วันศุกร์, มีนาคม 13, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวหน้าหนึ่งรมว.ดีอีเอส ไชยชนก ชิดชอบ ...

รมว.ดีอีเอส ไชยชนก ชิดชอบ พร้อมลุยสแกมเมอร์ ….เพราะผมไม่มีประวัติ

เผยแพร่

spot_img

“ผมไม่มีประวัติเก่า ผมตั้งใจมาแก้ปัญหาจริง ๆ” — เสียงจากรัฐมนตรีใหม่ ประกาศพร้อมลุยกับสแกมเมอร์ ขอให้ทุกฝ่ายเชื่อใจในความจริงจัง

ในห้องประชุมกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 2 ทำให้ข้าราชการและผู้ร่วมประชุมต้องชะงักงัน เมื่อเสียงของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวอย่างหนักแน่น

“ผมเป็นเด็กใหม่ของกระทรวงนี้ และผมคิดว่านี่คือข้อดี เพราะผมไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับปัญหาเก่า ๆ ผมตั้งใจมาแก้ปัญหาจริง ๆ ตอนผมบวชอยู่ที่อินเดีย ผมตั้งใจจะไม่สึกด้วยซ้ำ พ่อแม่ต้องไปลากกลับมา ดังนั้นผมอยากให้ทุกท่านมั่นใจในความจริงใจของผม”

คำพูดนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแนะนำตัวของรัฐมนตรีคนใหม่ แต่เป็น “คำประกาศ” ถึงความไม่กลัว และให้ที่ประชุมมั่นใจได้ว่าแนวทางการทำงานกระทรวงและระบบราชการในยุคดิจิทัล ยุคที่ “อาชญากรรมทางเทคโนโลยี” กลายเป็นศัตรูที่ซ่อนอยู่ในทุกช่องทางของชีวิตประชาชนนั้น จะดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่สนหน้าไหนอีกต่อไป ความสดใหม่ของ รมว. ประวัติที่ขาวสะอาด ทำให้เดินหน้าได้อย่างเต็มที่

วาระแห่งชาติ ที่กลายเป็นวาระโลก

ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังเข้ารับตำแหน่ง นายไชยชนกต้องเผชิญกับความท้าทายใหญ่ที่สุดของกระทรวง นั่นคือการป้องกันและปราบปราม “สแกมเมอร์ การพนันออนไลน์ และการหลอกลวงช่อโกงทางเทคโนโลยี” ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นภัยต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

แต่สิ่งที่ทำให้ไชยชนก “ไม่หยุดอยู่แค่ในประเทศ” คือการมองเห็นภาพรวมของโลกด้วยการพาประเทศไทยเข้าสู่เวทีนานาชาติ กับการร่วมพิธีลงนามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ (United Nations Convention against Cybercrime) และการประชุมระดับสูง (High-Level Conference) ที่มี 68 ประเทศ และสหภาพยุโรป (EU) ร่วมด้วย ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

สั่งปรับ กระชับการทำงานจาก “รายเดือน” เป็น “ทุก 2 สัปดาห์”

ความจริงจังของ รมว.ดีอีเอส ไม่ได้หยุดอยู่ที่นโยบายหรือคำพูด เขาสั่งการในที่ประชุมให้ปรับระบบการรายงานและติดตามผลจากเดิม “ประชุมรายเดือน” เป็น “ประชุมทุก 2 สัปดาห์” เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นแบบเร่งรัด ทันสถานการณ์ และตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนที่กำลังจับตามอง

“ถ้าไม่แสดงผลงานให้ประชาชนเชื่อมั่น ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน เรื่องนี้ใหญ่ระดับประเทศ ถ้าระเบิดออกมา ทุกคนจะโดนสะเก็ดระเบิดแน่นอน”

ดูเหมือนว่าคำเตือนของ รมว. ไม่ใช่เพียงคำขู่ แต่บอกเป็นนัยว่าเอาจริง ใครไม่พร้อมหรือเกรงจะรับมือไม่ไหว ก็ให้รีบถอนตัว ต่อจากนี้ จะลุยจริงจัง เพราะประชาชนกำลังเดือดร้อน อาชญากรรมทางเทคโนโลยีไม่สามารถรอได้อีกต่อไป

สำหรับคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีชุดใหม่ ซึ่งมีนายไชยชนกเป็นประธาน ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เพื่อรวบรวมหน่วยงานหลักของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กสทช. ก.ล.ต. สมาคมธนาคาร สมาคมผู้ประกอบการโทรคมนาคม และหน่วยงานด้านความมั่นคง ให้ทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ

นี่คือการเริ่มต้นยุคใหม่ของ “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” — ยุคที่ความจริงใจของผู้นำจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ระบบราชการ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เปลี่ยนผ่านจากการ “ทำงานตามหน้าที่” สู่การ “ทำงานด้วยหัวใจ ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชน” เพราะการต่อสู้กับสแกมเมอร์ที่เป็นวาระโลก ต้องพบกับแรงต้านมหาศาลรอบทิศทาง การยืนหยัดของผู้นำจึงเป็นเรื่องสำคัญ 

แม้เส้นทางข้างหน้าจะไม่ง่าย แต่สถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญต้องการคนที่ “กล้าคิด กล้าทำ กล้ารับผิดชอบ และกล้าลุย“ และดูเหมือนว่าไชยชนกฯ กำลังเดินอยู่บนเส้นทางนั้น รัฐมนตรีหน้าใหม่ที่จริงใจไม่กลัว และพร้อมลุยกับปัญหาใหญ่ หากยังคงยืนหยัดเช่นนี้ต่อไป และต่อสู่อาชญากรรมดิจิทัลอย่างจริงจัง จะกลายเป็นรัฐมนตรีของคนทั้งประเทศอย่างเต็มภาคภูมิ

โดย ข้าวต้มมัด Thaitribune

ข่าวล่าสุด

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคำว่า “อาชญากรรมสงคราม”

ยืนยันสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ สหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ทำลายโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่

คดีของ Jeffrey Epstein คืออะไรและเกี่ยวอะไรกับประธานาธิบดี Donald Trump หรือไม่?

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมมากกว่า 3 ล้านหน้าในวันนั้น เพื่อตอบสนองต่อกฎหมาย Epstein Files Transparency Act

จีนได้ปฏิเสธคำเชิญอย่างเป็นทางการจาก โดนัลด์ ทรัมป์

ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่  ปักกิ่งได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการต่อสู,ต้องการมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงและการทูต การตอบสนองนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจีนในการหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในสงครามที่กว้างขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทั่วโลกสูงอยู่แล้ว  เจ้าหน้าที่จีนได้เน้นย้ำว่าลำดับความสำคัญของพวกเขาคือการป้องกันการเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดและการปกป้องเส้นทางการค้าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  พวกเขายังย้ำว่าการเลือกข้างในความขัดแย้งครั้งใหญ่จะไม่สนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวในภูมิภาค ตำแหน่งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของจีนในการรักษาระยะห่างจากการมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงในขณะที่ยังคงมีอิทธิพลต่อกิจการระดับโลกผ่านการทูตและอำนาจทางเศรษฐกิจ  การปฏิเสธนี้เน้นให้เห็นว่าชาติใหญ่ในโลกกำลังเลือกบทบาทของตนอย่างระมัดระวังเมื่อความขัดแย้งขยายตัว การตัดสินใจของจีนส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกที่ลึกซึ้งและแทนที่จะผลักดันให้เกิดการลดความตึงเครียด  ขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนา ผู้นำระดับโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าท่าทีของจีนจะมีผลต่อความพยายามทางการทูตในอนาคตอย่างไร

ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรน

เราได้ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรนและโอมาน และทำให้มัน เสียหายบางส่วน เราได้ยิงเครื่องบินอเมริกัน 10 ลำใน คูเวต

ข่าวอื่นๆ

ปอศ.ลุยจับ 8 ล้งนอมินีนายทุนจีน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เปิดเผยว่า พฤติการณ์กลุ่มทุนต่างชาติสวมสิทธิ์คนไทยเข้าครอบงำธุรกิจเกษตรสงวนบิดเบือนราคารับซื้อจนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคามะพร้าวน้ำหอมทั่วประเทศ

มติเอกฉันท์! “น.รินี เรืองหนู” คว้านายกสมาคมนักข่าวฯ อีกสมัย ชูธงปกป้องเสรีภาพ-พัฒนาศักยภาพสื่อ

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่ประชุมใหญ่เลือกนางสาวน.รินี เรืองหนู จากหนังสือพิมพ์มติชน เป็นนายกสมาคมนักข่าวฯ อีกสมัย

น้อมรับพระคติธรรม สมเด็จพระสังฆราชฯ เนื่องในวันมาฆบูชา ๓ มีนาคม ๒๕๖๙

ดิถีมาฆบูชาได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว ดิถีเช่นนี้ชวนให้พุทธบริษัท รำลึกถึงเหตุการณ์ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์