วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT หยุดยิงไร้ผล กัมพูชาเมินข้อตกลง หลังรบกันเดือด 5 วัน แถมเปิดฉากโชว์ร่องรอยเสียหายให้ทูตทหารต่างชาติดู

 หยุดยิงไร้ผล กัมพูชาเมินข้อตกลง หลังรบกันเดือด 5 วัน แถมเปิดฉากโชว์ร่องรอยเสียหายให้ทูตทหารต่างชาติดู

เผยแพร่

spot_img

จับตาอนาคตความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา จะไปทางไหนต่อ!

        สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

ความตึงเครียดหลังข้อตกลงหยุดยิง

          ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ปะทุขึ้นเป็นเวลา 5 วัน ได้นำไปสู่การเจรจาและบรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงเปราะบาง โดยมีรายงานการละเมิดข้อตกลงจากฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่องตามที่ประเทศไทยได้ร้องเรียน ล่าสุด การที่กัมพูชาได้เชิญผู้แทนจากทูตทหารของมาเลเซียและชาติอื่น ๆ เข้าไปตรวจสอบความเสียหายในเขตแดนของตนเอง สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของกัมพูชาในการสร้างภาพลักษณ์ต่อประชาคมโลก และอาจเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ในการเจรจาต่อรองในอนาคต

7 ข้อตกลงจะสัมฤทธิผลหรือไม่

                ข้อตกลงหยุดยิง 7 ข้อที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความตึงเครียดและสร้างกลไกในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังคงมีการละเมิดประปราย ความเป็นไปได้ที่ข้อตกลงจะถูกปฏิบัติตามอย่างสมบูรณ์นั้นยังคงมีน้อย สาเหตุหลักมาจากความไม่ไว้วางใจที่สะสมมานานระหว่างสองประเทศ รวมถึงปัญหาเรื่องเขตแดนที่ยังไม่ได้รับการปักปันอย่างชัดเจน นอกจากนี้ การที่กัมพูชาใช้ยุทธวิธีเสริมกำลังทหารในพื้นที่พิพาทก็เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าความพร้อมในการเผชิญหน้ายังคงมีอยู่สูง

แนวโน้มการละเมิดข้อตกลงและเหตุผลเบื้องหลัง

                  มีแนวโน้มสูงที่ฝ่ายกัมพูชาจะเป็นฝ่ายที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเป็นครั้งคราว ด้วยเหตุผลทางยุทธวิธีและการเมืองภายในประเทศที่คุกรุ่นเขย่ารัฐบาลภายใต้การบงการของฮุนเซ็นมานานอย่างต่อเนื่อง 

               การที่กัมพูชาแสดงออกถึงความเข้มแข็งและไม่ยอมจำนนในประเด็นเขตแดนเป็นความะยายามสร้างความชอบธรรมทางการเมืองให้กับรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายตาของประชาชนชาวกัมพูชา ที่อาจหันเหจากความเกลียดชังผ่อนคลายลงได้บ้าง

              นอกจากนี้ การละเมิดเป็นระยะ  ๆ อาจเป็นกลยุทธ์ในการทดสอบปฏิกิริยาของฝ่ายไทยและประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อประเมินขอบเขตที่ตนเองสามารถกระทำได้โดยไม่นำไปสู่การเผชิญหน้าครั้งใหญ่

บทสรุปและมุมมองในอนาคต

แม้จะมีการทำข้อตกลงหยุดยิง แต่ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ซับซ้อนและมีความอ่อนไหวสูง การละเมิดข้อตกลงประปรายบ่งชี้ว่าการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยมากกว่าแค่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว การเจรจาในระดับสูงและการสร้างความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ รวมถึงการมีบทบาทของกลไกระหว่างประเทศในการเป็นคนกลาง จะเป็นกุญแจสำคัญในการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเขตแดนอย่างสันติและยั่งยืนในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison...

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

ข่าวอื่นๆ

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น