หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

เผยแพร่

spot_img

ฝ่ามรสุมคว่ำบาตรโลก เจาะท่อน้ำเลี้ยงเศรษฐกิจหมีขาว-ดึงสองมหาอำนาจเลื่อมใสความเป็นกลาง แหวกวงรายล้อมพญาอินทรีและมังกร เมื่อกรุงเทพฯ เลิกเป็นไผ่ลู่ตามลม แต่ขอเป็นอินทรีของภูมิภาค

                             การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย หากแต่เป็นยุทธการทางการทูตเชิงรุกในการสถาปนาประเทศไทยให้เป็น “ผู้เล่นอิสระที่มีอิทธิพล” ในระดับภูมิภาค ท่ามกลางภาวะแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังระอุ โดยรัฐบาลไทยมุ่งเป้าขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจที่กินได้ ควบคู่ไปกับการรักษาดุลอำนาจระหว่างกลุ่มประเทศตะวันตกและพันธมิตรตะวันออก เพื่อสร้างอำนาจต่อรองใหม่ที่จะทำให้อาเซียนต้องเกรงขาม และสองมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ทั้งสหรัฐอเมริกาและจีนต้องยอมรับอย่างเลื่อมใส

                              การเยือนเมือง”คาซาน“ ทันทีหลังเสร็จสิ้นการประชุม ครม. รอบนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ว่า ประเทศไทยยุคใหม่จะไม่ยอมนั่งรอรับความเมตตาจากระเบียบโลกเก่าอีกต่อไป วัตถุประสงค์หลักในมิติเศรษฐกิจภายใต้การนำของนายกฯ อนุทิน พุ่งเป้าไปที่การฝ่าวงล้อมมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก เพื่อฟื้นฟูมูลค่าการค้าทวิภาคีไทย-รัสเซีย ที่เคยหดตัวลงไปกว่าร้อยละ 26 ให้กลับคืนมา ผ่านการเปิดดีลแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปของไทย กับปุ๋ยเคมีและวัตถุดิบต้นน้ำราคาต้นทุนต่ำที่รัสเซียกุมกลไกอยู่ ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาระบบธุรกรรมทางการเงินและการขนส่งโลจิสติกส์ที่เป็นอุปสรรคสำคัญมาอย่างยาวนาน

                              เมื่อมองเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน ยุทธศาสตร์ “อิสระแต่ไม่ก้าวร้าว” ของไทย แสดงให้เห็นถึงความเก๋าเกมที่แตกต่างจากเพื่อนบ้านอย่างเห็นได้ชัด   หากเปรียบเทียบกับมาเลเซียภายใต้การนำของอันวาร์ อิบราฮิม  ที่เลือกเดินเกมรุกแบบเปิดหน้าชน ประกาศตัวกู่ก้องอย่างโจ่งแจ้งว่าต้องการพาประเทศเข้าร่วมกลุ่ม BRICS และลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเพื่อเอาใจค่ายตะวันออก นั้น  ท่วงทำนองของประเทศไทยกลับมีความนุ่มนวลและยืดหยุ่นกว่ามาก ไทยสามารถเดินเข้าหาผลประโยชน์มหาศาลจากรัสเซียได้โดยไม่จำเป็นต้องตัดสัมพันธ์หรือสร้างความขุ่นเคืองให้ฝั่งตะวันตก ถือเป็นการดึงเม็ดเงินเข้ากระเป๋าอย่างเงียบเชียบและทรงประสิทธิภาพ

                                 หันมาเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ ผู้ยึดมั่นในหลักการทางกฎหมายระหว่างประเทศจนยอมเดินตามรอยชาติพันธมิตรตะวันตกในการประกาศคว่ำบาตรรัสเซียอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างสิงคโปร์และรัสเซียตกอยู่ในสภาวะเยือกแข็ง จุดนี้เองที่กลายมาเป็น “โอกาสทองทางยุทธศาสตร์” ของไทยในการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรองรับเม็ดเงิน การลงทุน และกลุ่มนักท่องเที่ยวรัสเซียกระเป๋าหนักที่ตั้งเป้าทะลุ 2 ล้านคน ซึ่งสิงคโปร์ไม่สามารถตอบสนองได้ในเวลานี้ การทูตของไทยจึงก้าวข้ามทฤษฎีอุดมคติที่กินไม่ได้ สู่การปฏิบัติจริงที่เน้นปากท้องของประชาชนเป็นที่ตั้ง

                             สำหรับอินโดนีเซีย   ผู้กุมความเกรงขามจากขนาดของประชากรและทรัพยากรธรรมชาติอันมหาศาล มักใช้อำนาจในการวางตัวเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระดับโลก แต่ไทยกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ความทรงอิทธิพลไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ ขุนพลทางการทูตของไทยกำลังใช้ “ทำเลทองภูมิศาสตร์” ควบรวมกับความเชี่ยวชาญในการประสานประโยชน์ เป็นตัวแทนความคิดของอาเซียนสายสายกลางที่เน้นความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเสียงของกรุงเทพฯ มีน้ำหนักและชั้นเชิงในการชี้นำทิศทางภูมิภาคที่คมคายไม่แพ้จาการ์ตาเลยทีเดียว

                               เป้าหมายสูงสุดของการแสดงตนเป็นผู้เล่นอิสระในครั้งนี้ คือการทำให้พญาอินทรีอย่างสหรัฐอเมริกา และพญามังกรอย่างจีน เกิดความ “เลื่อมใส” และตระหนักว่าไทยไม่ใช่เบี้ยตัวเล็กที่จะชี้ซ้ายชี้ขวาได้ตามใจชอบอีกต่อไป เมื่อไทยแสดงจุดยืนชัดเจนว่าสามารถจับมือกับวลาดิเมียร์ ปูติน ได้อย่างมีศักดิ์ศรี ทั้งวอชิงตันและปักกิ่งย่อมต้องเปลี่ยนกลยุทธ์จากการกดดันเป็นการ “เกรงใจ” และแข่งขันกันนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุดเพื่อประโยชน์ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีไฮเทค ยานยนต์ไฟฟ้า หรือความร่วมมือด้านความมั่นคง เพื่อเหนี่ยวรั้งไม่ให้ไทยเอนเอียงไปสู่ขั้วตรงข้ามมากเกินไป

                             ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดและการปรับเปลี่ยนระเบียบโลกโดยกลุ่มประเทศมหาอำนาจตะวันตกผ่านยุทธวิธีการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การดำเนินนโยบายของรัฐบาลไทยใน“เวทีคาซาน” ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะการเจรจาจัดหาปัจจัยการผลิตและวัตถุดิบต้นน้ำราคาต้นทุนต่ำเพื่อช่วยเหลือภาคเกษตรกรรมและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจฐานราก ปรากฏการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ยุทธศาสตร์การต่างประเทศในโลกยุคหลายขั้วอำนาจ ไม่อาจพึ่งพิงเพียงกลไกทางการเมืองในกรอบความคิดเดิมได้ หากแต่ต้องให้น้ำหนักกับความมั่นคงทางอาหารและพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม 

                           ในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยอาจก้าวขึ้นมาเป็นช่องทางยุทธศาสตร์สำคัญในการประสานประโยชน์และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระดับสากลที่ทุกฝ่ายมิอาจมองข้ามได้  

                           การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียในครั้งนี้ จึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญของการยกระดับนโยบายต่างประเทศของไทย จากเดิมที่เน้นการประนีประนอมผ่อนปรนตามสถานการณ์ สู่การเป็นยุทธศาสตร์แบบ “หยั่งรากลึก” ที่มีความมั่นคงในเอกราชและยึดถือผลประโยชน์แห่งชาติเป็นแกนกลางอย่างแน่วแน่ การดำเนินวิเทศนโยบายอย่างมีชั้นเชิงและเป็นอิสระ ณ เมืองคาซาน จะเป็นบทพิสูจน์ที่สร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมทั้งส่งเสริมบทบาทและความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในสายตาของมหาอำนาจโลกได้อย่างมีเกียรติภูมิ ตราบใดที่ประเทศไทยยังคงรักษาจุดยืนที่สมดุล มีความเป็นกลาง และขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศด้วยความโปร่งใสและเป็นอิสระอย่างแท้จริง

2569-06-17   “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

แทรกเตอร์ EV งบ 8 พันล้าน ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำ ต้องไม่ทิ้งบทเรียนการลงทุนภาครัฐ !

แผลเก่า..แอร์บัส A340-500 ถึงรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน คำถามสำคัญไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เพียงใด แต่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงแค่ไหน ?

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

ข่าวอื่นๆ

แทรกเตอร์ EV งบ 8 พันล้าน ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำ ต้องไม่ทิ้งบทเรียนการลงทุนภาครัฐ !

แผลเก่า..แอร์บัส A340-500 ถึงรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน คำถามสำคัญไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เพียงใด แต่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงแค่ไหน ?

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)