หน้าแรกINSIDE - INSIGHT"กองทุนน้ำมัน" ฟางเส้นสุดท้ายที่แบกหนี้แสนล้าน... ? บนความคลุมเครือของอำนาจ กบน. (Ep1/2)

“กองทุนน้ำมัน” ฟางเส้นสุดท้ายที่แบกหนี้แสนล้าน… ? บนความคลุมเครือของอำนาจ กบน. (Ep1/2)

เผยแพร่

spot_img

เมื่อไฟสงคราม “สหรัฐฯ-อิหร่าน” เผาพลาญเศรษฐกิจโลก

ชำแหละกลไก “กองทุนน้ำมัน” ในม่านหมอก

                            ท่ามกลางวงล้อมของเปลวเพลิงในตะวันออกกลางที่ขยายวงจากอิสราเอลสู่การเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งลึกเข้าสู่สภาวะ “ช็อก” ครั้งใหม่ ส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่ล้มทับโครงสร้างค่าครองชีพทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ที่เคยเป็นฟูกรองรับแรงกระแทก บัดนี้กลับกลายเป็นกับดักหนี้มหาศาลภายใต้การบริหารของคณะกรรมการ (กบน.) ที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการโอบอุ้มผลประโยชน์สาธารณะ

                            ชนวนเหตุสำคัญเริ่มต้นจากความตึงเครียดที่พุ่งสู่อะดรีนาลีนสูงสุด เมื่อสหรัฐฯ ยกระดับการคว่ำบาตรทางพลังงานต่ออิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบหายไปจากตลาดโลกหลายล้านบาร์เรลต่อวัน ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้นในจุดยุทธศาสตร์ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานโลก ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ก็ดีดตัวทะลุเพดาน จนกลายเป็นปัจจัยลบที่ควบคุมไม่ได้สำหรับประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิอย่างประเทศไทย

                          แม้เราจะมีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศถึง 6 แห่ง แต่ “พันธนาการ” ทางโครงสร้างกลับผูกติดอยู่กับราคาตลาดกลางสิงคโปร์อย่างเหนียวแน่น เมื่อราคาที่เกาะสิงคโปร์พุ่งสูงตามภาวะสงคราม โรงกลั่นในไทยจึงปรับราคา “หน้าโรงกลั่น” ขึ้นทันทีโดยอ้างอิงหลักการ Replacement Cost หรือต้นทุนการทดแทนน้ำมันลอตใหม่ กลายเป็นคำถามคลาสสิกที่บาดใจคนไทยว่า ในวันที่น้ำมันสำรองในคลังยังเหลือเฟือ เหตุใดตัวเลขหน้าปั๊มถึงต้องขยับตามโลกภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

                         ท่ามกลางวิกฤตนี้ บทบาทของ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) กลายเป็นเป้าสายตาในฐานะผู้กุมกุญแจกระปุกเงินแสนล้าน หน้าที่ของพวกเขาคือการบริหาร “เงินล่องหน” ที่เก็บจากผู้ใช้เบนซินไปอุ้มผู้ใช้ดีเซลและก๊าซหุงต้ม แต่ในสภาวะที่หนี้สะสมทะลุเพดาน การตัดสินใจแต่ละครั้งของ กบน. กลับเต็มไปด้วยความซับซ้อนและเข้าถึงยาก จนประชาชนเริ่มไม่แน่ใจว่า เงินที่เสียไปนั้นเพื่อพยุงค่าครองชีพจริงๆ หรือเพื่อประคองสถานะของกลุ่มทุนพลังงานกันแน่

                          สถานะกองทุนน้ำมันฯ ในปัจจุบันเปรียบเสมือนเรือที่กำลังรั่วพ้นน้ำ หนี้สินแสนล้านจากการกู้เงินมาตรึงราคาดีเซลในช่วงที่ผ่านมา กลายเป็นภาระที่รัฐบาลต้องนำงบประมาณไปจ่ายดอกเบี้ยมหาศาล แทนที่จะถูกนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน การบริหารแบบ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” นี้ กำลังทำให้ความมั่นคงทางพลังงานของไทยตกอยู่ในภาวะหลังพิงฝาอย่างไร้ที่พึ่ง

                         ในขณะที่กองทุนน้ำมันฯ ติดลบและประชาชนแบกภาระหนัก ฝั่งโรงกลั่นกลับได้รับอานิสงส์จาก “กำไรสต็อก” (Stock Gain) และค่าการกลั่นที่พุ่งสูงตามราคาตลาดโลก กลายเป็น “ลาภลอย” ก้อนโตที่วางอยู่ตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่ากฎหมายและอำนาจรัฐในปัจจุบันจะยังไม่แกร่งพอที่จะ “ดึง” กำไรส่วนเกินเหล่านี้กลับมาช่วยเหลือสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม ปล่อยให้ผลประโยชน์ไหลเข้าสู่กระเป๋าผู้ถือหุ้น ท่ามกลางเสียงครวญของประชาชนที่หน้าหัวจ่ายน้ำมัน

                        หากจะก้าวข้ามวิกฤตสงครามพลังงานครั้งนี้ไปให้ได้ ประเทศไทยต้องการมากกว่าแค่การ “อุดหนุนแบบชั่วคราว” แต่ต้องการการสังคายนาโครงสร้างอำนาจของ กบน. ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องกล้าหาญพอที่จะรื้อสูตรราคาสิงคโปร์ที่เป็นมรดกตกทอดมานานหลายสิบปี เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

                    “สุดท้าย… เป็นที่น่าสังเกตอย่างยิ่งว่า กลไกการปรับราคาน้ำมันของไทยนั้นดูจะมีความรวดเร็วมาก  เพราะทันทีที่ดัชนีราคาน้ำมันในตลาดโลกขยับตัวสูงขึ้นกลางดึก ระบบราคาหน้าปั๊มในบ้านเรากลับสามารถตอบสนองต่อ “ความร้อนแรง”นั้นได้อย่างฉับไวในรุ่งเช้า ราวกับมีกระแสจิตเชื่อมโยงกับตลาดโลกอย่างไร้รอยต่อ

                    ทว่าในทางกลับกัน เมื่อราคาน้ำมันโลกดิ่งตัวลงอย่างรุนแรง กลไกเดียวกันนี้กลับดูเหมือนจะเผชิญกับ “ภาวะสัญญาณขัดข้อง”  ขึ้นมาเสียดื้อๆ ต้องรอขั้นตอนการพิสูจน์ทราบ ยืนยันพิกัดต้นทุน และรอการเคาะมติจากคณะกรรมการหลายชั้นขั้นตอนกว่าราคาจะขยับลงตามกลไกตลาด… หรือแท้จริงแล้ว สายเคเบิลพลังงานที่เชื่อมโยงจากสิงคโปร์มายังไทย จะถูกออกแบบมาให้ส่งสัญญาณ “ขาขึ้น” ได้รวดเร็วปานจรวด แต่กลับส่งสัญญาณ “ขาลง” ได้เชื่องช้าประหนึ่งการเดินทางผ่านม่านหมอกที่มองไม่เห็นทาง!”

2569-03-28    ผู้เขียน   “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย

ความสัมพันธ์ 170 ปี “ไทย-ฝรั่งเศส”   “การทูตเชิงรุก”ต้องดับฝัน กัมพูชา-ใช้ปารีสเคลมพรมแดน

ยุทธศาสตร์การทูตครั้งนี้คือ "ปฏิบัติการเชิงรุก" เพื่อนำข้อเท็จจริงปมพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ไปแสดงต่อประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง