วันพฤหัสบดี, เมษายน 23, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเมื่อ “เงินเฟ้อต่ำ” กับวิกฤตค่าครองชีพไทย 2569   

เมื่อ “เงินเฟ้อต่ำ” กับวิกฤตค่าครองชีพไทย 2569   

เผยแพร่

spot_img

กลายเป็นกับดัก และทางรอดที่ต้องกล้าผ่าทางตัน

                           สถานการณ์ค่าครองชีพโลกมิได้อยู่ในภาวะเงินเฟ้อพุ่งทะยานดังเช่นอดีต หากแต่ปรับเปลี่ยนเป็น “ภาวะแพงฝังตัว” ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง แม้ตัวเลขเงินเฟ้อของไทยจะถูกรายงานว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยสากล แต่ในเชิงสถิติเปรียบเทียบกับกลุ่มอาเซียนกลับพบความจริงที่น่ากังวลยิ่ง

                        ปัจจุบันค่าครองชีพในเขตเมืองของไทยขยับสูงกว่าเวียดนามราว 15% และมีต้นทุนการเช่าที่พักอาศัยรวมถึงค่าสาธารณูปโภคสูงกว่ามาเลเซียอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ไทยตกอยู่ในสภาวะ “ของถูกในสายตาโลก แต่แพงเกินกำลังซื้อในกระเป๋าคนไทย”

                               ความย้อนแย้งระหว่างตัวเลขสถิติและปากท้องของประชาชนสะท้อนถึง “วิกฤตกำลังซื้อถดถอยเชิงโครงสร้าง” ที่รุนแรงขึ้น ข้อมูลชี้ชัดว่าแม้ไทยจะสามารถบริหารจัดการราคาอาหารสดได้ในระดับหนึ่ง แต่ “รายจ่ายคงที่” เช่น ค่าพลังงานและค่าเดินทาง กลับมีสัดส่วนสูงเมื่อเทียบกับรายได้ขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัย 14 ล้านคน ที่ส่วนใหญ่มีเงินออมไม่สอดคล้องกับอำนาจซื้อที่ลดลงในโลกยุคใหม่ สภาวะนี้ทำให้เบี้ยยังชีพและเงินเก็บตลอดชีวิตถูกกัดกินด้วยต้นทุนการมีชีวิตพื้นฐาน จนแทบไม่เหลือเกราะป้องกันความเสี่ยงต่อความผันผวนของราคาพลังงานในอนาคต

                               หากสถานการณ์ยังดำเนินไปโดยปราศจากการแก้ไขที่ต้นเหตุ อนาคตของไทยมีแนวโน้มจะกลายเป็นสังคมที่ “รวยกระจุก ยากจนกระจาย และแก่ตัวอย่างโดดเดี่ยว”

                               การที่ค่าครองชีพในกรุงเทพฯ พุ่งสูงกว่ากัวลาลัมเปอร์ในหลายหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค จะส่งผลให้ผู้สูงวัยไทยเข้าสู่ภาวะเปราะบางทางการเงินได้ง่ายกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่มีระดับรายได้ใกล้เคียงกัน ขณะที่ประชากรวัยทำงานต้องแบกรับภาระการดูแลคนสองวัยท่ามกลางเศรษฐกิจที่ซบเซาเนื่องจากกำลังซื้อภายในประเทศหดตัว 

                              นี่คือสัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกว่าความเหลื่อมล้ำจะขยายตัวจนยากจะเยียวยาหากภาครัฐยังคงเน้นเพียงนโยบายเยียวยาระยะสั้น

                             ในมิติของการแก้ไข รัฐบาลจำเป็นต้องยกระดับนโยบายจากเชิงรับสู่เชิงรุกด้วยการใช้มาตรการ “ลดรายจ่ายถาวร” เป็นหัวหอกหลัก สิ่งที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนคือการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อมิให้ต้นทุนการผลิตและค่าไฟฟ้ากลายเป็นภาระที่ประชาชนต้องแบกรับฝ่ายเดียว 

                             นอกจากนี้ การสร้างระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพและราคาที่ผู้สูงอายุเข้าถึงได้จริง รวมถึงการขยายสิทธิบัตรทองให้ครอบคลุม “สวัสดิการดูแลระยะยาว” (Long-term Care) จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดรายจ่ายที่มองไม่เห็นแต่หนักหน่วงให้แก่ทุกครัวเรือน ควบคู่ไปกับการลดรายจ่าย

                           รัฐต้องเร่ง “สังคายนาโครงสร้างภาษี” เพื่อสร้างความยั่งยืนทางการคลังและลดช่องว่างทางสังคม การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราก้าวหน้าจากผู้ถือครองรายใหญ่เพื่อลดการเก็งกำไร รวมถึงการพิจารณาภาษีมรดกหรือภาษีความมั่งคั่งอย่างจริงจัง จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญในการจัดตั้ง “กองทุนบำนาญประชาชน” ที่สอดคล้องกับค่าครองชีพจริงในปัจจุบัน มิใช่เพียงเงินสงเคราะห์ในระดับที่ต่ำกว่าเส้นความยากจนเช่นที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในการใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างมีศักดิ์ศรี

                             บทสรุปของวิกฤตค่าครองชีพในปี 2569 มิได้ขึ้นอยู่กับกลไกตลาดที่ควบคุมไม่ได้ แต่ขึ้นอยู่กับ “เจตจำนงทางการเมือง” ว่าผู้บริหารประเทศจะเลือกคุ้มครองกลุ่มทุนผูกขาด หรือจะเลือกสร้างระบบนิเวศการใช้ชีวิตที่เอื้อต่อประชาชนส่วนใหญ่ 

                           ข้อมูลเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านชี้ชัดว่าเรากำลังเสียเปรียบเชิงคุณภาพชีวิตและขีดความสามารถในการแข่งขัน หากมิเร่งผ่าตัดนโยบายเชิงโครงสร้างในวันนี้ คำว่า “อยู่ดีกินดี” ของคนไทย 14 ล้านชีวิตและคนรุ่นต่อไป อาจเป็นเพียงเป้าหมายที่อยู่ไกลเกินเอื้อมอย่างถาวร

2569-04-23  “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

ปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกสำหรับครอบครัวชาวต่างชาติอีกต่อไป

เป้าหมายหลักของผู้ปกครองชาวไทยที่ต้องการวางรากฐานการศึกษาระดับโลกให้กับบุตรหลาน ข้อมูลเชิงสถิติระบุว่าไทยมีโรงเรียนนานาชาติเปิดให้บริการมากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ

หมดยุค “นิคมจีน0เหรียญ” แห่ขายที่ดิน-โรงงานมือสอง EEC 

ทุนจีนเร่งขายที่ดินมือสองหลัก 1,000 ไร่ ทำราคาที่ดิน EEC ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568 จนถึงไตรมาส 1 ปี 2569 ภาครัฐได้เข้ามาคุมเข้มเครือข่ายนอมินี และจับทุนจีนที่กว้านซื้อที่ดินผิดกฎหมาย

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกาศรายนามผู้ได้รับเข็มและโล่เกียรติยศ เนื่องในโอกาสครบรอบ 92 ปีแห่งการสถาปนา

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกาศรายนามผู้ได้รับเข็มเกียรติยศ และผู้ได้รับโล่เกียรติยศ ประเภทศิษย์เก่าดีเด่น ประเภทศิษย์เก่าดีเด่นรุ่นใหม่ และประเภทผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัย เนื่องในโอกาสวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบปีที่ 92

โรงกลั่นน้ำมันสิบแห่ง 7 ประเทศระเบิดใน 21 วัน

 ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2026 โรงกลั่นน้ำมัน โรงไฟฟ้า และสถานพลังงาน 10 แห่งใน 7 ประเทศถูกทำลายจาก “ไฟไหม้” “การระเบิด” และ...

ข่าวอื่นๆ

ยุทธการ “รัดเข็มขัด” ผ่าแผนงบฯ 2570 บนด่านหน้าสงครามตะวันออกกลาง

การเคลื่อนทัพขุนพลราชการจากทั่วสารทิศมุ่งหน้าสู่ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในเช้าวันที่ 20 เมษายน 2569 ไม่ใช่เพียงการรับฟังนโยบายงบประมาณตามวงรอบปกติ แต่คือการประกาศภาวะ "บริหารความเสี่ยง" ในระดับสูงสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"