ฝนตกหนักตั้งแต่หัวค่ำ…..
ถนนใหญ่ชานเมืองสายนี้ เปียกลื่นเหมือนแผ่น
เหล็กที่ราดน้ำมัน ไฟท้ายรถสะท้อนเป็นเส้นยาว สีแดงสั่นไหวราวเลือดสด
โสภณขับรถกระบะเก่าช้า ๆ
มือซ้ายจับพวงมาลัย มือขวาวางนิ่งบนต้นขา นิ้วไม่กระดิกแม้แต่นิดเดียว
เขาไม่ชอบคืนฝนตก เสียงมันทำให้ความทรงจำเคลื่อนไหว โทรศัพท์สั่น ..หนึ่งครั้ง…สองครั้ง เขาปล่อยให้มันสั่นจนเงียบ…!
แล้วมันก็ดังอีก…
โสภณถอนหายใจ กดรับโดยไม่มองจอ
“พูดมา”
เสียงปลายสายแหบต่ำ
“มันโผล่มาแล้ว…ของอยู่กับเด็ก”
โสภณเหยียบเบรก รถไถลนิดหนึ่งก่อนหยุด
ไฟฉุกเฉินกระพริบกลางสายฝน
“ยืนยัน…!” เขาพูดสั้น ๆ
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยเสียงที่ไม่มั่นใจ
“เด็กอายุประมาณสิบสอง…ถือแฟลชไดรฟ์สีดำ”
โสภณหลับตา ภาพเดิมย้อนกลับมา เด็กมือเล็ก เลือดที่ไม่ควรเปื้อน
“แล้วสถานที่ล่ะ…?“
“ตึกแถวร้าง ซอยท้ายตลาดเก่า…พวกมันรู้แล้วว่าของหลุด”
โสภณตัดสาย สตาร์ทรถใหม่ เลี้ยวเข้าซอยแคบโดยไม่เปิดไฟหน้า

เขาบอกตัวเองมาตลอดสามปี ว่าเลิกแล้ว..ไม่ยิงใคร…ไม่สู้ใคร….ไม่เข้าไปในเรื่องของคนอื่นอีกต่อไปแล้ว…!
แต่“แฟลชไดรฟ์”…ชิ้นนั้น ไม่ใช่เรื่องของใครคนเดียว ?
รถจอดดับเครื่อง เขาลงจากรถ ฝนสาดใส่หน้าอย่างแรง
ตึกแถวสามชั้นตั้งอยู่ตรงหน้า ไฟชั้นสองเปิดวูบวาบ

เหมือนสัญญาณที่ไม่ควรตอบรับ
เสียงดังมาจากด้านใน
โครม!
เสียงโต๊ะล้ม เสียงคนหายใจแรง เสียงเด็กสะอื้น
โสภณขยับตัวช้า ๆ มือเอื้อมไปใต้เสื้อแจ็กเก็ต
สัมผัสโลหะเย็นเฉียบของปืนพก …เขาชะงัก
กำมือแน่น….แล้วปล่อย !


“แค่ดูสถานการณ์” เขาบอกตัวเอง
“ยังไม่ต้องใช้”
ทันใดนั้น….
ประตูเหล็กชั้นล่างถูกเตะเปิดออก ชายสองคนวิ่งออกมา
คนหนึ่งถือปืน อีกคนลากเด็กชายผอมเกร็งไปกับพื้น
เด็กดิ้น ร้องไม่ออก ปากถูกปิดด้วยมือสาก
โสภณไม่คิด ไม่ลังเล เขาพุ่งเข้าใส่
หมัดแรกอัดเข้าขมับชายที่ถือปืน เสียงกระดูกกระแทกดังชัดกว่าฝน
ปืนหลุดมือ ตกกระแทกพื้น
ชายอีกคนปล่อยเด็ก ชักมีดพับออกมาในเสี้ยววินาที
โสภณหลบคมมีดเฉียดแก้ม
เลือดอุ่นไหลทันที เขาศอกกลับ ได้ยินเสียงหายใจขาดห้วง
ชายคนนั้นทรุดลงกับพื้น
ทุกอย่างเกิดขึ้นไม่ถึงสิบวินาที
เด็กชายยืนตัวสั่น ตาเบิกกว้าง ในมือกำแฟลชไดรฟ์สีดำแน่น เหมือนกำชีวิตตัวเองไว้
เขาก้มลงมองหน้าเด็ก
“ถ้าอยากรอด” เขาพูดเสียงต่ำ
“ตามฉันมาเดี๋ยวนี้”
ยังไม่ทันที่เด็กจะตอบ เสียงเครื่องยนต์หลายคันก็ดังขึ้นจากปากซอย ไฟหน้ารถพุ่งเข้ามา สว่าง เร็ว ใกล้เกินไปจนสบถเบา ๆ
คืนนี้…..ใช่คืนนี้ !!
เขาไม่ทันแล้วที่จะเดินหนี
“ขึ้นรถ!”
โสภณคว้าแขนเด็กชาย ดันขึ้นเบาะข้าง ปิดประตูดังปัง ก่อนจะกระโจนขึ้นฝั่งคนขับ
บิดกุญแจ เครื่องยนต์คำรามกระหึ่มสวนเสียงฝน
ไฟหน้ารถสองคันพุ่งเข้ามาใกล้ กระบะสีดำไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน อีกคันเป็นเอสยูวี กระจกดำสนิท
“โป้ง….”
กระสุนแรกแตกใส่ท้ายรถ กระจกหลังร้าวเป็นใยแมงมุม
เด็กชายกรีดร้อง เขาเหยียบคันเร่งสุดเท้า
รถพุ่งออกจากซอย เลี้ยวฉับเข้าถนนหลัก
ยางลื่นไถล เสียงเหล็กครูดพื้นดังแสบหู….
“ก้มลง!” เขาตะโกน เด็กหมอบทันที
โป้ง…โป้ง…!
กระสุนอีกสองนัดเฉี่ยวกระจกข้าง เศษแก้วปลิวเข้ามาเฉือนแก้มเด็ก
โสภณสบถ หักพวงมาลัยเข้าเลนซ้ายสุด รถไถลผ่านแท็กซี่ที่เบรกไม่ทัน เสียงแตรระงม
เอสยูวีตามติดไม่ห่าง ไฟสูงเปิดใส่ เหมือนตั้งใจให้มองไม่เห็นทาง
เขามองกระจกหลัง เห็นเงาคนยื่นตัวออกจากหน้าต่างรถไล่ล่า ปืนในมือสะท้อนแสงไฟถนน
เขาเอื้อมมือไปใต้เบาะ คว้าปืนพกออกมาวางไว้บนตัก

มือสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะร่างกายจำได้ เขาไม่ยิงมาสามปี…..
โป้ง….!
กระสุนเจาะยางหลัง รถสะบัดแรง เขากัดฟัน ประคองพวงมาลัยสุดกำลัง เหงื่อเย็นไหลทั้งที่อากาศหนาว
“จับให้แน่น!” เขาหันไปบอกเด็ก
“อย่าปล่อยของในมือเด็ดขาด!”
เด็กพยักหน้า น้ำตาไหลไม่หยุด แต่กำแฟลชไดรฟ์แน่นกว่าเดิม
ถนนข้างหน้าแคบลง เป็นช่วงก่อสร้าง แบริเออร์เรียงเหมือนกับดัก
ตัดสินใจในเสี้ยววินาที เหยียบเบรกกะทันหัน
หักพวงมาลัยเข้าเลนสวน เอสยูวีเบรกไม่ทัน พุ่งชนแบริเออร์
เสียงเหล็กกระแทกดังสนั่น
กระบะสีดำยังตามมา ใกล้เกินไป ดื้อเกินไป
คราวนี้..เขาชะลอรถ
เปิดกระจกข้างยื่นปืนออกไป เขาหายใจลึก เล็งต่ำ ไม่มองหน้า
ไม่คิดถึงอดีต
โป้ง…!“
กระสุนเจาะยางหน้ารถไล่ล่า รถคันนั้นเสียหลัก หมุนคว้าง ชนเสาไฟข้างทางอย่างแรง
ไม่หันกลับไปดู เขาขับต่อ แล้วเลี้ยวเข้าซอยมืด
ดับไฟหน้า ปล่อยให้ความเงียบกลืนพวกเขาไป
รถจอดใต้สะพาน เสียงฝนกลบทุกอย่าง
เด็กชายหายใจสะอื้น มือยังสั่น
เขามองมือของตัวเองยังจับปืนอยู่ เขารู้แล้ว
ว่าเขาข้ามเส้นแรกไปเรียบร้อย และพวกมัน จะไม่หยุดแค่นี้
ใต้สะพานเงียบผิดปกติ เสียงฝนกลบทุกอย่าง
แต่ไม่อาจกลบเสียงหัวใจที่เต้นแรง
โสภณดับเครื่อง ไฟทุกดวงมืดสนิท
“ฟังให้ดี” เขากระซิบ ”ถ้ามีใครเข้ามา อย่าขยับ อย่าส่งเสียง”
เด็กชายพยักหน้า มือยังจับแฟลชไดรฟ์แน่น
เหมือนมันเป็นเครื่องราง
เสียงฝีเท้าเริ่มดัง เบา ช้า หลายคู่
เงาดำเคลื่อนผ่านปลายสะพาน มีไฟฉายวาบขึ้นเป็นช่วง ๆ
“มันแยกกันค้น” เขาพึมพำที่คุ้นกับจังหวะแบบนี้

เขาลงจากรถเงียบ ๆ ลมเย็นตีหน้า ปืนในมือหนักกว่าที่จำได้
ชายคนแรกโผล่มาใกล้ ถือปืนลูกซอง ก้าวระวัง
เขารอ..จนระยะห่างไม่ถึงสามเมตร แล้วพุ่งออกจากเงากระแทกเข้าชนเต็มแรง
ลูกซองลั่นเสียงดังสนั่น กระสุนพุ่งขึ้นฟ้า
เขากระแทกศอกใส่ลำคอ ได้ยินเสียงหายใจขาด ชายคนนั้นทรุดลง
ยังไม่ทันตั้งตัว อีกคนก็เข้ามา หมัดหนักกระแทกซี่โครง แล้วเซถอย …มีดปลายแหลมเฉียดหน้าท้อง
เขาคว้าข้อมือบิด เสียงกระดูกดังกร๊อบ ชายคนนั้นร้อง โสภณไม่ปล่อยกระแทกศีรษะใส่เสาคอนกรีต
เงียบ…. เลือดหยดลงพื้นผสมกับน้ำฝน แยกไม่ออก
เขาหายใจแรง ซี่โครงด้านซ้ายเจ็บแปลบ แต่ยังยืนได้
เสียงวิทยุดังแทรกขึ้นจากไหนสักแห่ง
“เจอร่องรอยแล้ว…เด็กยังอยู่แถวนี้”
โสภณสบถในลำคอ หันกลับไปที่รถ เด็กชายหายไป
ประตูฝั่งข้างเปิดค้าง ที่นั่งว่างเปล่า มีเพียงรอยเท้าเปียกมุ่งไปทางบันไดขึ้นสะพาน
“ไม่…!“ โสภณพึมพำ แล้ววิ่งตามทันที
บันไดคอนกรีตแคบ ไฟเสียครึ่งหนึ่ง เงาทอดยาวบิดเบี้ยว
นั่น.. เด็กชายอยู่ข้างหน้า ถูกชายร่างใหญ่จับไว้ แล้วเอาปืนจ่อหัว
“พอแค่นี้” ชายคนนั้นพูดนิ่ง
“ส่งของมา แล้วแกไปได้”
โสภณหยุด ยกมือขึ้นช้า ๆ ปืนในมือชี้ลงพื้น
เขามองหน้าเด็ก เห็นความกลัว เห็นการขอความช่วยเหลือ
“อย่าเชื่อมัน” เขาพูด
“มันไม่ปล่อยเรา”
ชายร่างใหญ่หัวเราะเบา ๆ
”แกมั่นใจเกินไป” แล้วกระชากเด็กเข้ามาใกล้
นิ้วเริ่มกดไก
โสภณรู้ วินาทีนี้ ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
บันไดคอนกรีตแคบและลื่น ไฟเหนือศีรษะกะพริบเหมือนใกล้ดับ เขายืนห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว รู้ดีว่าระยะนี้ ไม่มีสิทธิ์พลาด
ชายร่างใหญ่กระชับแขนรอบตัวเด็ก แรงกดแน่นขึ้น ลมหายใจเด็กขาดเป็นช่วง ๆ
“ส่งของมา” เสียงนั้นต่ำ แข็ง
“แล้วทุกอย่างจะจบ”
โสภณไม่ตอบ เขาเห็นแฟลชไดรฟ์ในมือเด็ก
เห็นนิ้วที่สั่น เห็นปลายกระบอกปืนที่ไม่ควรอยู่ตรงนั้น
เสียงฝนกระแทกพื้นดังกลบทุกอย่าง ชายร่างใหญ่ดึงเด็กเข้ามาใกล้ ปลายกระบอกปืนแตะขมับ
เขาไม่ถอย ไม่พูด ไม่รอ
“โป้ง…!”


ร่างนั้นสะดุด ตาเบิก ปืนหลุดจากมือ ล้มลงกระแทกขั้นบันได เสียงดังตึ๊บ ไม่ไหวติง
เด็กชายทรุดลง เสียงแหลมสั้นหลุดออกมาจากลำคอ
“พ่อ…”
โสภณชะงัก มือที่จับปืนแข็งค้าง สายตามองร่างที่แน่นิ่ง ทุกอย่างเชื่อมต่อกันในเสี้ยววินาทีเดียว
เสียงตะโกนดังขึ้นจากด้านหลัง เสียงรองเท้าวิ่ง
เสียงวิทยุแตกพร่า
“วางอาวุธเดี๋ยวนี้!”
เขาค่อย ๆ วางปืนลงบนพื้น ยกมือขึ้น ไม่หันกลับไป
“โป้ง ..!”
แรงกระแทกพุ่งใส่ลำตัว ลมหายใจขาดห้วง
ร่างเขาล้มลงกับพื้นคอนกรีตเปียกฝน ไม่พูด ไม่ขยับ
เด็กชายคลานเข้ามา ทรุดลงข้างศพทั้งสอง ร้องไห้สะอื้น….. มือกำแฟลชไดรฟ์สีดำแน่น !!
“เหมือนมันเป็นสิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ !!”



