INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”
ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2569
ปฏิบัติการตรวจค้นกลางทาง เมื่อระเบียบกลายเป็นเครื่องมือประจานความล้มเหลว
เหตุการณ์เจ้าหน้าที่ด่าน เข้าตรวจค้นรถยนต์ของนายกรัฐมนตรีโดยขาดความเข้าใจวิธีปฏิบัติ ไม่เพียงแต่มอบภาพลักษณ์ชวนหัวในโลกออนไลน์ แต่ยังเปิดแผลความบกพร่องเชิงโครงสร้างของรัฐราชการ ทั้งปัญหาข่าวกรองท้องถิ่นที่ไร้ประสิทธิภาพ และทัศนคติแบบอำนาจนิยมในเครื่องแบบที่สะท้อนการขาดวิจารณญาณอย่างสิ้นเชิง
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้น ณ จุดตรวจร่วมบริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองได้กั้นและเรียกตรวจค้นรถยนต์ส่วนตัวคันหนึ่งอย่างละเอียดตามยุทธวิธีปกติ ท่ามกลางกระแสความสนใจเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า บุคคลที่นั่งโดยสารมาภายในรถคันดังกล่าวคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ภาพที่เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าเปิดประตูและตรวจค้นอย่างขะมักเขม้นโดยไม่มีการละเว้น แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ควรรับรู้สถานะของผู้โดยสาร สะท้อนภาพการปฏิบัติงานที่ขาดการประเมินบริบทหน้างานอย่างรุนแรง
เมื่อพิจารณาในมิติเชิงระบบ เหตุการณ์นี้“เปิดแผล” ความบกพร่องสำคัญ 2 ประการ
ประการแรกคือความหย่อนยานของเครือข่ายข่าวกรองและการประสานงานภายใน ผู้นำระดับประเทศเดินทางลงพื้นที่ย่อมต้องมีระบบรายงานความเคลื่อนไหว หากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
“ไม่รู้ “ ย่อมสะท้อนความล้มเหลวในการส่งต่อข้อมูล แต่”หากรู้“ แล้วยังดึงดันตรวจค้น ยิ่งแสดงถึงการขาดวิจารณญาณที่ถูกต้อง
ประการที่สองคือปัญหาการขาดความรอบรู้ในการบริหารความเสี่ยง ภาครัฐและระบบราชการมักยึดติดกับขั้นตอนกระดาษจนลืมสามัญสำนึก ทำให้การบังคับใช้กฎหมายกลายเป็นเครื่องมือที่สะท้อนทัศนคติแบบอำนาจนิยมในเครื่องแบบ ที่มองว่าทุกคนคือผู้ต้องสงสัย สร้างความอึดอัดและทำลายภาพลักษณ์ขององค์กรเสียเอง
เมื่อเทียบเคียงกับมาตรฐานการปฏิบัติงานสากล ภายใต้หลักการบริหารความมั่นคงและความปลอดภัยทั่วไป เจ้าหน้าที่หน้างานที่มีความเป็นมืออาชีพจะได้รับการฝึกอบรมให้มีระบบประสานงานล่วงหน้าและการใช้ดุลพินิจเชิงบริหารที่แม่นยำ เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ปรากฏภาพการตรวจค้นอย่างไร้กาลเทศะจนกลายเป็นปัญหาเชิงลบ ซึ่งสะท้อนความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างหน่วยงานที่ปฏิบัติงานด้วยความเป็นมืออาชีพกับระบบราชการที่ขาดความเข้าใจในวิธีปฏิบัติ
ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของบุคคลระดับปฏิบัติการรายใดรายหนึ่ง หากแต่เป็นภาพสะท้อนของกลไกภาครัฐทุกภาคส่วนในจุดตรวจร่วม ที่ขาดการบูรณาการและการฝึกอบรมให้เท่าทันสถานการณ์ การปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางความไม่เข้าใจวิธีปฏิบัติที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่สร้างความอึดอัดให้แก่ผู้พบเห็น แต่ยังทำให้บทบาทของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนสูญเสียความน่าเชื่อถือในสายตาประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเพราะเจ้าหน้าที่รู้หรือไม่รู้ว่าใครอยู่บนรถ ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่มีทางทำให้หน่วยงานนั้นได้รับคะแนนความนิยมชมชื่นเพิ่มขึ้นแม้แต่น้อย แต่กลับสะท้อนความไร้ประสิทธิภาพของระบบข่าวกรองและความอับอายที่ต้องพกพากลับไปเป็นบทเรียนราคาแพงของคนในเครื่องแบบ
#ด่านตรวจผู้นำรัฐบาล#สถานีตำรวจภูธรบ้านด่าน#INSIDE INSIGHT#ชัยทัศน์วิเคราะห์#THAITRIBUNE#อนุทิน ชาญวีรกูล



