กระแสข่าวการเร่งเปิดด่านสำคัญตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เช่น ช่องจอม, บ้านคลองลึก–ปอยเปต และบ้านหาดเล็ก–เกาะกง เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์สู้รบชายแดนเพิ่งสงบไม่นาน การปิดด่านช่วงสั้น ๆ ทำให้ชุมชนชายแดนกัมพูชาได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจทันที หลายครอบครัวขาดรายได้ ผู้คนจำนวนมากตกงาน และเริ่มพยายามลักลอบเข้ามาฝั่งไทยเพื่อหางานทำ การเปิดด่านในครั้งนี้จึงเป็นการบรรเทาวิกฤตทางสังคมและเศรษฐกิจของกัมพูชา เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดซ้ำรอยเดิม
นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า การเปิดด่านหรือไม่ยังคงเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลรักษาการ ส่วนรัฐบาลใหม่ก็กำลังเตรียมการ พร้อมเดินหน้าอย่างรอบคอบ โดยจะทำงานประสานกับหน่วยงานความมั่นคงเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการรักษาความสงบเรียบร้อยของชายแดน
คำกล่าวนี้สะท้อนว่ารัฐบาลตั้งใจแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการเปิดด่านแบบเร่งด่วนโดยไม่วางมาตรการรองรับ
แม้ผลดีทางเศรษฐกิจเริ่มเห็นชัด ทั้งการฟื้นตัวของการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว แต่ฝ่ายความมั่นคงไทยยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เพราะการเคลื่อนย้ายแรงงานจำนวนมากอาจนำมาซึ่งการลักลอบเข้าเมือง ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และความเสี่ยงด้านสาธารณสุข หากมาตรการควบคุมไม่รัดกุมพอ ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจอาจกลายเป็นช่องทางให้ปัญหาความมั่นคงกลับมาอีกครั้ง
รัฐบาลใหม่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความสมดุลระหว่างประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่คิดว่าคุ้มค่ากับความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่กัมพูชาซึ่งอยู่ในสถานะเชื่อใจไม่ได้
การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบใหญ่ของรัฐบาลใหม่ว่าจะรักษาสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจและการปกป้องชายแดนได้ดีเพียงใด



