นค่อย ๆ เลือนหายไปในม่านเงามืด 

                เขาโล่งอก คลายความกลัว  แต่ความรู้สึกหนักอึ้งในอกกลับไม่จางหาย สายตาเย็นชานั้นยังคงติดตรึงอยู่ในหัวใจ 

               แต่.. เขารู้สึกว่า ไม่ว่ารถจะแล่นไปไกลแค่ไหน… สายตานั้นยังคงตามมาอยู่ใกล้ ๆ

               มันเหมือนจะตามมา…

                  หญิงสาวนั่งหอบหายใจข้าง ๆ เสียงของเธอสั่นจนแทบไม่เป็นคำพูด  เขาปั้นหน้าให้ยิ้มพูดเข้ม ๆ

                “คุณคงปลอดภัยแล้วนะ”

                                 “คุณไม่เข้าใจหรอก… เขาไม่ใช่คน…”

                    หันมามองด้วยความสับสน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความกลัวที่แท้จริง ก่อนเธอจะพูดคำสุดท้ายแผ่วเบาเหมือนลมหายใจสุดท้ายของใครสักคน

                 “เขาจะตามเรา… จนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ”

                    และทันใดนั้น ไฟในขบวนรถก็กระพริบวูบ 

           เหมือนมีม่านควันมาบดบัง…

           ชายสูงชุดดำยืนขวางอยู่ตรงทางเดินติดประตู ใบหน้าเรียบเฉย ไม่ไหวติง ราวกับดักรออยู่แล้ว

           เขาผงะพร้อมกับหญิงสาว

                   เสียงก้าวเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากปลายทางเดิน

และกำลังขยับเข้ามาใกล้…!

                        เสียงร้องของผู้โดยสารหลายคนที่เห็นรวมถึงเธอที่เหลียวซ้ายแลขวาจะหนี  หันมาคว้าแขนเขาไว้ไปยืนอยู่ข้างหลัง

         เขาตกใจสุดขีด  พยายามยืนตัวตรง  รีบจับพนักเก้าอี้ให้กระชับ

                 แรงเหวี่ยงรถเลี้ยวโค้ง    ทั้งคู่ล้มลงไปกองตรงพื้น

         รีบดึงเธอลุกขึ้นมา….!

                 ใจระทึก…สั่นระรัว

                 ชายชุดดำหายไปแล้ว…เขารีบคว้ามือเธอให้วิ่งหนี

ไปด้วยกัน   เธอรั้งแขนไว้   แล้วจ้องหน้า….!

                 ตาโปนปากกว้าง  ยกสองมืององุ้ม   ขยับเข้ามาอย่างน่ากลัว

ข่าวล่าสุด

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...

ศรัทธาสั่นคลอน… แต่จิตวิญญาณไม่เคยทิ้ง “ศาสนา”

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 26 กันยายน  2569 วิกฤต “ผ้าเหลือง” เขย่าความเชื่อมั่น เมื่อโลกดิจิทัลทำให้ทุกความผิดถูกมองเห็น                          ข่าวพระภิกษุเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดวินัยหรือกฎหมาย ตั้งแต่เรื่องทรัพย์สิน ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไปจนถึงคดีอาญา กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของความเชื่อมั่นต่อองค์กรสงฆ์ไทย...

“เนเน่ รอยัล” คว้าแชมป์โลก AGT  เด็กไทยใช้ “ฝีมือ” พิสูจน์ตัวเอง   แล้วรัฐบาลใช้ “ผลงาน” พิสูจน์ประชาชนอย่างไร ?

จากเด็กภูเก็ตวัย 16 ปี สู่แชมป์ America’s Got Talent คนแรกของไทย เงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ และเวทีเดียวกับ Linkin Park ความสำเร็จที่เกิดจากความสามารถ กลายเป็นกระจกสะท้อนคำถามต่อการบริหารประเทศ

อนุทิน- “If I can make it there, I’ll make it anywhere”

“If I can make it there, I’ll make it anywhere” ประโยคดังจากเพลง New York, New York ที่ Frank Sinatra ร้อง ซึ่งมีความหมายว่า ”หากประสบความสำเร็จในนิวยอร์ก ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ทุกแห่ง“

ข่าวอื่นๆ

เรื่องสั้น  “น้ำใจบนทางเปลี่ยว”

หนุ่มใหญ่กัดริมฝีปากจนห้อเลือด มือขวากำพวงมาลัยรถเก๋งเก่าๆ ไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ส่วนมือซ้ายวางพาดอยู่บนขอบประตูรถ แสงจากฟ้าแลบสะท้อนให้เห็น "รอยแผลเป็นทางยาวตรงข้อมือซ้าย" มันขรุขระและลึกหนา ดูเป็นตำหนิที่น่าเกลียดที่สุดบนร่างกายของเขา

เรื่องสั้น  “ปริศนา ห้องริมสุด”

เงียบสงัดของเวลาใกล้รุ่งที่ความมืดเริ่มจางหายไปภายใต้เงาเมฆหนาครึ้มฝน เขาควรจะจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราให้นานกว่านี้กลับสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยสัมผัสประหลาดที่กรีดผ่านความรู้สึก แอร์ในห้องยังคงทำงานส่งเสียงครางหึ่งเบา ๆ ทว่าอากาศรอบกายกลับเย็นเยียบผิดปกติจนรู้สึกได้ถึงไอหนาวที่ลามเลียไปตามแนวกระดูกสันหลัง

 เรื่องสั้น   “คืน…ฝนตก”  | “ชัยทัศน์”

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก่อนจะสำลักไอเสียออกมาเป็นจังหวะสุดท้ายแล้วดับสนิทลง ท่ามกลางเสียงคำรามของท้องฟ้ากัมปนาททั่วหุบเขา “เอก” ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโห เข็มความร้อนของรถคันเก่งพุ่งสูงจนมิดเกจ์แดงฉานเหมือนคำเตือนจากนรก