วันเสาร์, พฤษภาคม 2, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTแอปสั่งอาหาร ฟันกำไรแสนล้าน  เมื่อ "ความสะดวก" กลายเป็นกับดักดิจิทัล

แอปสั่งอาหาร ฟันกำไรแสนล้าน  เมื่อ “ความสะดวก” กลายเป็นกับดักดิจิทัล

เผยแพร่

spot_img

วิถีชีวิตคนไทยในกรงขังแอปฯ สั่งอาหาร เมื่อ “รัฐ” ทำได้แค่ยืนมอง.. ปล่อยตลาดไทยเป็นอาณานิคมแพลตฟอร์ม

                             ยุคสมัยที่การ “ออกไปหาอะไรกิน” กลายเป็นเรื่องเหนื่อยยากเกินทนสำหรับคนเมือง ได้ผลักดันให้สมรภูมิฟู้ดเดลิเวอรี่ในไทยพุ่งทะยานสู่มูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านบาท ในปี 2025 ที่ผ่านมา

                            ทว่าภายใต้ความหรูหราของตัวเลขการเติบโต 22% ซึ่งสูงที่สุดในอาเซียน กลับมีรอยร้าวที่ซ่อนอยู่ เมื่อกำไรเกือบทั้งหมดถูกโอนออกสู่บัญชีบริษัทแม่ข้ามชาติ ทิ้งให้ร้านอาหารไทยและผู้บริโภคติดอยู่ในวงจร “ค่า GP”  Gross Profit หรือที่ในภาษาการตลาดเรียกว่า Commission Fee และ “ราคาแฝง” ที่ยากจะสลัดออก หากรัฐบาลยังไร้กลยุทธ์ปั้น “แชมป์เปี้ยนสัญชาติไทย” ขึ้นมาคานอำนาจอย่างจริงจัง

                             จากการสืบค้นพบว่า ตลาดเดลิเวอรี่ไทยในปัจจุบันกลายเป็น “พื้นที่กึ่งผูกขาด” โดย 2 ยักษ์ใหญ่ Grab (สิงคโปร์) และ LINE MAN (ลูกผสมไทย-ญี่ปุ่น) ที่คุมส่วนแบ่งรวมกันกว่า 80% หลังจากเจ้าเดิมอย่าง Foodpanda (เยอรมนี) เริ่มถอนตัวออกไป

                            ความมั่งคั่งมหาศาลนี้เกิดจากพฤติกรรมคนไทยที่เสพติดความสบายจนยอมจ่าย “ภาษีความสะดวก” ในรูปแบบราคาอาหารที่แพงกว่าหน้าร้าน 30% บวกกับค่าธรรมเนียมจุกจิกที่เพิ่มขึ้นทุกปี   ขณะที่ร้านอาหารรายย่อยต้องยอมเฉือนเนื้อจ่ายค่าคอมมิชชั่นเพื่อความอยู่รอดในโลกดิจิทัล

                            เมื่อหันมองเพื่อนบ้านในอาเซียนจะพบภาพที่ต่างออกไปอย่างน่าสนใจ ใน อินโดนีเซีย   พวกเขามี “Gojek” ที่เป็นความภูมิใจของชาติและสู้กับยักษ์ต่างชาติได้อย่างสมศักดิ์ศรี หรือใน เวียดนาม   ที่แม้แอปฯ ต่างชาติจะครองเมืองแต่รัฐบาลเข้มงวดเรื่องการควบคุมเพดานราคาและการสนับสนุนสตาร์ทอัพท้องถิ่นอย่างรุนแรง 

                            ตัดกลับมาที่ไทย แพลตฟอร์มที่ดูเหมือนจะเป็นของไทยอย่าง “Robinhood” ก็จำต้องถอยฉากหลังแบกรับภาวะขาดทุนไม่ไหว   ทิ้งให้ตลาดไร้คู่แข่งสัญชาติไทยที่แข็งแกร่งพอจะกำหนดทิศทางราคาเพื่อคนไทยเอง

                           สำหรับ “ไปรษณีย์ไทย” รัฐวิสาหกิจที่มีเครือข่ายเข้าถึงทุกหัวบันไดบ้าน  กลับทำได้เพียงเป็น “ผู้ชม” ในสนามอาหารปรุงสุก ปัญหาไม่ใช่เรื่องของจำนวนพนักงาน แต่คือระบบ “หลังบ้าน” ที่ไม่ถูกออกแบบมาเพื่อความเร็วระดับวินาที และวัฒนธรรมองค์กรแบบรัฐที่เดินช้ากว่าอัลกอริทึมของเอกชนหลายขุม ส่งผลให้ไปรษณีย์ไทยยังคงติดหล่มอยู่กับการส่งพัสดุและสินค้าเกษตรแห้ง ๆ ขณะที่เค้กชิ้นโตอย่าง “มื้อเที่ยงและมื้อเย็น” ถูกงับไปโดยแพลตฟอร์มสีเขียวและสีส้มจนเกลี้ยงจาน

                          ในฝั่งผู้บริโภค สถานะปัจจุบันไม่ต่างจาก “ลูกไก่ในกำมือ” ที่ต้องยอมรับสภาพราคากระเพราจานละ 80-100 บาท (ที่ปริมาณเท่าเดิม) ทางออกที่ทำได้เองคือการเปลี่ยนพฤติกรรมไปสั่งแบบ “Pick-up” หรือรับเองที่ร้านเพื่อเลี่ยงค่าธรรมเนียม แต่ก็นั่นแหละครับ มันขัดกับสัญชาตญาณความขี้เกียจที่ถูกฟูมฟักมาตั้งแต่ยุคโควิด การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจึงต้องอาศัยกลไกราคาที่เป็นธรรมและการเปิดเผย “อัลกอริทึม” ที่ไม่เอารัดเอาเปรียบ ซึ่งปัจจุบันกฎหมายไทยยังตามหลังเทคโนโลยีอยู่หลายก้าว

                            บทบาทของรัฐบาลในเวลานี้ถูกวิจารณ์ว่าทำได้เพียง “แก้ผ้าเอาหน้ารอด” ด้วยการอุดหนุนค่าน้ำมันให้ไรเดอร์หรือขอความร่วมมือลดค่า GP เป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นเพียงการแปะพลาสเตอร์บนแผลที่ติดเชื้อเรื้อรัง

                            หากรัฐยังไม่สามารถสร้าง Infrastructure หรือ “ซูเปอร์แอปแห่งชาติ” ที่รวมเอาความแข็งแกร่งของไปรษณีย์ไทยเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จูงใจให้ทุนไทยกล้ากลับมาลงสนามอีกครั้ง เราก็ทำได้เพียงส่งส่วยดิจิทัลให้ต่างชาติต่อไป

                           เสียงหยอกเย้ากันว่า   ถ้าคนในรัฐบาลยังคงภูมิใจกับการเห็นกราฟยอดสั่งอาหารออนไลน์พุ่งสูง โดยไม่สนว่าเงินกำไรเหล่านั้นไหลไปเข้ากระเป๋าใครที่สิงคโปร์หรือโตเกียวแล้ว อีกไม่นานเราคงได้เห็น “ส้มตำปูปลาร้า” กลายเป็นอาหารหรูราคาพรีเมียมที่คนไทยต้องผ่อนจ่ายผ่านแอปฯ ต่างชาติ และเมื่อวันนั้นมาถึง เราคงสลัดแอปฯ เหล่านี้ไม่ได้   ไม่ใช่เพราะมันดีเลิศ แต่เพราะเรา “ลืมวิธี” เดินไปซื้อแกงที่ปากซอยด้วยตัวเองไปเสียแล้ว

2569-05-03  “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

ถนนจุฬาลงกรณ์กลางป่าสวีเดน: รอยพระบาทรัชกาลที่ 5 ที่ชาวยุโรปเหนือยังไม่ลืม

ถนนสายนี้ไม่ได้มีชื่อเป็นภาษาสวีเดนธรรมดา ๆ หากแต่มีชื่อว่า “Kung Chulalongkorns väg” แปลเป็นไทยได้ว่า “ถนนพระเจ้าจุฬาลงกรณ์” หรือที่ป้ายภาษาไทยเขียนไว้ตรง ๆ ว่า “ถนนจุฬาลงกรณ์”

“คำขอโทษสุดท้ายของแม่ทัพ”   ถึงทหารกล้าทุกนาย… พ่อขอโทษ

ครั้งหนึ่งผมเคยยืนอยู่บนสุด เคยเป็น “แม่ทัพ” ที่ลูกน้อง 42 ชีวิตเรียกว่า “นาย” แต่ในวันที่เสียงปืนดัง ผมกลับพาพวกเขากลับบ้านไม่ได้ทุกคน

ทรัมป์ ทำจดหมายถึงคองเกรส การสู้รบทางทหารกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว

"การสู้รบ" ทางทหารกับอิหร่าน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงกำหนดเส้นตาย 60 วันภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจสงครามปี 1973

“มันไม่ใช่การลอบสังหาร แต่มันคือแผนปล้นไวน์

21:47 น. ในงานเลี้ยงสุดหรูที่รวมตัวเหล่านักข่าวและนักการเมืองระดับโลก จู่ๆ ก็มีเสียงปืนลูกซองดังขึ้นในโรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน หน่วยอารักขาประธานาธิบดี (Secret Service) รีบพาตัวผู้นำหนีออกไปอย่างรวดเร็วภายใน 90 วินาทีตามแผนเป๊ะๆ

ข่าวอื่นๆ

ถอดรหัสฟ้าผ่า! “อธิบดีฝนหลวง” ลาออก  ทิ้งทวนศักดิ์ศรีข้าราชการ !

เปิดปูมฝูงบิน 77 ลำ กับงบประมาณปี 69 กว่า 2.7 พันล้าน เมื่อข้าราชการมืออาชีพถูกบีบให้เลือกระหว่าง "นโยบาย" หรือ "ความถูกต้อง"

ไทยจูงมือ “สิงคโปร์ ลงเรือ  “แลนด์บริดจ์”   พลิกกระดานภูมิรัฐศาสตร์

มีการเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ นายชาง ชุน ชิง รัฐมนตรีจากสิงคโปร์ เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น