ลองคิดกันเล่น ๆ ว่า …
ถ้าวันหนึ่งเราได้รับมรดกเป็นเกาะส่วนตัวมูลค่าหลายร้อยหลายพันล้านบาท พวกเราจะเอาเกาะนั้นไปทำอะไรดี ?
บางคนนึกถึงการลงทุนทำรีสอร์ทสุดหรูให้คนต่างชาติเข้ามาพักหรือเลือกที่จะขายเกาะไปเลยแล้วเอาเงินหลายร้อยหลายพันล้านไปใช้ให้สบายใจทันทีก็ได้
แต่เชื่อหรือไม่ว่า … เคยมีผู้หญิงคนหนึ่งเลือกที่จะมอบเกาะนั้นให้กับกรมประมงเพื่อใช้ในการอนุรักษ์ดูแลเต่าทะเลโดยไม่รับค่าตอบแทนสักบาทเดียว เพราะในตอนนั้นเกิดวิกฤตมีคนยกพวกกันขุดไข่เต่าทะเลไปขายจนเต่าทะเลเกือบจะสูญพันธุ์
จนถึงปัจจุบัน เกาะนั้นได้กลายเป็นที่วางไข่ ฟักไข่ ของเต่าทะเลหลายหมื่นตัวมาเป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว เกาะนั้นได้กลายเป็นพื้นที่ของเต่าตัวจิ๋วที่เพิ่งฟักออกมาจากไข่แล้วเดินลงน้ำทะเล เป็นบ้านหลังสุดท้ายของเต่าผู้เฒ่าที่เกษียณตัวเองเพราะได้รับบาดเจ็บจากใบพัดเรือ หรือติดอวนจนขาขาดหรือพิการ เป็นต้น
เกาะนั้นยังกลายเป็นที่ฝึกงานของนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ทางทะเลจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งในเมืองไทย และยังเป็นสถานที่รองรับนักท่องเที่ยวคนรักเต่าจำนวนหลายหมื่นคนต่อปีอีกด้วย
เกาะนั้นก็จึงกลายเป็นสมบัติของชาติที่มีไว้เพื่ออนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างยิ่ง
และนี่ก็เป็นเรื่องราวที่มาของ เกาะมันใน จากเกาะของคนที่กลายมาเป็นเกาะของน้องเต่าทะเล
และผู้หญิงคนนั้นก็คือ … สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นั่นเอง
พระสิริโฉมว่างามยิ่งแล้ว แต่ความดีของพระองค์ งามยิ่งกว่าพระสิริโฉมร้อยเท่าพันทวี และจะไม่มีวันโรยรา
ขอถวายความอาลัยแด่ พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
ศูนย์กลางอนุรักษ์และเพาะขยายพันธุ์เต่าทะเลพระราชทาน สถานีอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล



