หน้าแรกข่าวหน้าหนึ่งไทย ‘ฮับสแกมเมอร์’ ของเอเชีย

ไทย ‘ฮับสแกมเมอร์’ ของเอเชีย

เผยแพร่

spot_img

ไทยอยากเป็นหลายฮับ แต่ฮับที่ได้เป็นแล้วแน่ ๆ คือ … 

‘ฮับสแกมเมอร์’ ของเอเชีย

 โดยอ้างอิงจากรายงานประจำปี 2568 ของ Whoscall ที่เพิ่งออกมาสด ๆ ร้อน ๆ

คำถามคือ ทำไม Whoscall ถึงกับใช้คำว่า ‘ศูนย์กลาง’ ของอาชญากรรมทางโทรคมนาคมในภูมิภาคเอเชีย เพื่อนิยามไทยในช่วงปีที่ผ่านมา?

เหตุผลคือ Whoscall ได้วิเคราะห์และระบุการโทรและ SMS รวมกว่า 6,000 ล้านครั้ง ทั่วโลกในปี 2568 แล้วพบว่าแนวโน้มเรื่องสายหลอกลวงทั่วโลกลดลงเหลือ 480 ล้านครั้ง (จาก 540 ล้านครั้งจากปี 2567) 

แต่ตัวเลขมิจฉาชีพในประเทศไทยพุ่งเป็น 173 ล้านครั้ง ในปี 2568 เพิ่มขึ้น 3.16% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพุ่งเป้าขององค์กรมิจฉาชีพที่เลือกคนไทยเป็นแหล่งรายได้หลักของการปฏิบัติการโดยความพยายามหลอกลวง 173 ล้านครั้ง แบ่งเป็น

– สายโทรศัพท์มิจฉาชีพ 39 ล้านครั้ง 

– SMS มิจฉาชีพ 134 ล้านข้อความ 

ที่สำคัญประเทศไทยยังคงเผชิญกับปริมาณสายหลอกลวงสูงที่สุดในบรรดาตลาดเอเชียทั้งหมดที่ Whoscall ให้บริการ 

ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างไต้หวันที่มีสายและ SMS หลอกลวงที่ 25 ล้านครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับความตื่นตัวด้านความปลอดภัยทางดิจิทัล

[ มิจฉาชีพเป็นมืออาชีพที่ดำเนินงานแบบ ‘บริษัท’ ]

ในการเปิดตัวรายงานครั้งนี้ นายแมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกโกลุก ประเทศไทย ได้อธิบายว่าทำไมสถานการณ์ด้านการหลอกลวงจะยังเป็นปัญหาที่เราต้องจับตาต่อไป

เขาบอกว่าจากการรวบรวมข้อมูลจากสถาบันต่าง ๆ พบว่ามิจฉาชีพตอนนี้เป็นศูนย์รวมเครือข่ายขนาดมหึมาที่ขับเคลื่อนโดยองค์กรที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งได้ขยายและรวมศูนย์เป็นศูนย์มิจฉาชีพระดับอุตสาหกรรมหลายร้อยแห่ง ดังที่จะเห็นได้ว่ามิจฉาชีพมีข้อมูลส่วนตัวเรามากขึ้น

‘โรงงานมิจฉาชีพ’ เหล่านี้มีทั้งชั้นปฏิบัติการโทร คู่มือสคริปต์ ทีมข้อมูล รวมถึงระบบรับคน ฝึกอบรม และบังคับใช้กฎระเบียบภายใน 

ข้อมูลของเราพบว่าหมายเลขมิจฉาชีพเพียงหมายเลขเดียวสามารถโทรออกได้มากกว่า 800,000 ครั้ง ซึ่งปริมาณระดับนี้เป็นไปได้ก็ต่อเมื่อมีการใช้ระบบโทรอัตโนมัติและอุปกรณ์ระดับคอลเซ็นเตอร์มืออาชีพเท่านั้น”

พล.ต.ต.ดร.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมอธิบายว่า ทุกวันนี้การหลอกลวงถูกจัดทำเป็นกระบวนการมืออาชีพ ทำงานกันในระดับอุตสาหกรรม มีการใช้เทคโนโลยี เช่น AI เข้ามาวิเคราะห์เหยื่อและโจมตีด้วย Social Engineering 

นอกจากนี้ ข้อมูลยังเผยให้เห็นการเปลี่ยนยุทธวิธีสู่ “การหลอกลวงง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน” โดยขบวนการเหล่านี้หันมาใช้การแอบอ้างตัวตนที่น่าเชื่อถือและความเสี่ยงต่ำ แทนที่การขู่เข็ญด้วยเดิมพันสูงแบบเดิม

รวมถึงมีการดำเนินงานแบบข้ามประเทศ อย่างที่จะเห็นได้ว่าการหลอกลวงเกิดในประเทศกัมพูชาเป็นหลัก ส่วนฝั่งไทยจะเป็นการจัดการทางการเงิน เช่น บัญชีม้า จึงต้องใช้กลไกระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหา

[ มิจฉาชีพเลิกโจมตีสุ่ม แต่ปรับการหลอกลวงไปรายคนเพราะมีข้อมูล ] 

ข้อมูลปี 2568 ของ Whoscall ยังสะท้อนภาพที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลรายบุคคลในประเทศไทย หมายเลขโทรศัพท์ไม่ได้รั่วไหลเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะ …

– 94% ถูกเชื่อมโยงกับ ชื่อ-นามสกุล 

– 25% ถูกเชื่อมโยงกับ อีเมล 

– 12% ถูกเชื่อมโยงกับ รหัสผ่าน 

– 8% ถูกเชื่อมโยงกับ วันเดือนปีเกิด 

– 9% มีข้อมูลที่อยู่จริง

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้มิจฉาชีพเปลี่ยนจากการ ‘สุ่มโทร’ ไปเป็นการใช้จิตวิทยาหลอกล่อแบบเจาะจงบุคคลที่แนบเนียนยิ่งขึ้น ด้วยการเข้าถึงชื่อ วันเดือนปีเกิดและที่อยู่ของเหยื่อ มิจฉาชีพจึงสามารถหลีกเลี่ยงคำถามตรวจสอบความปลอดภัย 

สร้างเรื่องราวที่น่าเชื่อได้อย่างแนบเนียนด้วยการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือสถาบันการเงิน ดำเนินการสลับซิมการ์ด หรือโจมตีเพื่อยึดครองบัญชีได้อย่างง่ายดาย

พล.ต.ต.ดร.ศิริวัฒน์ ทิ้งท้ายถึงการรับมือในภาคประชาชนว่า ทุกวันนี้กลยุทธ์ของมิจฉาชีพยกระดับสู่การเป็นอุตสาหกรรมมากขึ้น จึงขอเร่งรัดให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง ความรู้คือแนวป้องกันด่านแรก การเข้าใจว่ามิจฉาชีพเหล่านี้ดำเนินงานเหมือนธุรกิจมืออาชีพ จะช่วยให้เราทันเกมของพวกเขาและปกป้องตัวตนของเราได้ดียิ่งขึ้น 

ส่วนในระดับของรัฐก็จะอาศัยกระบวนการระหว่างประเทศเพื่อยุติปัญหานี้จากต้นตอ เพราะทุกวันการหลอกลวงดำเนินงานกันแบบข้ามประเทศ จึงต้องอาศัยแรงกดดันของหลายประเทศเพื่อปราบปรามกิจกรรมของสแกมเมอร์

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“ปลานิล” จำแลงกาย… เข้าไปแทน “แมคเคอเรล”   เปิดปมฉาวปลากระป๋องนับหมื่นชิ้น

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ “ปลานิล” ลอบสวมสิทธิ์เป็น “ปลาแมคเคอเรล” ในกระป๋องซอสมะเขือเทศ

จากม่านหมอกที่ “ปาย”  เคลื่อนลงใต้ “เกาะพะงัน”

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบบุกค้นศูนย์การเรียนรู้เถื่อนบนเกาะพะงันเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

ข่าวอื่นๆ

สันติภาพเริ่มต้นด้วยความจริง

​การเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้และผ่านการตรวจสอบแล้วไม่ใช่ "ทางเลือก" แต่เป็น "รากฐานสำคัญ" ในการสร้างสังคมที่สงบสุข ยุติธรรม และเข้มแข็ง

“คำขอโทษสุดท้ายของแม่ทัพ”   ถึงทหารกล้าทุกนาย… พ่อขอโทษ

ครั้งหนึ่งผมเคยยืนอยู่บนสุด เคยเป็น “แม่ทัพ” ที่ลูกน้อง 42 ชีวิตเรียกว่า “นาย” แต่ในวันที่เสียงปืนดัง ผมกลับพาพวกเขากลับบ้านไม่ได้ทุกคน

ด่วนมาก

สหรัฐประกาศยุติสงครามกับอิหร่านแล้วเนื่องจากไม่มีการขออนุญาตต่อ congress ทำให้อำนาจในการทำสงครามของประธานาธิบดีสิ้นสุดลง