กองทัพบกไทยประกาศความภาคภูมิใจครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อ นักเรียนนายร้อย รวิชญ์ วาณิชยากรกุล ตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทย สร้างประวัติศาสตร์ในเวทีทหารระดับโลก ด้วยการคว้าดาบเกียรติยศสูงสุดสำหรับนักเรียนนายร้อยต่างชาติ (International Sword) จากโรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิร์สต์ สหราชอาณาจักร ประจำปี 2026
รางวัลดังกล่าวถูกมอบให้แก่นักเรียนนายร้อยต่างชาติที่มีผลการเรียนและการฝึกยอดเยี่ยมที่สุดในรุ่น โดยพิจารณาจากทั้งความเป็นผู้นำ ความแข็งแกร่งของร่างกาย และทัศนคติที่โดดเด่นตลอดหลักสูตรอันเข้มข้นนาน 44 สัปดาห์ ซึ่ง นนร. รวิชญ์ สามารถทำคะแนนและแสดงศักยภาพได้เหนือกว่าคู่แข่งจากทั่วโลก รวมถึงนักเรียนนายร้อยเจ้าถิ่นอย่างอังกฤษ โดยมี พลเอกหญิง Dame Sharon Nesmith รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งสหราชอาณาจักร เป็นผู้มอบรางวัลจารึกนามสดุดีในพิธีสวนสนามจบการศึกษาที่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลกเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026
นนร. รวิชญ์ วาณิชยากรกุล (ตท.60 / จปร.71) สังกัดกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ถือเป็นเครื่องสะท้อนถึงมาตรฐานการผลิตบุคลากรของกองทัพบกไทยที่มีคุณภาพสูงเทียบเท่าระดับสากล การได้รับรางวัล International Sword ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเกียรติประวัติส่วนบุคคลและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างชื่อเสียงและประกาศศักดาของทหารไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในสายตาชาวโลกอย่างสง่างาม
——————————–
ไม่ใช่ใครจะได้นะรางวัลนี้ หลานเพื่อนบ้านก็จบพร้อมกัน ยังไม่ได้เลย น้องเก่งมากๆ เด็กไทยคนนี้เรียนโรงเรียนเดียวกับเจ้าชายวิลเลียม แล้วคว้ารางวัลที่แม้แต่ลูกกษัตริย์ยังไม่เคยได้!
แซนด์เฮิร์สต์ โรงเรียนนายร้อยของอังกฤษที่เคยปั้นเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแฮร์รี่ กษัตริย์จอร์แดน ไปจนถึงวินสตัน เชอร์ชิลล์ แต่ “ดาบเกียรติยศ” หรือ Sword of Honour ที่มอบให้คนเก่งที่สุดของรุ่น เจ้าชายพวกนั้นไม่เคยได้สักองค์ แล้ววันนี้ ร.ต.รวิชญ์ เด็กไทยธรรมดาคนหนึ่ง กลับคว้ามันมาได้ ท่ามกลางนักเรียนนายร้อยหัวกะทิจากทั่วโลก หลังฝ่าหลักสูตร 44 สัปดาห์ที่ขึ้นชื่อว่าโหดจนคนเคยผ่านมาบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “แทบประคองสติไม่อยู่”
ต้องเข้าใจก่อนว่าน้องไม่ได้แค่ฝึกหนัก น้องต้องไปอยู่คนเดียวต่างแดน สู้กับอากาศหนาวเหน็บ ภาษาที่ไม่ใช่ภาษาแม่ แบกแรงกดดันมหาศาลตลอดเกือบปีเต็ม แต่สุดท้ายความแข็งแกร่งทั้งกายและใจ บวกภาวะผู้นำที่โดดเด่น ก็ทำให้ครูฝึกยอมรับว่าน้องคือ “ที่สุดของรุ่น” ข่าวดีนี้มาถึงเมื่อวันที่ 11 เมษายน สร้างความปลื้มให้คนไทยทั้งประเทศ นี่คือหลักฐานชัดเจนว่า คนไทยไม่แพ้ใครในโลกจริงๆ



