วันศุกร์, มีนาคม 13, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ ...

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

เผยแพร่

spot_img

คำถามคือ เสียงประชาชนคุ้มค่าหรือไม่

   การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า การไปใช้สิทธิ์หนึ่งวันของประชาชนไทย มีต้นทุนทางงบประมาณสูงลิ่ว และยิ่งสูงขึ้นทุกครั้งที่รัฐต้องการย้ำความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตย

                                งบประมาณเกือบ 9,000 ล้านบาทดังกล่าว ไม่ใช่เงินที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.จัดหาเอง แต่เป็นเงินที่ รัฐบาลจัดสรรให้จาก “งบกลางของรัฐ” โดยผ่านมติคณะรัฐมนตรี อนุมัติให้ กกต. ขอใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี พศ. 2569 จากรายการ “เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น” ซึ่งเป็นงบเดียวกับที่ใช้รับมือภัยพิบัติและวิกฤตระดับประเทศ นั่นหมายความว่า การเลือกตั้งและประชามติครั้งนี้ ถูกยกระดับให้เป็นภารกิจเร่งด่วนระดับชาติ

                             ในจำนวนงบทั้งหมดนี้ ยังรวมถึง งบสำหรับหน่วยงานสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งอีก 1,701,843,900 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องจ่ายให้หน่วยงานราชการอื่น ๆ เช่น ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น หน่วยงานความมั่นคง และระบบเทคโนโลยี เพื่อให้หน่วยเลือกตั้งนับแสนแห่งทั่วประเทศสามารถเปิดปิดได้พร้อมกัน ตัวเลขก้อนนี้ตอกย้ำว่า การเลือกตั้งหนึ่งครั้ง ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วย กกต. เพียงองค์กรเดียว แต่ต้องใช้ “ทั้งระบบราชการ” มารองรับ

                              ขณะเดียวกัน ฝั่งการเมืองเองก็มีกรอบค่าใช้จ่ายตามกฎหมาย ทั้งในระดับผู้สมัครและพรรคการเมือง แม้จะมีเพดานชัดเจนบนกระดาษ แต่ในทางปฏิบัติ สังคมไทยรับรู้ตรงกันว่า การใช้เงินหาเสียงจริงมักสูงกว่าที่แจ้งไว้  เป็นกระบวนการกระจายเงินด้วยเท็คนิควิธีของผู้สมัครรับเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยที่ประชาชนพบเห็นมาตลอด อันเป็นที่มาของการตั้งคำถามต่อเนื่องถึงเงินนอกระบบและการซื้อเสียง ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่ไม่เคยปรากฏในบัญชีอย่างเป็นทางการ 

                              เม็ดเงินทางการเมืองที่สะพัดในช่วงเลือกตั้งจึงสูงกว่าตัวเลขตามกฎหมายหลายเท่าตัว

                              เมื่อรวมต้นทุนจากทั้งฝั่งรัฐที่ใช้งบประมาณโดยตรง กับต้นทุนจากฝั่งการเมืองที่ใช้เงินหาเสียง สังคมจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า ประเทศไทยกำลัง “จ่ายแพงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อประชาธิปไตย” หรือไม่ และการลงทุนระดับหมื่นล้านบาทนี้ ได้สร้างคุณภาพของการเมือง ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชนเพิ่มขึ้นจริงเพียงใด เพราะหากผลลัพธ์ยังวนกลับไปสู่ความขัดแย้งและข้อครหาซ้ำเดิม เงินภาษีเหล่านี้อาจกลายเป็นต้นทุนที่สูญเปล่า

                            ท้ายที่สุด การเลือกตั้งและประชามติไม่ควรถูกมองเพียงว่า “จัดให้เสร็จตามกฎหมาย” แต่ต้องถูกตั้งคำถามเชิงคุณค่า ว่าเสียงของประชาชนที่รัฐทุ่มงบประมาณเกือบ 9,000 ล้านบาทเพื่อรองรับนั้น ได้รับการเคารพและนำไปใช้จริงเพียงใด เพราะหากประชาชนยังรู้สึกว่าเสียงของตนไม่เปลี่ยนแปลงอะไรได้ การใช้เงินสำรองของประเทศกับกระบวนการประชาธิปไตย ก็อาจเหลือเพียงพิธีกรรมราคาแพง มากกว่าการลงทุนเพื่ออนาคตของสังคมไทย

2569-01-19  “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคำว่า “อาชญากรรมสงคราม”

ยืนยันสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ สหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ทำลายโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่

คดีของ Jeffrey Epstein คืออะไรและเกี่ยวอะไรกับประธานาธิบดี Donald Trump หรือไม่?

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมมากกว่า 3 ล้านหน้าในวันนั้น เพื่อตอบสนองต่อกฎหมาย Epstein Files Transparency Act

จีนได้ปฏิเสธคำเชิญอย่างเป็นทางการจาก โดนัลด์ ทรัมป์

ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่  ปักกิ่งได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการต่อสู,ต้องการมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงและการทูต การตอบสนองนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจีนในการหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในสงครามที่กว้างขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทั่วโลกสูงอยู่แล้ว  เจ้าหน้าที่จีนได้เน้นย้ำว่าลำดับความสำคัญของพวกเขาคือการป้องกันการเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดและการปกป้องเส้นทางการค้าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  พวกเขายังย้ำว่าการเลือกข้างในความขัดแย้งครั้งใหญ่จะไม่สนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวในภูมิภาค ตำแหน่งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของจีนในการรักษาระยะห่างจากการมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงในขณะที่ยังคงมีอิทธิพลต่อกิจการระดับโลกผ่านการทูตและอำนาจทางเศรษฐกิจ  การปฏิเสธนี้เน้นให้เห็นว่าชาติใหญ่ในโลกกำลังเลือกบทบาทของตนอย่างระมัดระวังเมื่อความขัดแย้งขยายตัว การตัดสินใจของจีนส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกที่ลึกซึ้งและแทนที่จะผลักดันให้เกิดการลดความตึงเครียด  ขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนา ผู้นำระดับโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าท่าทีของจีนจะมีผลต่อความพยายามทางการทูตในอนาคตอย่างไร

ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรน

เราได้ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรนและโอมาน และทำให้มัน เสียหายบางส่วน เราได้ยิงเครื่องบินอเมริกัน 10 ลำใน คูเวต

ข่าวอื่นๆ

ล้งมะพร้าวเขย่าระบบเกษตรไทย  มะพร้าวราคาดิ่ง …!

คดีล้งมะพร้าวราชบุรีเผยโครงสร้างการค้าผลผลิตที่อาจถูกครอบงำโดยทุนต่างชาติ ขณะที่หลายหน่วยงานรัฐถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงปล่อยให้ธุรกิจลักษณะนี้เติบโตมานาน

มติ ครม.รับมือสงครามน้ำมันโลก

4 แรงกระแทกจากสงคราม สหรัฐอเมริกากับอิสราเอล ปะทะ อิหร่าน กระทบพลังงาน การส่งออก แรงงาน และความปลอดภัยของ ประเทศไทย

”ทองคำ“ เหนือจรวด… พุ่งไม่หยุด

ราคาทะยานขึ้น-สะท้อนความกังวลเศรษฐกิจโลก ! ท่ามกลางความเสี่ยงสงคราม เงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดการเงิน                             การปรับขึ้นของทองคำกลายเป็นสัญญาณเตือนใหม่ของระบบเศรษฐกิจโลก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าราคาที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนความไม่แน่นอนมากกว่าความมั่งคั่ง                            ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวขึ้นแตะระดับใกล้ 80,000 บาทต่อบาททองคำ ก่อนจะย่อลงเล็กน้อยจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์                            นักวิเคราะห์มองว่าการพุ่งขึ้นของทองคำในช่วงนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ แต่เป็นสัญญาณสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป                           ในตลาดการเงินระหว่างประเทศ   “ทองคำ” ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์“ปลอดภัย” หรือหลบภัยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยง...