หน้าแรกข่าวหน้าหนึ่งรมว.สธ. สั่งเปิด รพ.สนาม เพิ่มอีก 2 แห่ง

รมว.สธ. สั่งเปิด รพ.สนาม เพิ่มอีก 2 แห่ง

เผยแพร่

spot_img

ระหว่างรอฟื้นฟูโรงพยาบาลใหญ่ กางแผนบริการเต็มศักยภาพภายใน 1 เดือน เผยดูแลผู้ป่วยไปแล้วกว่าหมื่นราย

30 พ.ย. 68 – นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมผ่านระบบทางไกล ติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม กับผู้บริหารส่วนกลางและในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ภารกิจเร่งด่วนในตอนนี้คือ การฟื้นฟูโรงพยาบาลต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบให้กลับมาให้บริการผู้ป่วยได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด โดยในส่วนของ รพ.หาดใหญ่ ทีมช่างจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้เข้าช่วยฟื้นฟู ขณะนี้ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และก๊าซทางการแพทย์ ใช้งานได้ปกติ สามารถให้บริการผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่ชั่วคราว และการแพทย์ทางไกลได้

“มีแผนฟื้นฟูให้กลับมาบริการเต็มศักยภาพภายใน 1 เดือน โดยสัปดาห์แรกจะเปิดบริการห้องฉุกเฉิน แผนกผู้ป่วยนอก และห้องปฏิบัติการบางส่วน สัปดาห์ที่ 1-2 ขยายแผนกผู้ป่วยใน ผู้ป่วยวิกฤต ห้องผ่าตัด คลินิกพิเศษเฉพาะทางนอกเวลาราชการ และเพิ่มแผนกผู้ป่วยนอกเฉพาะทาง และสัปดาห์ที่ 3-4 ให้บริการเต็มระบบ ส่วนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ภายใต้สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ในอำเภอหาดใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบ 16 แห่ง เหลือปิดบริการ 1 แห่ง ที่ รพ.สต.คลองแห” นายพัฒนา กล่าว 

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ระหว่างทำการฟื้นฟู รพ.ใหญ่ ได้ให้เปิด รพ.สนามเพิ่มอีก 2 แห่ง ได้แก่ รพ.สนาม ศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองคลองแห รับผิดชอบโดย รพ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เริ่มให้บริการวันนี้ และ รพ.สนาม รพ.ค่ายเสนาณรงค์ รับผิดชอบโดย รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช จะเปิดให้บริการวันที่ 1 ธันวาคม 2568

รวมทั้งยังมีหน่วยบริการที่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่ โดย รพ.หาดใหญ่ จะเปิดบริการผู้ป่วยนอก ทั้งผู้ป่วยเรื้อรังที่จะรับยาต่อเนื่อง ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ผู้ป่วยจิตเวช ผู้ป่วยวัณโรค และผู้ป่วยทั่วไป ในวันที่ 1 ธันวาคม เช่นกัน

สำหรับ รพ.สนาม ที่เปิดก่อนหน้านี้ 8 แห่ง ได้ให้บริการผู้ป่วยใน รวม 160 ราย ผู้ป่วยนอก รวม 1,038 ราย ส่งต่อ 116 ราย และบริการผู้ป่วยฟอกไต 46 ราย หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ (Mini-MERT) 86 ทีม ให้บริการสะสม 5,494 ราย และทีมแพทย์เดินเท้า 66 ทีม ให้บริการสะสม 4,072 ราย 

ส่วนการดูแลด้านสุขภาพจิต ให้บริการประเมินสุขภาพจิตสะสม 2,430 ราย พบเครียดสูง 140 ราย เสี่ยงฆ่าตัวตาย 1 ราย โดยทุกรายได้รับการดูแลและส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว นอกจากนี้ ยังได้เตรียมทีม MCATT ร่วมเดินเท้ากับทีม Mini-MERT และเปิดคลินิกสุขภาพใจ ที่โรงพยาบาลสนามด้วย

ข่าวล่าสุด

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ครม.ไฟเขึยว  คุ้มครองผู้บริโภค ซื้อออนไลน์คืนสินค้าได้

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ยกระดับสิทธิผู้ซื้อ กำหนดมาตรฐานการรับผิดชอบผู้ขายชัดเจนขึ้น (16 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .......

เตือนภัย พลิกโลก  เอลนีโญมาแล้ว !

ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ชัดว่า มีแนวโน้มทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และอาจกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย

ข่าวอื่นๆ

เส้นทางเคลื่อนพระศพ “พระองค์ภา”

สำนักพระราชวังประกาศ หมายกำหนดการเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์

ประกาศสำนักพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์...

 วิกฤต “โลกเดือด” สภาพอากาศสุดขั้วทุบสถิติใหม่ เตือนไทยรับมือน้ำสองขั้ว “แล้งจัด-ท่วมฉับพลัน”

องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ยุคของ "โลกร้อน" (Global Warming) ได้สิ้นสุดลงแล้ว และมนุษยชาติกำลังก้าวเข้าสู่ยุค "โลกเดือด" (Global Boiling) อย่างเต็มตัว ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่การที่อุณหภูมิสูงขึ้นทีละน้อย...