วันจันทร์, มีนาคม 30, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตฮาวาย..รัฐที่ 50 ของอเมริกา

ฮาวาย..รัฐที่ 50 ของอเมริกา

เผยแพร่

spot_img

ที่ได้มาด้วยการล้มกษัตริย์และฮุบแผ่นดิน

ก่อนหน้าที่กลายเป็นรัฐที่ 50 ฮาวายมีประวัติศาสตร์ยาวนานและเคยเป็นราชอาณาจักรที่มีกษัตริย์ปกครอง แถมมีภาษาเป็นของตัวเองด้วย น่าเสียดายที่อเมริกันลืมประวัติศาสตร์ส่วนนี้หมดแล้ว และคงไม่ค่อยสนับสนุนให้รุ่นหลังเรียนรู้เท่าไหร่ เพราะตัวเองกระสันแผ่นดินฮาวาย จนไปแย่งเอามาอย่างหน้าด้าน

พระเจ้าคาเมฮาเมฮามหาราชทำศึกสงครามรวมแผ่นดินนานถึง 15 ปี จนก่อตั้งราชวงศ์แรกคือราชวงศ์คาเมฮาเมฮา จากนั้นกษัตริย์ในราชวงศ์ของพระองค์ ก็ครองราชอาณาจักรสืบต่อมาเรื่อย พอกษัตริย์พระองค์ที่ห้าแห่งราชวงศ์คาเมฮาเมฮาสิ้นพระชนม์ ก็เริ่มราชวงศ์ใหม่นั่นคือ ราชวงศ์คาลาอีมามาฮู ราชวงศ์นี้มีกษัตริย์พระองค์เดียวคือ พระเจ้าลูนาลิโล ซึ่งสิ้นพระชนม์โดยไม่มีรัชทายาท

รัฐสภาจึงต้องเลือกระหว่างพระราชินีเอ็มมา นาเอ รูก พระราชินีในพระเจ้าคาเมฮาเมฮาที่ 4 ของราชวงศ์ก่อน กับเดวิด คาลาคาอัว สุดท้ายหวยออกที่เดวิด คาลาคาอัว ได้ครองราชย์บัลลังก์ฮาวาย ทรงพระนามว่าพระเจ้าคาลาคาอัวที่ 1 ก่อตั้งราชวงศ์ราชวงศ์คาลาคาอัว

พระราชาพระองค์นี้แหละที่อเมริกาหนุนสุดติ่งกระดิ่งแมว จะว่าไปอเมริกาเข้าไปเผือกเรื่องในสถาบันกษัตริย์ด้วยการชักใยเบื้องหลังให้กษัตริย์อนุมัติโน่นนี่ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่นักธุรกิจอเมริกันอยู่ตลอดตั้งแต่ราชวงศ์แรกเลยทีเดียว

แล้วอเมริกาควบคุมกษัตริย์ให้เซนต์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรฮาวาย 1887 หรือ Bayonet Constitution ที่ลดอำนาจของกษัตริย์ลง และกระจายอำนาจออกไปให้กลุ่มนายทุนน้ำตาล ซึ่งก็คือพ่อค้าอเมริกันเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในทางการเมืองมากขึ้นนั่นเอง

เมื่อคนผิวขาวเข้ามาครอบครองฮาวาย ก็ออกกฎหมายห้ามใช้ภาษาฮาวายอีกต่อไป ให้ใช้ภาษาอังกฤษเท่านั้น ส่วนเด็กฮาวายห้ามพูดภาษาแม่ ไม่งั้นจะต้องถูกทำโทษ

อุตสาหกรรมน้ำตาลดึงดูดแรงงานทั่วทุกสารทิศ ให้หลั่งไหลเข้ามาในฮาวาย ทำให้มีแรงงานอพยพเข้ามาเป็นจำนวนมาก สวนทางกับประชากรฮาวายที่ลดลงจากโรคระบาด ต่อมานายทุนน้ำตาลเหล่านี้เป็นผู้มีส่วนในการผลักดันให้เกิดการปฏิวัติโค่นล้มการปกครองแบบกษัตริย์

ช่วงที่พระราชินีพระองค์สุดท้ายครองราชย์ นักธุรกิจชาวยุโรปและชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่พอใจการปกครองของพระองค์ เนื่องจากคนเหล่านี้ต้องการฮุบฮาวาย ไปรวมเป็นส่วนหนึ่งกับอเมริกา เพื่อที่จะได้กอบโกยผลประโยชน์จากการค้าน้ำตาลในฮาวาย

ส่วนมิชชันนารีใช้ศาสนาบังหน้า เพื่อชักนำชาวฮาวายเข้าสู่ระบบการศึกษาแบบตะวันตก โดยทำลายอัตลักษณ์และวัฒนธรรมดั้งเดิมทีละน้อย อันเป็นการเปิดประตูบานถัดไปให้สถาบันการปกครองแบบตะวันตกเข้ามามีบทบาท ที่นำไปสู่การล้มล้างระบบจัดการที่ดินแบบดั้งเดิม จนในที่สุดก็นำไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขึ้นอยู่กับการทำไร่อ้อยเพื่อผลิตน้ำตาล

ผลประโยชน์นั้นหอมหวานกว่าน้ำตาลอ้อย พวกนี้เลยเริ่มกระบวนการการฮุบฮาวาย โดยเริ่มจากการจัดตั้ง “คณะกรรมาธิการความปลอดภัย” ขึ้น ชาวยุโรปและอเมริกันรวมหัวกันตั้งคณะกรรมการรักษาความปลอดภัย ไม่ใช่ความปลอดภัยของพระราชินีแต่อย่างใด แต่เป็นความปลอดภัยของกลุ่มทุนค้าน้ำตาลนั่นแหละ กลุ่มนี้มุ่งล้มล้างราชอาณาจักรฮาวาย โดยการขับไล่ราชินี เพื่อรวมฮาวายเป็นส่วนหนึ่งของอเมริกา โดยอ้างว่าคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยห่วงใยปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของพลเมืองอเมริกัน ฉับพลันทันใดกองกำลังนาวิกโยธินและกองทัพเรืออเมริกาบุกยึดกรุงโฮโนลูลู

มีการประกาศจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลฮาวาย ประกอบไปด้วยนักธุรกิจชาวยุโรปและอเมริกา เพื่อปกครองฮาวายจนกว่าจะถูกผนวกเข้ากับอเมริกา จากนั้นก็จับกุมพระราชินีและพระราชวงศ์ พระราชินีถูกปลดออกจากตำแหน่ง ถูกตัดสินให้จำคุก 5 ปี ทำงานหนัก และปรับ 5,000 ดอลลาร์ ถูกขังในพระราชวังโอลานิ 

จากนั้นรัฐบาลอเมริกาประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐฮาวาย ในปี ค.ศ. 1898 ฮาวายได้รับการอนุมัติว่าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการในสมัยประธานาธิบดีวิลเลียม แมกคินลีย์ นับเป็นการสิ้นสุดอย่างเป็นทางการของราชอาณาจักรฮาวาย 

ราชอาณาจักรฮาวาย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1795 และล่มสลายไปประมาณปี ค.ศ. 1893 – 1894

ข่าวล่าสุด

“โสภณ” อดีตมือแก้วิกฤตน้ำมันยุคป๋าเปรม อัดรัฐบาลขึ้นราคาเอื้อนายทุน ปล่อยฟันกำไรสต๊อกเก่ากว่า 1.6 หมื่นล้าน ชี้ “น้ำมันไม่ขาด แต่ขาดความสุจริต”

นายโสภณ สุภาพงษ์ อดีตรองผู้ว่าการ ปตท. และผู้ก่อตั้งบริษัท บางจากฯ เจ้าของรางวัลรามอน แมกไซไซ ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันผ่านเพจเฟซบุ๊ก "วิถีคิด" อย่างดุเดือด โดยชี้ว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันล่าสุดโดยไม่มีการตรวจสอบสต๊อกเก่า เป็นการเปิดทางให้กลุ่มผู้ค้าน้ำมันและนักการเมืองกวาดกำไรจากประชาชนไปมากกว่า 16,000 ล้านบาทในทันที

“สูตรเด็ด ? ” ปลุกไทยประหยัดน้ำมัน “ครอบครัวละ 1 ลิตร” อนุทิน อ้างช่วยชาติวันละ 600 ล้านบาท ดีเดย์พ่วงงบ “คนละครึ่งพลัส” กู้ศรัทธาหลังเลิกตรึงราคา

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เปิดทำเนียบรัฐบาลจัดวง "Meet the Press" เพื่อเช็กอุณหภูมิความเดือดร้อนท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งพรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การหยิบยกตัวเลขสถิติมาสร้างแรงจูงใจแนวใหม่ ขอความร่วมมือให้ 10 ล้านครอบครัวไทยช่วยกันประหยัดน้ำมันเพียงครอบครัวละ 1 ลิตรต่อวัน

เรือไทย ดังข้ามโลก

ความภาคภูมิใจ ของ เรือไทย เมื่อ Red Bull เครื่องดื่มชูกำลัง แบรนด์ระดับโลก เลือก แม่น้ำเจ้าพระยา และ เรือสำราญสุดหรูของไทย Wonderful Pearl cruise เป็น โลเคชั่น ถ่ายทำโฆษณาชุดใหม่ ออกเผยแพร่ทั่วโลก

ชำแหละกำไรโรงกลั่น ? ลาภลอยบนหยาดเหงื่อ  และทางออกที่รัฐ (ต้อง) กล้าเลือก !

เมื่อหนี้ “แสนล้าน” เป็นของประชาชน แต่ส่วนต่าง “ แสนสุข" เป็นของทุนพลังงาน ? ต่อเนื่องจากวิกฤตการณ์ที่ กบน. ประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ทิ้งให้สังคมจมอยู่กับคำถามถึงความยุติธรรมในโครงสร้างราคา

ข่าวอื่นๆ

เพลง ” นางรอง ” ส่งให้ทูล ทองใจ ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน

เพลง " นางรอง " ขับร้องโดยทูล ทองใจ แต่งคำร้องและทำนองโดยครูพยงค์ มุกดา บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อปี 2506 ครูพยงค์ท่านรังสรรค์คำร้องได้อย่างยอดเยี่ยม

เพลง John Barleycorn Must Die ของวงร็อคอังกฤษ

เพลง John Barleycorn Must Die ของวงร็อคอังกฤษ Traffic เพลงนี้ออกจำหน่ายในปีพ.ศ. 2513 และในปี 2517 วงดนตรีคาราวาน โดย หงา สุรชัย ได้นำทำนองเพลงนี้มาใส่เนื้อเพลง ให้ชื่อเพลงว่า จิตร ภูมิศักดิ์

“อารยธรรมจีนที่พกติดตัวข้ามโลก”

สำหรับคนจีนในหลายชุมชน โดยเฉพาะชุมชนจีนโพ้นทะเล คำถามหนึ่งที่ได้ยินบ่อยเป็นพิเศษคือ “คุณแซ่อะไร”