หน้าแรกข่าวหน้าหนึ่งสตง.ลุยตรวจทุจริตไทยพีบีเอสถึงที่ ปมใช้รถหลวง

สตง.ลุยตรวจทุจริตไทยพีบีเอสถึงที่ ปมใช้รถหลวง

เผยแพร่

spot_img

วานนี้ (18 ก.พ. 2569) ทีมเฉพาะกิจสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เดินเครื่องแล้ว ยกคณะมาตรวจไทยพีบีเอสถึงที่ เรียกดูเอกสารข้อมูล ระเบียบ คำสั่ง การจัดซื้อจัดจ้างผลิตรายการแบบวิธีเฉพาะเจาะจง ไม่ประกวดราคา เผยทีมตรวจสอบคัดบุคลากรฝีมือดีจาก 3 กลุ่มงาน “ด้านการเงิน – ด้านสืบสวนการปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ – ด้านความคุ้มค่า” มาผนึกกำลังกันทำงานรวมเป็นชุดใหญ่ ถือเป็นครั้งแรกที่ สตง.เข้าตรวจสอบหน่วยรับตรวจที่ใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ก่อนจะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบถามปมใช้รถหลวงรับประโยชน์เบิกซ้ำซ้อน รวมทั้งปมการจ้างผลิตรายการวิเคราะห์รอคิวถูกตรวจลำดับถัดไป

จากกรณีที่ สตง.ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา กรณีพนักงานระดับบริหารตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักข่าว ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักข่าวด้านบริหารได้รับเงินค่าพาหนะเหมาจ่ายเป็นรายเดือนแทนการมีรถประจำตำแหน่ง แต่ยังใช้ส่วนกลางรับส่งตัวเองไปตามปกติ ซึ่งเป็นการรับประโยชน์ซ้ำซ้อน สร้างความเสียหายต่อไทยพีบีเอส อาจเข้าข่ายการทุจริต โดยเรื่องนี้มีการร้องเรียนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อีกทางหนึ่ง เป็นข่าวอื้อฉาวช่วงปลายปีที่ผ่านมา กระทั่ง สตง.ได้ตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาตรวจสอบให้ได้ข้อสรุปอย่างเร่งด่วน โดยให้เวลา 60 วันนั้น

ตั้งทีมเฉพาะกิจชุดใหญ่ระดมนักตรวจจาก 3 กลุ่มงาน

รายงานข่าวจาก สตง.แจ้งความคืบหน้าว่า นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการ สตง.ให้ความสำคัญต่อเรื่องผิดปกติเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินของแผ่นดิน นอกจากจะมีประเด็นปัญหาการใช้รถหลวงที่มีผู้ร้องเรียนว่าดำเนินการไม่ถูกต้อง ยังมีปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง แบ่งซื้อแบ่งจ้างที่อาจขัดต่อ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และขัดต่อระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างฯ การจ้างบริษัทเอกชนและผู้ดำเนินรายการจากภายนอกอาจไม่คุ้มค่า จึงมีคำสั่งแต่งตั้งทีมเฉพาะกิจ ระดมเจ้าหน้าที่ฝีมือดีจาก 3 กลุ่มงานของ สตง.รวม 16 คนมาทำงานร่วมกัน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ สตง.ในการตั้งทีมตรวจสอบชุดใหญ่แบบครบเครื่องเช่นนี้

“ถือเป็นการประเดิมการตรวจสอบที่ไทยพีบีเอสซึ่งเป็นองค์กรสื่อสาธารณะไทยเป็นแห่งแรก ในฐานะเป็นหน่วยงานรัฐที่ได้รับเงินงบประมาณจากภาษีสุราและบุหรี่ปีละ 2,000 ล้านบาท มาใช้ในการดำเนินงานเพื่อให้การเก็บรวบรวมข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เป็นไปอย่างครบถ้วนและเกิดการบูรณาการในการปฏิบัติงานของ สตง. และดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว รอบด้าน เพราะอยู่ในความสนใจของประชาชน” แหล่งข่าวใน สตง.ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบไทยพีบีเอสกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ทีมเฉพาะกิจชุดใหญ่ ประกอบด้วย 1. หน่วยการเงิน เพื่อดูว่าบัญชีการจ่ายเงินเป็นอย่างไร จะเรียกคืนหรือไม่

2. หน่วยสืบสวน ไปดูการจัดซื้อจัดจ้าง การแบ่งซื้อเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับหรือไม่ การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงในวงเงินต่ำกว่า 500,000 บาทสำหรับพนักงานระดับหัวหน้า แต่หากเป็นผู้บริหารฝ่ายระดับผู้อำนวยการ รองผู้อำนวย ส.ส.ท.วงเงินอนุมัติเกินกว่า 1,000,000 บาท เป็นไปโดยชอบหรือไม่ หรือมีการเอื้อประโยชน์หรือมีการทุจริตอย่างไรหรือไม่

3. หน่วยตรวจสอบความคุ้มค่า ประสิทธิภาพและประสิทธิผลหรือไม่ อย่างไร

ผู้ช่วยผู้ว่าการ สตง.นำทีมเข้าตรวจไทยพีบีเอส

แหล่งข่าวจาก สตง.กล่าวอีกว่า เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ต้องตรวจสอบ ทางทีมเฉพาะกิจ สตง.ได้วางแผนการปฏิบัติงานเรียบร้อยแล้ว มีการประสานงานกับฝ่ายบริหารไทยพีบีเอสให้เตรียมข้อมูลต่างๆ ไว้ให้พร้อม โดยครั้งแรกทีมเฉพาะกิจจำนวน 6 คน นำโดยผู้ช่วยผู้ว่าการ สตง. มีกำหนดเดินทางมาที่สำนักงานไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีเป็นครั้งแรกในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นการตรวจการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักสร้างสรรค์และหลอมรวมเนื้อหาเป็นเรื่องแรก ในฐานะเป็นหน่วยงานที่มีการจ้างบริษัทผลิตเนื้อหา ได้แก่ ละคร สารคดี รายการต่างๆ ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่น การใช้รถส่วนกลาง การจ้างผลิตรายการวิเคราะห์ข่าวด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง ฯลฯ จะเข้าตรวจในโอกาสต่อไปตามหลักปฏิบัติของ สตง. หลังจากตรวจเรื่องระเบียบ ประกาศ หรือหลักเกณฑ์จากเอกสารหรือไฟล์ข้อมูลและการปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้าง การหาพัสดุแล้ว จะต้องมีการสอบถามผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา

จ้างเอกชนผลิตรายการไม่จำเป็น – สิ้นเปลืองงบฯ

ทั้งนี้ ทีมข่าวผู้จัดการออนไลน์สืบค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ Thaipbd.or.th / ThaiPBS ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง / ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา และเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นการเผยแพร่เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างต่อสาธารณะเหมือนหน่วยงานรัฐอื่นๆ พบว่า

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาผู้รับผิดชอบของไทยพีบีเอสระดับผู้อำนวยการสำนักสร้างสรรค์เนื้อหาและรองผู้อำนวยการไทยพีบีเอสด้านสร้างสรรค์และหลอมรวมเนื้อหาได้ใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากในการผลิตรายการด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงเป็นรายไตรมาส บางครั้งรายละ 2 ไตรมาส ซึ่งเป็นการคัดเลือกบริษัทเอกชนด้วยความพอใจของไทยพีบีเอส ไม่ต้องเปิดประมูลแข่งขันเพื่อให้ราคาต่ำสุดและมีคุณภาพในงานผลิต หรือแม้บางอย่างสามารถผลิตที่ไทยพีบีเอสได้ก็ยังต้องจ้างเอกชน ทำให้เสียงบประมาณครั้งละจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น รายการคุยให้คิด รายการสมมติว่า มีการจ้างผู้ดำเนินรายการ จ้างสตูดิโอถ่ายทำรายการพร้อมอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ จ้างเจ้าหน้าที่ตัดต่อรายการและคลิปสั้นรายการา ฯลฯ ทั้งที่ไทยพีบีเอสมีบุคลากรจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลจากเว็บไซต์อีกว่า การสร้างสรรค์เนื้อหาของไทยพีบีเอสด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง การหาพัสดุ ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง อ้างความจำเป็นเร่งด่วนและมีเพียงบริษัทเดียวที่จะรับงาน ซึ่งอาจไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป เช่น จ้างที่ปรึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณเพื่อสนับสนุนการผลิตเนื้อหาที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจ ปี 2566 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง เป็นเงิน 300,000 บาท, จ้างเจ้าหน้าที่ข้อมูลเพื่อพัฒนาเนื้อหารายการ ประกาศ ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2567 เป็นเงิน 160,000 บาท, จ้างศึกษาสำรวจและติดตามความเคลื่อนไหวในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์เพื่อการออกแบบการสื่อสาร Core Agenda ปี 2568 เป็นเงิน 1,177,000 บาท

จ้างประเมินผลด้านคุณภาพและเนื้อหาของรายการ ปี 2567 โดยวิธีการคัดเลือก เป็นเงินทั้งสิ้น 3,274,200 บาท ประกาศ ณ วันที่ 20 มีนาคม 2568, จ้างผู้แปลบทซับไตเติลภาษาต่างประเทศ จากสคริปต์ภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง รวม 8 รายการ แต่ละรายการเสนอราคาเรียงตามลำดับ ดังนี้ 176,000 บาท / 40,000 บาท / 40,000 บาท / 80,000 บาท / 65,000 บาท / 18,000 บาท ประกาศ ณ วันที่ 11 เมษายน 2568 และยังมีรายการจัดซื้อจัดจ้างอีกหลายรายการ

พบบริษัทเดียวผลิต 3 รายการให้สำนักข่าวได้เงินกว่า 36 ล้านบาท

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สำหรับในส่วนของสำนักข่าวนั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงเช่นเดียวกันเข้ามาผลิตรายการข่าวให้กับสำนักข่าว โดยคณะกรรมการตรวจสอบภายในของไทยพีบีเอสพบมีการจ้างบริษัทดังกล่าวต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566-2568 มูลค่ารวมกว่า 36 ล้านบาท ทั้งๆ ที่มีบุคลากรของสำนักข่าวมากกว่า โดยยังมีข้อสังเกตเรื่องสัญญาการเข้ามาผลิตรายการว่าได้เข้ามามีส่วนร่วมในส่วนใดบ้างที่เรียกว่า “การผลิต” ตามสัญญาโดยเฉพาะเรื่องเครื่องมืออุปกรณ์และบุคลากร ซึ่ง สตง.จะดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อ สตง.ตรวจแล้ว กรณีที่พบว่ามีผู้กระทำผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ ฯลฯ ในเรื่องใด สตง.จะส่งเรื่องให้ผู้บริหารไทยพีบีเอสดำเนินการ เช่น ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย การดำเนินการเอาผิดทางละเมิด การเรียกเงินคืนจากผู้ที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบเท่ากับจำนวนเงินที่เกิดความเสียหายแก่องค์กร สำหรับ ผู้ที่เกษียณอายุไปแล้วก็ต้องคืนเงินเช่นกัน ถ้าไม่คืนก็ต้องฟ้องแพ่งเพื่อบังคับให้ชดใช้เงินคืน ถ้าเข้าข่ายทุจริต สตง.จะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีทางอาญาซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับเป็นเงิน

ข่าวต้นฉบับ :https://mgronline.com/onlinesection/detail/9690000016995

ข่าวล่าสุด

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ครม.ไฟเขึยว  คุ้มครองผู้บริโภค ซื้อออนไลน์คืนสินค้าได้

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ยกระดับสิทธิผู้ซื้อ กำหนดมาตรฐานการรับผิดชอบผู้ขายชัดเจนขึ้น (16 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .......

เตือนภัย พลิกโลก  เอลนีโญมาแล้ว !

ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ชัดว่า มีแนวโน้มทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และอาจกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย

ข่าวอื่นๆ

เส้นทางเคลื่อนพระศพ “พระองค์ภา”

สำนักพระราชวังประกาศ หมายกำหนดการเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์

ประกาศสำนักพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์...

 วิกฤต “โลกเดือด” สภาพอากาศสุดขั้วทุบสถิติใหม่ เตือนไทยรับมือน้ำสองขั้ว “แล้งจัด-ท่วมฉับพลัน”

องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ยุคของ "โลกร้อน" (Global Warming) ได้สิ้นสุดลงแล้ว และมนุษยชาติกำลังก้าวเข้าสู่ยุค "โลกเดือด" (Global Boiling) อย่างเต็มตัว ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่การที่อุณหภูมิสูงขึ้นทีละน้อย...