วันศุกร์, เมษายน 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชน"ศาลเตี้ย"  ของสื่อกับหลักของ Presumption of Innocence ความสมดุลระหว่าง เสรีภาพสื่อ กับ สิทธิจำเลย

“ศาลเตี้ย”  ของสื่อกับหลักของ Presumption of Innocence ความสมดุลระหว่าง เสรีภาพสื่อ กับ สิทธิจำเลย

เผยแพร่

spot_img

การที่สื่อบางรายการนำประเด็นที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี มาถกเถียงอย่างเผ็ดร้อน โดยเฉพาะการเชิญ “แขกรับเชิญ” ที่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือมีความคิดเห็นที่ชี้ขาด มา “ยำ” หรือซักไซร้ไล่เลียงอย่างหนักก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุดนั้น ถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อหลักการพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย ทั้งจริยธรรมสื่อ และธรรมาภิบาล 

1. ความผิดพลาดทางจริยธรรมสื่อ ทำลายหลัก “สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์” (Presumption of Innocence) ซึ่งเป็นหลักการสากลที่สำคัญที่สุดในกระบวนการยุติธรรมคือ “ทุกคนคือผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะพิพากษาว่ามีความผิด” ในกรณีที่มีสื่อกระทำในลักษณะดังกล่าวก็จะเป็นการละเมิดหลักการนี้อย่างรุนแรง กลายเป็นศาลเตี้ยทางสังคม  การสวมบทบาทเป็น “ศาลจำลอง” ด้วยการสร้างบรรยากาศที่ชี้นำให้ผู้ชมตัดสิน “ความผิด” ของบุคคลนั้น ๆ ไปล่วงหน้า ส่งผลให้เกิดการพิพากษาจากสังคม ก่อนคำพิพากษาทางกฎหมายจริง ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง อาชีพ และสภาวะทางจิตใจของบุคคลนั้นอย่างไม่อาจแก้ไขได้ แม้สุดท้ายศาลจะตัดสินว่าไม่ผิดก็ตาม

ตามหลักจริยธรรมสื่อ สื่อต้องมีความเป็นกลาง และรายงานข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน การเลือกเชิญบุคคลที่ “ขายได้” หรือมีมุมมองที่รุนแรง มาปะทะคารม ให้ข้อมูลด้านเดียว มุ่งเน้นการสร้าง “ความเร้าใจ” มากกว่า “ความจริง” เป็นการเบี่ยงเบนจากภารกิจหลักของสื่อในการทำหน้าที่เป็น ผู้พิทักษ์ผลประโยชน์สาธารณะ  รวมถึงการละเลยสิทธิส่วนบุคคล ด้วยการขุดคุ้ยรายละเอียดส่วนตัวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับรูปคดี เพื่อเพิ่ม “ความเข้มข้น” ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

2. ความบกพร่องทางธรรมาภิบาล เป็นบ่อนทำลาย “ความน่าเชื่อถือ” และ “นิติรัฐ”

คือการยึดถือกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมที่ชอบธรรมเป็นสำคัญ เมื่อสื่อเข้ามาแทรกแซงกระบวนการตัดสินด้วยการสร้างแรงกดดันจากสาธารณชน  อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในองค์กรตุลาการ และอาจเป็นแรงกดดันทางอ้อมต่อการทำหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมได้

การนำเสนอที่เน้นอารมณ์ความรู้สึกแทนข้อเท็จจริง สร้างสภาพที่ทำให้สังคมตัดสินเรื่องราวด้วยความโกรธ ความสงสาร หรืออคติ มากกว่าการใช้เหตุผล และหลักฐานเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการพัฒนาพลเมืองที่เข้มแข็ง และสังคมที่มีวุฒิภาวะ

สื่อที่ดี ควรเป็น “ผู้ช่วยผดุงความจริง” (Truth-Seeker) ไม่ใช่ “ผู้สร้างมายาคติ” (Myth-Maker) ปัญหาการขาดธรรมาภิบาลของสื่อในลักษณะนี้ เป็นผลมาจาก “กลไกตลาด”  ที่ให้ความสำคัญกับกำไรและเรตติ้งเหนือกว่าจริยธรรม หรือเป็น “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ของการกำกับดูแลสื่อในประเทศไทยโดยเฉพาะ ปรากฏการณ์นี้ จึงมิใช่แค่เรื่องของ “รายการทีวี” แต่คือการตั้งคำถามต่อ “ความเป็นอารยะ” ของสังคมว่า เราพร้อมที่จะให้ “เรตติ้ง” อยู่เหนือกฎหมาย และหลักการพื้นฐานของมนุษยธรรมแล้วจริงหรือ?

Credit: FB Aor Arted

ข่าวล่าสุด

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

อิหร่านขู่ปิดตาย “ทะเลแดง” โต้กลับสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะทำการสกัดกั้นการส่งออกและนำเข้าอย่างสมบูรณ์ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf), ทะเลโอมาน (Sea of Oman) และทะเลแดง

มีภาพหนึ่ง…เงียบ ๆ แต่ “ทรงพลัง” ยิ่งกว่าสิ่งใด

ป้ายเล็กๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในอิหร่าน เขียนด้วยลายมือธรรมดา Take What You Need,Pay after War. “หยิบสิ่งที่คุณต้องการไปก่อน แล้วค่อยจ่ายหลังสงคราม”

The AI Layoff Trap หรือ กับดักการปลดพนักงานด้วย AI

Brett Hemenway Falk และ Gerry Tsoukalas ได้ใช้คณิตศาสตร์มาพิสูจน์ความจริงที่น่าขนลุก พวกเขาค้นพบว่าบริษัทที่กำลังนำ AI มาแทนที่มนุษย์นั้น แท้จริงแล้วกำลังผลักดันระบบเศรษฐกิจไปสู่ความพินาศ

ข่าวอื่นๆ

The Fate of Empires : ชะตากรรมของจักรวรรดิ

“The Fate of Empires (ชะตากรรมของจักรวรรดิ) อธิบาย จักรวรรดิสหรัฐอเมริกา กำลังอยู่ในระยะที่ 4 หรือ “ยุคเสื่อมทราม” (Age of Decadence) ตามทฤษฎีวัฏจักร ชะตากรรมของจักรวรรดิ

“คนที่สู้ชีวิตอยู่ในไทยมาทั้งชีวิต เสียภาษีทุกเดือน ได้เบี้ยเท่ากันกับคนที่เพิ่งกลับมา”

การมีส่วนร่วมกับระบบ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่ได้ผุดขึ้นมาเอง มันมาจากภาษีของคนที่ทำงาน จ่าย VAT จ่ายภาษีเงินได้ และร่วมสร้างเศรษฐกิจไทยมาตลอด

‘เจฟฟรีย์ แซคส์’ ผู้ลั่นระฆังเตือนภัยสงครามโลกครั้งที่ 3

จากอดีตอัจฉริยะฮาร์วาร์ด เจ้าของฉายา ‘ร็อคสตาร์ทางเศรษฐศาสตร์’ ผู้ร่วมออกแบบวางรากฐานระบบทุนนิยมให้แก่โลกหลังสงครามเย็น สู่การเป็นนักวิพากษ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ อย่างเผ็ดร้อนที่สุดในปัจจุบัน