กฎหมายระหว่างประเทศถูกใช้เมื่อได้ประโยชน์
สหรัฐอเมริกา (มีนาคม 2026) – วารสาร Foreign Policy ได้ตีพิมพ์บทความ (“The United States Has Become a Rogue State”) ที่สั่นสะเทือนวงการทูต เมื่อ Stephen Walt ระบุว่าสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนจาก “มหาอำนาจผู้คุมกฎ” กลายเป็น “มหาอำนาจนักล่า” (Predatory Hegemon) ที่คอยรีดไถแม้กระทั่งพันธมิตรของตัวเอง
1. นิยามใหม่ของ “#รัฐอันธพาล” (The New Rogue)
อเมริกาในยุค 2026 ถูกมองว่าขาดความเป็นมืออาชีพทางการทูต:
ผู้นำสายอวย: ข้าราชการประจำที่เก่งฉกาจถูกแทนที่ด้วยกลุ่มคนที่เน้นประจบเอาใจ ผลิตนโยบายตามอารมณ์และไร้ความต่อเนื่อง
ฉีกกฎตามใจชอบ: กฎหมายระหว่างประเทศถูกใช้เมื่อได้ประโยชน์ และถูกเขวี้ยงทิ้งเมื่อขวางทาง ทำให้ “คำสัญญาของทำเนียบขาว” มีค่าต่ำกว่ากระดาษชำระ
2. 3 กระบวนท่าปราบอันธพาล (ตามแบบฉบับจีน)
เมื่ออเมริกาเริ่ม “เกเร” ประเทศอื่นๆ (รวมถึงยุโรปและอาหรับ) เริ่มใช้ 3 วิธีนี้รับมือ:
1) “ท่ามวยไทเก๊ก”: ตอบรับคำสั่งอเมริกาด้วยรอยยิ้ม แต่ “เตะถ่วง” ในทางปฏิบัติ (Work-to-rule) เช่น การไม่ยอมโดดลงไปช่วยอเมริกาในสมรภูมิตะวันออกกลาง
2) “กระจายความเสี่ยง” (De-risking): ทุกคนเริ่มเอาไข่จากตะกร้าอเมริกามาวางที่อื่น ทิ้งพันธบัตรสหรัฐฯ ตุนทองคำ และหาคู่ค้าใหม่ในกลุ่ม Global South เพื่อป้องกันการถูกคว่ำบาตรตามอำเภอใจ
3) “ยุทธศาสตร์ความนิ่ง” (Strategic Patience): ไม่ลงไปคลุกวงในกับอันธพาล แต่หันมา “ฝึกวิทยายุทธ” ในบ้านตัวเอง พัฒนาเทคโนโลยี และขยายพันธมิตรอย่างเงียบๆ ตามคติที่ว่า “อย่าขัดจังหวะศัตรูที่กำลังทำผิดพลาด”
3. เมื่อ “ประภาคาร” กลายเป็น “หลุมดำ”
ความน่ากลัวที่สุดของอเมริกาตอนนี้ไม่ใช่กองทัพ แต่คือ “การสูญเสีย Soft Power”:
เมื่อโลกมองว่าอเมริกา “เห็นแก่ตัวและไร้สัจจะ” แม้แต่ประเทศที่อยากได้ดอลลาร์ก็ต้อง “กอดกระเป๋าเงินตัวเองให้แน่น” และเดินถอยห่างออกมา
การใช้อำนาจข่มขู่โดยไร้ศีลธรรมกำกับ มีแต่จะเร่งให้เกิด “ระเบียบโลกใหม่” ที่ไม่มีอเมริกาเป็นศูนย์กลางเร็วขึ้น
สิ่งที่ Stephen Walt เขียนมันคือ ‘คำเตือนสุดท้าย’ ถึงวอชิงตัน…
การที่คนอเมริกันด่าอเมริกาเองว่า ‘อันธพาล’ มันสะท้อนว่าระบบข้างในมันพังจนกู้ยากแล้ว…



