วันอาทิตย์, เมษายน 19, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชน“คนที่สู้ชีวิตอยู่ในไทยมาทั้งชีวิต เสียภาษีทุกเดือน ได้เบี้ยเท่ากันกับคนที่เพิ่งกลับมา”

“คนที่สู้ชีวิตอยู่ในไทยมาทั้งชีวิต เสียภาษีทุกเดือน ได้เบี้ยเท่ากันกับคนที่เพิ่งกลับมา”

เผยแพร่

spot_img

อยู่อเมริกามาเกินครึ่งชีวิต ไม่เคยเสียภาษีที่ไทยแม้แต่บาทเดียว แต่พอกลับมามีสัญชาติไทย/มีชื่อในทะเบียนบ้านไทย อายุถึงเกณฑ์ และเข้าเงื่อนไขตามระบบ ก็ยังรับเบี้ยผู้สูงอายุไทยได้ ยุติธรรมหรือเปล่า?

แอดมินไปอ่านเจอคำถามนี้ในโลกโซเชียล ซึ่งถกเถียงกันเรื่องนี้ไม่จบ บางคนบอกไม่ยุติธรรม บางคนบอกเป็นสิทธิ์ที่ชอบธรรม 

❎ ฝั่งที่บอกว่า “ไม่ยุติธรรม”

“คนที่สู้ชีวิตอยู่ในไทยมาทั้งชีวิต เสียภาษีทุกเดือน ได้เบี้ยเท่ากันกับคนที่เพิ่งกลับมา” 

ข้อโต้แย้งหลักของฝั่งนี้คือเรื่อง การมีส่วนร่วมกับระบบ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่ได้ผุดขึ้นมาเอง มันมาจากภาษีของคนที่ทำงาน จ่าย VAT จ่ายภาษีเงินได้ และร่วมสร้างเศรษฐกิจไทยมาตลอด คนที่ใช้ชีวิตอยู่อเมริกา 40 ปี เสียภาษีให้รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้ถนนอเมริกา ใช้ระบบสาธารณสุขอเมริกา แล้ววันหนึ่งกลับมารับสวัสดิการไทย มันสมเหตุสมผลไหม?

✅ ฝั่งที่บอกว่า “เป็นสิทธิ์ที่ชอบธรรม”

“เขาไม่ได้เลือกเกิด และสัญชาติไม่ใช่สิ่งที่ถอดออกได้เพราะอยู่ต่างประเทศ” 

ข้อโต้แย้งของฝั่งนี้คือเรื่อง สิทธิ์ตามสายเลือดและความเป็นคนไทย คนที่เกิดจากพ่อแม่คนไทย ไม่ว่าจะโตที่ไหน ก็ยังเป็นคนไทยโดยกฎหมาย เขาไม่ได้ “หนี” ความเป็นไทยไป เขาแค่ย้ายถิ่นฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทุกชาติทำกันทั่วโลก นอกจากนี้หลายคนในกลุ่มนี้อาจ ส่งเงินกลับบ้าน ช่วยเหลือครอบครัวในไทยมาตลอดหลายสิบปี เงินที่ครอบครัวใช้จ่ายในไทยก็วนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและภาษีอยู่ดี และท้ายที่สุด ถ้าระบบเปิดให้ทำได้ถูกกฎหมาย คนที่ใช้สิทธิ์นั้นก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ระบบต่างหากที่ต้องถูกตั้งคำถาม

📌 แล้วประเทศอื่นเขาทำยังไง? ลองดูอเมริกา เป็นตัวอย่าง เพราะถ้าพลิกสถานการณ์กลับกัน คนที่ถือสัญชาติอเมริกันตั้งแต่เกิด แต่ไม่เคยอยู่หรือทำงานเสียภาษีในอเมริกาเลย จะได้รับเงินบำนาญผู้สูงอายุของอเมริกาไหม?

❌ คำตอบคือ ไม่ได้ค่ะ

ระบบ Social Security ของอเมริกาไม่ได้ให้สิทธิ์แค่เพราะถือพาสปอร์ต แต่ผูกไว้กับ Work Credits ซึ่งได้มาจากการทำงานและเสียภาษีในอเมริกาเท่านั้น โดยต้องสะสมอย่างน้อย 40 credits หรือประมาณ 10 ปีการทำงาน จึงจะมีสิทธิ์รับ

 ไทยใช้ 👉🏻  “สัญชาติ + สถานะตามทะเบียน/คุณสมบัติ” เป็นฐานหลักของสิทธิ์นี้

 อเมริกาใช้ 👉🏻 “ประวัติการทำงานและการจ่ายภาษีเข้าระบบ” เป็นฐานหลักของบำนาญเกษียณ

📌 ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่ กฎหมายที่ออกแบบมาในยุคที่คนไม่ได้เคลื่อนย้ายข้ามโลกได้ง่ายอย่างทุกวันนี้  อเมริกาเลือกวิธีหนึ่ง 🇹🇭ไทยเลือกอีกวิธีหนึ่ง และทั้งคู่ก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน 

แต่คำถามที่ไทยควรตอบให้ได้คือ สวัสดิการของรัฐควรยึดหลัก “สัญชาติ” หรือ “การมีส่วนร่วม”

และถ้าจะปรับระบบ ต้องทำอย่างไรโดยไม่ละเมิดสิทธิ์ของคนที่เป็นคนไทยโดยชอบธรรม? เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงินไม่กี่ร้อยหรือไม่กี่พัน แต่มันคือคำถามใหญ่ของรัฐสวัสดิการไทยทั้งระบบ

ข่าวล่าสุด

เปิดแล้ว..รถไฟญี่ปุ่น KiHa วิ่งจริง 20 เม.ย. 2569 นี้

ขบวนรถดีเซลรางปรับอากาศสุดคลาสสิกจากญี่ปุ่น KiHa 40/48 กำลังจะออกวิ่งจริงแล้ว! สายชานเมืองสุดฮิต กรุงเทพ – อยุธยา ที่สายรถไฟห้ามพลาดเด็ดขาด!

เรื่องสั้น … “แค่แวะ..มาคุย“

“คุณมาช้ากว่าปกติสองนาที” เขาพูดโดยไม่เงยหน้า สายตายังคงอยู่ที่ถ้วยชาตรงหน้า ”คุณจับเวลาไว้หรือไง” เธอวางกระเป๋าลงช้า ๆ “เปล่า” เขายิ้มบาง ๆ ”แค่รู้สึก…“

 IMF ประเมิน ปี 2569 เอเชียยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

สงครามตะวันออกกลาง : IMF ประเมิน ปี 2569 เอเชียยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก  สงครามในตะวันออกกลางกำลังเป็นบททดสอบสำคัญต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจเอเชีย ซึ่งก้าวเข้าสู่ปี 2569 บนรากฐานที่ยังมั่นคง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่าเศรษฐกิจเอเชียจะขยายตัวร้อยละ 4.4...

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”

ข่าวอื่นๆ

The Fate of Empires : ชะตากรรมของจักรวรรดิ

“The Fate of Empires (ชะตากรรมของจักรวรรดิ) อธิบาย จักรวรรดิสหรัฐอเมริกา กำลังอยู่ในระยะที่ 4 หรือ “ยุคเสื่อมทราม” (Age of Decadence) ตามทฤษฎีวัฏจักร ชะตากรรมของจักรวรรดิ

‘เจฟฟรีย์ แซคส์’ ผู้ลั่นระฆังเตือนภัยสงครามโลกครั้งที่ 3

จากอดีตอัจฉริยะฮาร์วาร์ด เจ้าของฉายา ‘ร็อคสตาร์ทางเศรษฐศาสตร์’ ผู้ร่วมออกแบบวางรากฐานระบบทุนนิยมให้แก่โลกหลังสงครามเย็น สู่การเป็นนักวิพากษ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ อย่างเผ็ดร้อนที่สุดในปัจจุบัน

วันนี้ฟังผู้บริหารรุ่นใหม่ของ ”มาม่า“ พูดถึงวิธีคิดในการทำธุรกิจแบบ ”เฉลี่ยทุกข์-เฉลี่ยสุข“ 

ในอดีตสโลแกนโฆษณาของ “มาม่า” ที่เราคุ้นเคย คือ ”มาม่า…อร่อย“ แต่ฟังวันนี้แล้วอยากเปลี่ยนสโลแกนใหม่ให้ ”มาม่า“ ”มาม่า…หล่อ“