วันพฤหัสบดี, เมษายน 23, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT"นโยบายเงินกู้" ท่ามกลาง "โครงสร้างภาษีใหม่"

“นโยบายเงินกู้” ท่ามกลาง “โครงสร้างภาษีใหม่”

เผยแพร่

spot_img

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือภาระทางการคลังระยะยาว?

วิเคราะห์ความสมเหตุสมผลของ พรก.5 แสนล้านบาท กับข้อท้วงติงเรื่องวินัยการเงินการคลังปี 2569

                            เศรษฐกิจไทยในปี 2569 กำลังเข้าสู่บททดสอบสำคัญ เมื่อรัฐบาลพิจารณาใช้อำนาจตามพระราชกำหนด กู้เงินวงเงิน 5 แสนล้านบาท โดยมุ่งหวังให้เป็นกลไกหลักในการฟื้นฟูเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทว่านโยบายดังกล่าวกลับเผชิญกับแรงต้านจากภาคส่วนต่างๆ ที่ตั้งคำถามถึงความจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะเมื่อมีการดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างภาษีหลายประเภทไปพร้อมกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของภาคครัวเรือนและขัดแย้งกับเจตจำนงในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว

                             การที่รัฐบาลเลือกใช้ออก พรก. กู้เงิน แทนกระบวนการงบประมาณปกตินั้น นำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์เชิงหลักการอย่างกว้างขวาง รัฐบาลระบุว่าจำเป็นต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมากเพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี แต่ในมุมมองเชิงเศรษฐศาสตร์ การกู้นอกงบประมาณควรสงวนไว้สำหรับกรณีวิกฤตที่ไม่อาจคาดการณ์ได้เท่านั้น การใช้เครื่องมือนี้เพื่อวัตถุประสงค์เชิงโครงสร้างจึงถูกมองว่าเป็นสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่อาจกระทบต่อวินัยการเงินการคลังในอนาคต

                             นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แสดงความห่วงกังวลในทิศทางที่สอดคล้องกัน โดยเน้นไปที่การสร้างภาระหนี้สาธารณะโดยขาดแผนการชำระคืนที่ชัดเจน การคัดค้านครั้งนี้มิได้เป็นเพียงเรื่องทางการเมือง แต่เป็นการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการใช้เม็ดเงิน 5 แสนล้านบาท ว่าจะสามารถสร้างอัตราการเติบโตของ GDP ได้มากกว่าภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นหรือไม่ รวมถึงการเสนอให้รัฐบาลพิจารณาการจัดสรรงบประมาณเดิมที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดก่อนการตัดสินใจก่อหนี้เพิ่ม

                            ประเด็นที่น่าพิจารณาอย่างยิ่งคือการดำเนินนโยบายที่ดูจะสวนทางกัน ในขณะที่รัฐบาลพยายามอัดฉีดสภาพคล่องผ่านเงินกู้ แต่กลับมีการปรับเพิ่มภาษีในหลายภาคส่วน ทั้งภาษีคาร์บอน ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ และภาษีจากการเดินทาง ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนแฝงที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพ การเพิ่มรายได้รัฐผ่านการจัดเก็บภาษีท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ต้องการแรงกระตุ้น อาจทำให้ประสิทธิผลของเงินกู้ 5 แสนล้านบาทลดน้อยลง เนื่องจากเม็ดเงินถูกดูดซับกลับเข้าสู่ภาครัฐผ่านระบบภาษีในทันที

                           ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์เตือนว่า การพึ่งพาเงินกู้เพื่อกระตุ้นการบริโภคระยะสั้นอาจทำให้ “พื้นที่ทางการคลัง” ของประเทศลดลงอย่างน่ากังวล หากในอนาคตเกิดวิกฤตการณ์ที่รุนแรงกว่าปัจจุบัน รัฐบาลอาจขาดเครื่องมือและเครดิตในการระดมทุนเพื่อแก้ไขปัญหา นโยบายภาษีใหม่ที่มุ่งเน้นการจัดเก็บรายได้จากฐานรากและผู้ประกอบการออนไลน์ จึงถูกมองว่าเป็นความพยายามที่ฝืนต่อกลไกการเติบโตตามธรรมชาติของเศรษฐกิจดิจิทัล

                          หากเปรียบเปรยการบริหารจัดการครั้งนี้กับกลไกทางเศรษฐกิจ อาจมองได้ว่ารัฐบาลกำลังพยายามเติมน้ำเขื่อนเพื่อใช้ในการเพาะปลูก แต่ในขณะเดียวกันกลับมีการเร่งระบายน้ำออกเพื่อนำไปใช้ในกิจการอื่น ผลลัพธ์ที่ได้อาจเป็นเพียงระดับน้ำที่คงที่ภายใต้ภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ความท้าทายที่แท้จริงจึงไม่ใช่เพียงการกู้เงินมาใช้ แต่คือการทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ว่า เงินทุกบาทที่กู้มาจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างรายได้ ไม่ใช่เพียงภาระภาษีที่ประชาชนต้องแบกรับสืบเนื่องต่อไปในอนาคต

                          ในท้ายที่สุด พรก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท จะกลายเป็นเครื่องมือในการกอบกู้เศรษฐกิจหรือเป็นเพียงการเลื่อนปัญหาออกไปชั่วคราว ขึ้นอยู่กับการยอมรับฟังความเห็นที่แตกต่างและการปรับสมดุลระหว่างการหารายได้กับการใช้จ่าย หากรัฐบาลไม่สามารถประสานนโยบายภาษีใหม่ให้เกื้อหนุนต่อการเติบโต ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวถาวร  พร้อมกับหนี้สินที่สูงเกินเพดานก็อาจกลายเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

2569-04-24   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

รัฐบาลปรับใหม่โครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ รัฐจ่าย 60: ประชาชนจ่าย 40  

โครงการไทยช่วยไทยพลัส ปรับใหม่จากคนละครึ่งพลัส รัฐจ่ายเพิ่มเป็น 60:40 ใช้รูปแบบทยอยจ่าย ลดรายจ่ายประชาชน ตุนกระสุนงบประมาณรองรับโครงการพร้อม

แท้จริงแล้ว  โรค คือ ความชราตามธรรมชาติ

โรคหลายอย่างที่คิดว่าเป็น “โรค” แท้จริงแล้วคือ “ความชราตามธรรมชาติ” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในปักกิ่งได้ให้คำแนะนำแก่ผู้สูงอายุไว้ 5 ข้อว่า — “คุณไม่ได้ป่วย… แค่กำลังแก่ลง” หลายสิ่งที่คุณคิดว่าเป็นโรค แท้จริงคือ “สัญญาณแห่งความชรา” 1. ความจำเสื่อม ไม่ใช่อัลไซเมอร์ แต่เป็นกลไกปกป้องตัวเองของสมองผู้สูงอายุ อย่าตกใจ ถ้าแค่ลืมว่าวางกุญแจไว้ที่ไหน...

World Update  ชี้ในโลกมีรัสเซีย–จีน–เกาหลีเหนือ–อินเดีย มีศัยกภาพ ‘ต้านการรุกรานจากสหรัฐฯ ได้’

มีเพียง 4 ประเทศทั่วโลกที่ถูกพิจารณาว่ามีศักยภาพเพียงพอในการต้านทานการรุกรานเต็มรูปแบบจากประเทศสหรัฐฯ ได้ โดยอาศัยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ยุทโธปกรณ์เชิงยุทธศาสตร์ และฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่แข็งแกร่ง

โครงการ “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “ไทยช่วยไทยพลัส” 

โครงการคนละครึ่งพลัส เบื้องต้นจะเปิดลงทะเบียนกดรับสิทธิ "เป๋าตัง" ได้ช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 และ เริ่มใช้จ่ายจริงได้ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 โ

ข่าวอื่นๆ

เมื่อ “เงินเฟ้อต่ำ” กับวิกฤตค่าครองชีพไทย 2569   

สถานการณ์ค่าครองชีพโลกมิได้อยู่ในภาวะเงินเฟ้อพุ่งทะยานดังเช่นอดีต หากแต่ปรับเปลี่ยนเป็น "ภาวะแพงฝังตัว"

ยุทธการ “รัดเข็มขัด” ผ่าแผนงบฯ 2570 บนด่านหน้าสงครามตะวันออกกลาง

การเคลื่อนทัพขุนพลราชการจากทั่วสารทิศมุ่งหน้าสู่ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในเช้าวันที่ 20 เมษายน 2569 ไม่ใช่เพียงการรับฟังนโยบายงบประมาณตามวงรอบปกติ แต่คือการประกาศภาวะ "บริหารความเสี่ยง" ในระดับสูงสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด