หน้าแรกการเมืองผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

เผยแพร่

spot_img

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย

การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า

ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ไม่ใช่ตายทางกาย แต่ตายทางอำนาจ ตายทางความชอบธรรม และตายทางการควบคุมเกม

นี่ไม่ใช่คำสาป แต่มันคือ รูปแบบพฤติกรรมทางการเมืองที่เกิดซ้ำจนปฏิเสธไม่ได้

ชื่อของ ธรรมนัส พรหมเผ่า จึงไม่ใช่ชื่อของผู้นำ แต่คือชื่อของ ตัวแปรที่หัวหน้าทุกคนต้องระวังที่สุด

เริ่มจากก๊กลุงป้อม แม้หัวหน้ารอด แต่พรรคเริ่มทรุด

ยุคแรก ธรรมนัสอยู่ใต้ร่มเงาของ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ตอนนั้นหลายคนมองว่า

เขาคือ “กำลัง”

คือ “มือทำงาน”

คือ “คนที่จัดการเรื่องยากแทนหัวหน้า”

แต่สิ่งที่ตามมา คือ พรรคเริ่มแตกเป็นก๊ก

อำนาจหัวหน้าเริ่มถูกตั้งคำถาม และศูนย์รวมการตัดสินใจเริ่มไม่อยู่ที่จุดเดียวอีกต่อไป

หัวหน้าอาจยังอยู่ แต่ ความเป็นหัวหน้าตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง

ต่อมาที่ยุคลุงตู่ หัวหน้ารัฐบาลที่ต้องกันคนของตัวเอง

เมื่อย้ายก๊กมาสู่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ธรรมนัสไม่ได้ทำให้รัฐบาลล้ม แต่ทำให้รัฐบาล ไม่กล้าไว้ใจคนของตัวเอง

นี่คือจุดที่สุภาษิต “อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด” เริ่มชัดเจน

ไม่ใช่ฝ่ายค้านที่โค่น แต่เป็นคนในที่ทำให้ผู้นำต้อง “กันตัวแปร” เพื่อรักษาเสถียรภาพ

รัฐบาลไม่แพ้ศึกนอก แต่เกือบพังเพราะศึกใน และในโลกการเมือง หัวหน้าที่ต้องคอยระแวงคนของตัวเอง คือหัวหน้าที่อำนาจเริ่มตายแล้วครึ่งหนึ่งเช่นกัน

จนวันนี้กล้าธรรม คือ พรรคที่เกิดจากเศษอำนาจ และดีลหลังฉาก

เพราะเมื่อหลุดจากก๊กใหญ่ ธรรมนัสไม่สร้างพรรคในความหมายของอุดมการณ์

แต่สร้าง พรรคเฉพาะกิจ ที่ตอบโจทย์เดียวคือ “กลับเข้าสู่อำนาจ”

นั่นคือ พรรคกล้าธรรม

กล้าธรรมไม่เคยขายฝัน ไม่เคยขายนโยบาย

ไม่เคยสร้างศรัทธาสาธารณะ

แต่ขาย “ตัวเลขในสภา”

ขาย “ความจำเป็นทางการเมือง”

และขาย “ความอยู่รอดของรัฐบาล”

การร่วมรัฐบาลรอบล่าสุด คือ การเปิดแผลผุกร่อนที่ปิดไม่มิด

การดึงกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลที่แล้ว

ไม่ใช่การเพิ่มเสถียรภาพ แต่คือการยอมรับว่า

รัฐบาล ต้องพึ่งตัวแปรที่สังคมไม่ไว้วางใจ

ผลลัพธ์ไม่ใช่รัฐบาลล้ม แต่เป็นรัฐบาลที่

• ถูกตั้งคำถามเรื่องดีล

• ถูกสงสัยเรื่องความโปร่งใส

• ถูกมองว่ามี “ราคาทางการเมือง” ที่ไม่กล้าเปิดเผย

และนี่คือเหตุผลที่ต้องพูดตรง ๆ ว่า

กล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของรัฐบาลที่ผ่านมา

ไม่ใช่เพราะจำนวน ส.ส.

แต่เพราะ “ประวัติของคนที่คุมพรรค”

ตัวแปรที่ทำให้รัฐบาลไม่โปร่งใสมากที่สุด

ธรรมนัสไม่ต้องทำผิดกฎหมาย

ไม่ต้องพูดแรง

ไม่ต้องก่อวิกฤต

แค่เขาอยู่ตรงนั้นคำถามก็เกิดทันทีว่า

“ใครดีลกับใคร แลกอะไร และใครต้องจ่ายราคาเท่าไหร

นี่คือพิษของตัวแปร ที่ทำให้รัฐบาลต้องอธิบายตัวเองไม่รู้จบ

ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน

ก๊กนั้นไม่เคยมั่นคง

หัวหน้าไม่เคยคุมเกมได้เหมือนเดิม

และพรรคไม่เคยจบอย่างสง่างาม

ดังนั้นรัฐบาลนี้ การไม่ดึงธรรมนัสมาร่วม น่าจะเป็นการแสดงออกถึงเสถียรภาพทางการเมืองได้ดีที่สุด

ข่าวล่าสุด

ปริญญาตรีล้นตลาด พ่ายสมรภูมิ…เทคโนโลยี  เมื่อ AI “กำลังสอบ” ระบบการศึกษาไทย

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเปลี่ยนทั้งลักษณะงาน วิธีทำงาน และทักษะที่นายจ้างต้องการอย่างรวดเร็ว คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าเด็กไทยเรียนจบอะไร แต่คือ สิ่งที่เรียนมานั้นยังมีมูลค่าในตลาดแรงงานวันพรุ่งนี้หรือไม่

ด่านตรวจผู้นำรัฐบาล  บทเรียนความอับอายของรัฐราชการที่ไร้ความเข้าใจวิธีปฏิบัติ

เข้าตรวจค้นรถยนต์ของนายกรัฐมนตรีโดยขาดความเข้าใจวิธีปฏิบัติ ไม่เพียงแต่มอบภาพลักษณ์ชวนหัวในโลกออนไลน์ แต่ยังเปิดแผลความบกพร่องเชิงโครงสร้างของรัฐราชการ

วิกฤตน้ำท่วมปัว สะท้อน“จุดอ่อน” บริหารจัดการน้ำชาติ

รายงานในพื้นที่ระบุปริมาณฝนราว 108-110 มิลลิเมตร ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้เตือนล่วงหน้าถึงฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือช่วง 18-21 สิงหาคม และความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม

“เล่าต๋า” จาก “ตลอดชีวิต“   เหลือ..”8 ปี“  ระบบ…กำลังบอกอะไรเรา ?

เมื่อคำพิพากษาเริ่มต้นที่ “จำคุกตลอดชีวิต” แต่ผลลัพธ์ปลายทางกลายเป็นระยะเวลารับโทษประมาณ 8-9 ปี ระบบกำลังบอกอะไรกับสังคมเกี่ยวกับความหมายของคำว่า “ตลอดชีวิต”

ข่าวอื่นๆ

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 

นายชัชชาติย้ำว่าพร้อมทำงานร่วมกับ ส.ก. จากทุกพรรคและทุกกลุ่ม ขอเพียงเป็นคนที่ทำงานด้วยความสะอาด สุจริต และให้เกียรติประชาชน

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 พิพากษาสั่งลงโทษจำคุก ‘วัชรพล’ อดีตปธ.ป.ปช.-

 'สุภา' กรรมการฯ คนละ 3 ปี คดีปกปิดเอกสารสำนวนสอบนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม ไม่เปิดเผยข้อมูลให้ 'วีระ สมความคิด'  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินคดีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.)...

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569