วันอาทิตย์, มีนาคม 8, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกการเมืองแถลงการณ์ "กลุ่มธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม"

แถลงการณ์ “กลุ่มธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม”

เผยแพร่

spot_img

เรื่อง  ไม่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ยังเป็นวันออกเสียงประชามติ “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่าสมควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อใช้แทนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560”  ก่อให้เกิดคำถามว่าประชาชนชาวไทยควรจะออกเสียงประชามติในครั้งนี้ อย่างไร เนื่องจากยังไม่รู้ ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ฉบับเดิมไม่ดีอย่างไร ร่างใหม่จะเป็นอย่างไร จะเปลี่ยนแปลงอะไร ประชาชนได้ประโยชน์อะไร สามารถแก้เป็นรายมาตราได้แต่ทำไมต้องร่างใหม่ทั้งฉบับ  

กลุ่มธรรศาสตร์พิทักษ์ธรรม มีความเห็นต่อประชามตินี้ว่า เป็นการพยายามเปลี่ยนแปลงหลักการของประเทศ ล้มล้างกติกาการตรวจสอบลงโทษนักการเมืองที่ทุจริต เปิดทางให้มีการเซาะกร่อนบ่อนทำลายความเป็นชาติ สถาบัน ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี การทำประชามติเกิดจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มลัทธิการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ต่างชาติที่ต้องการครอบงำประเทศไทยให้เป็นเสมือนอาณานิคมใหม่ เพื่อจะได้แสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากร และสร้างความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีแรงหนุนจากนักการเมืองที่จะได้ประโยชน์ส่วนตนจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ กลุ่มฯ จึงขอแสดงจุดยืนต่อการทำประชามติครั้งนี้ ดังต่อไปนี้

“ ไม่เปิดบ้านรับโจร ” คำถามประชามติครั้งนี้เป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่เอื้อประโยชน์ต่อลัทธิการเมืองที่เอื้อประโยชน์ต่อต่างชาติที่ให้ทุนสนับสนุนกลุ่มการเมืองเพื่อครอบงำประเทศไทย เปิดทางให้มีการบ่อนทำลายชาติ ล้มล้างสถาบันหลัก เพื่อจัดตั้งโครงสร้างประเทศใหม่ กลุ่มที่เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ได้แต่โฆษณาต่อประชาชนว่ารัฐธรรมนูญเดิมไม่ดี ไม่เป็นประชาธิปไตย ควรมีฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชน ล้วนเป็นโฆษณาชวนเชื่อที่ลวงให้คนคล้อยตาม เสมือนขบวนการสแกมเมอร์ที่หลอกให้หลงเชื่อเพื่อปล้นสมบัติของเหยื่อไป เป็นเพียงวาทะกรรมที่สร้างขึ้นตามหลักจิตวิทยาสังคมที่ประเทศมหาอำนาจใช้แทรกซึมและล้างสมองให้คล้อยตาม ดังมีตัวอย่างให้เห็นมากมายในหลายประเทศที่กลุ่มลัทธิเหล่านี้อยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองและนักการเมืองจนนำประเทศไปสู่การล่มสลาย เป้าหมายหลักคือจัดกติกาประเทศใหม่ เพื่อปูทางสู่การครอบงำผ่านพรรคการเมืองที่คอยรับใช้

“ ไม่โอนจ่ายเช็คเปล่า ” คำถามประชามติครั้งนี้เป็นการมอบอำนาจให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีเนื้อหาอย่างไร นักการเมืองที่มีคดีทุจริตก็คงผลักดันให้มีการแก้ไขบทกำหนดโทษ นิรโทษกรรมผู้ที่หนีคดีไปต่างประเทศ ข้อกำหนดจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็จะหายไป บรรดาลัทธิเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ก็คงผลักดันให้มีการแก้ไขในหมวด 1 และ 2  เพื่อเปิดบ้านรับโจรได้อย่างสะดวก องค์การอิสระต่างๆ ที่คอยตรวจสอบการทำงานของรัฐและนักการเมือง รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ ก็คงจะถูกเปลี่ยนแปลงแหล่งที่มาเพื่อนำพรรคพวกมาสมคบคิดกัน ลดทอนบทบาทลง แม้จะมีการกำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็เชื่อได้ว่าคงมีกระบวนการที่จะคอยชี้นำการร่าง แม้จะมีการทำประชามติรอบสองและรอบสาม แต่ก็เป็นเพียงจุดขายตามหลักการโฆษณาชวนเชื่อ เพราะผู้ออกเสียงส่วนหนึ่งจะคล้อยตามวาทะกรรมล้างสมองที่จะตามมาสารพัด และจะนำไปสู่ความแตกแยกในชาติอย่างรุนแรง จึงเสมือนการออกเช็คเปล่าให้เค้าเหล่านั้นไปเติมจำนวนเงินเอง

“ ตัดไฟแต่ต้นลม ” จะเห็นว่ามีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจะเกิดความแตกแยก ความขัดแย้งทางความคิดที่รุนแรง อธิปไตยของชาติจะถูกรุกรานจากศัตรูที่มาในฐานะมหามิตร (ผู้ไม่จริงใจ) แอบอ้างการพัฒนา การให้ความช่วยเหลือผ่านมูลนิธิ องค์การอิสระที่ไม่แสวงกำไร (แค่รับใช้ลัทธิ) เห็นได้ชัดจากการที่มีองค์การที่รับเงินสนับสนุนจากต่างชาติแสดงตนในฐานะองการค์ด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมาย ทำงานสอดประสานกับพรรคการเมืองบางพรรค ดำเนินการรณรงค์ให้ลงมติเห็นชอบต่อประชามติครั้งนี้ หากทบทวนให้ดีว่ากลุ่มเหล่านี้ได้ประโยชน์อะไร จึงมารณรงค์ล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนี้ ด้วยวาทะกรรมแห่งการล้างสมอง หลอกสร้างความหวังฝันสีทองให้ประชาชน เหมือนลัทธิคอมมิวนิสต์ในอดีตที่พยายามหาแนวร่วมจากผู้ที่ด้อยโอกาส รอความหวัง ปัญญาชนและเยาวชนผู้ขาดประสบการณ์ทางการเมือง เป้าหมายหลักของลัทธิเหล่านี้คือการล้มล้างสถาบัน วัฒนธรรม ประเพณีที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวไทย เมื่อขาดสิ่งยึดเหนี่ยวก็จะง่ายต่อการชักจูงให้เป็นแนวร่วม พยายามด้อยค่าผู้ทำหน้าที่รักษาชาติบ้านเมือง สร้างความเกลียดชังทหาร ตัดงบประมาณ เพื่อจะได้ขาดการสนับสนุนและอ่อนแอลง สถาบันสูงสุดก็จะถดถอยถูกด้อยค่าและล้มล้างไป สุดท้ายประเทศไทยก็จะเสียอธิปไตย เสียดินแดนให้กับเพื่อนบ้านและกลุ่มลัทธิอาณานิคมใหม่เหล่านี้ การสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ที่สนองต่อวัตถุประสงค์ของลัทธิการเมืองเหล่านี้จึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการครอบงำและแสวงผลประโยชน์จากประเทศไทย ดังนั้นจึงควรปิดโอกาสโดยการออกเสียงไม่เห็นชอบต่อประชามติครั้งนี้ เป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลม

“ ประเทศกำลังมีภัย   คนไทยต้องร่วมต้าน

อย่าเปิดบ้านรับโจร   ไม่โอนจ่ายเช็คเปล่าให้ใคร

ตัดไฟแต่ต้นลมพลัน    ร่วมกันลงมติไม่เห็นชอบ “

(❌)   ไม่เห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

กลุ่มธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม

27มกราคม 2569

ข่าวล่าสุด

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

เรื่อง ลำดับชั้น (Hierachy)ของนิกายชีอะ (Shia) นี้สำคัญมาก

การจะได้เลื่อนชั้นของระดับก่อนจะเป็นอะยาตอลล่าห์(Ayattollah)นั้น จะต้องได้รับการยอมรับจากนักวิชาการและมีลูกศิษย์( Followers) 200,000 คน

High Tea Concert เพลงสากลยุค 60-70-80s

ร่วมเฉลิมฉลองวาระประวัติศาสตร์ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ในบรรยากาศแห่งมิตรภาพไทย–อเมริกัน ที่ผสานเสียงเพลง ความทรงจำ และพลังแห่งความสุขไว้ด้วยกัน

“อาเทเฟห์” เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน

ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล อเมริกา และอิหร่าน เรื่องของ “อาเทเฟห์” (Atefah Rajabi Sahaaleh) เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน ได้ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง

ข่าวอื่นๆ

เลือกเพื่อไทย ทิ้งกล้าธรรม : เวรกรรมของอนุทิน

มีข่าวแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางว่า การจัดตั้งรัฐบาลลงตัวแล้ว 300 เสียง โดยมีพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคเล็กหลายพรรครวมกัน 33 เสียง ด้วยจำนวนเสียง 300 ถือได้ว่าเพียงพอแล้ว

ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566

ข้อ 129 เป็นข้อกำหนดที่ให้อำนาจ กกต. เพิ่มรหัส, บาร์โค้ด หรือ QR Code ลงบนบัตรเลือกตั้งเพื่อป้องกันการปลอมแปลง

มติ กกต.ให้นับคะแนนใหม่ 8 แห่ง ...

วันที่ 17 ก.พ.2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้นับคะแนนใหม่ 8 แห่ง และออกเสียงลงคะแนนใหม่ 1 แห่ง