ทีมข่าว

1857 โพสต์

Exclusive articles:

 หยุดยิงไร้ผล กัมพูชาเมินข้อตกลง หลังรบกันเดือด 5 วัน แถมเปิดฉากโชว์ร่องรอยเสียหายให้ทูตทหารต่างชาติดู

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ความตึงเครียดหลังข้อตกลงหยุดยิง ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ปะทุขึ้นเป็นเวลา 5 วัน ได้นำไปสู่การเจรจาและบรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงเปราะบาง

“จ๊อด” กลับมาแล้ว!ครับบบบ

ตูบแนวหน้าปราสาทตาเมือนธมรอดปลอดภัย หลังหายตัวกลางภารกิจ ทหารแนวรบโผกอดทั้งน้ำตา เสียงเฮลั่นฐานดังขึ้นทันทีที่ทหารหน่วยลาดตระเวนพบร่างเล็ก ๆ ที่คุ้นตาในเงาไม้ — เขายังสวมตะกรุดเส้นเดิม คล้องคออยู่แน่นหนาและโผเข้าหาเจ้าหน้าที่ที่เขาคุ้นเคยทันทีที่ได้กลิ่น

เรื่องสั้น “นาฬิกา…มรณะ” 

เขาแหงนมองนาฬิกาบนหอคอยแล้วรีบหลบตาลงต่ำเหมือนกลัวบางสิ่งบางอย่าง    ปาดเหงื่อที่ไหลเยิ้มใบหน้าจากความร้อนแดดยามบ่ายไม่หนักหนาเท่า…เท่ากับความเร่าร้อนจากสิ่งลี้ลับข้างหน้า               เหลียวมองรอบตัวยความหวาดหวั่น               ความตาย..เกิดขึ้นได้ทุกวัน !!                                  ตรงนี้…!!               สิบหกนาฬิกาสี่สิบห้านาที                                16.45 นาฬิกา                                  แหงนมองนาฬิกาลูกตุ้มขนาดใหญ่ติดบนหอคอยเก่าคร่ำคร่าของอาคารโบสถ์เก่าที่แปรสภาพเป็นตึกร้างและพังทลายไปบางส่วนแล้ว                                  ต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นระเกะระกะชอนไชตึกร้างจนแตกระแหงและพังไปหลายแถบ               แม้ตะวันคล้อยไปมากแล้ว แต่แสงแดดยังแผดกล้าจนเหงื่อโทรมทั่วกายเสื้อเปียกชุ่มขึ้นมาอีก              เขาจะต้องจัดการให้เสร็จก่อนเวลานั้นจะมาถึง              มันถึงเวลาแห่งความตาย….!               ชายหนุ่มเหลียวซ้ายแลขวาป่ารอบด้านที่ยังสงบเงียบไร้ผู้คน     ออกแรงลากเชือกป่านเส้นหนาม้วนใหญ่ไปตามพื้นรกอย่างทุลักทุเล               มันหนักอึ้งจนไม่อาจยกขึ้นพาดบ่าได้                                  มือป้องแสงแดดแหงนมองนาฬิกาแล้วก้มมองเชือกเก่า ๆ ม้วนนี้ ที่แอบเอามาจากคอกเลี้ยงวัวใกล้หมู่บ้าน                หัวเราะในลำคอว่าถ้าเจ้าของเชือกตามมาเจอ  เขาก็จะต้องถูกจับที่ลักข้าวของผู้อื่นก่อนจะทำงานสำเร็จก็ได้…               ชายหนุ่มปล่อยสายเชือกป่าน แล้วชูมือกระแทกแหวกอากาศไปข้างหน้าว่าเขายอมติดคุกก็ได้ ถ้าหากว่ามันได้ใช้ประโยชน์ช่วยชีวิตคนเคราะห์ร้ายไว้ให้ได้ก่อน                ให้รอดพ้นจากนาฬิกาแห่งความตาย…!!

  “กฎ 7 ข้อ” หลังหยุดยิงระหว่างไทย–กัมพูชาจะสัมฤทธิผลหรือไม่  คงไม่นานเกินรอ

                         หลังจากเหตุการณ์สู้รบรุนแรงยาวนานกว่า 5 วันที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากที่ยังไม่อาจเปิดเผยได้และพลัดถิ่นรวมกว่า 300,000 คนในชายแดนไทย–กัมพูชานั้น ทั้งสองฝ่ายได้ตอบรับข้อเสนอหยุดยิงแบบ “ทันทีและไม่มีเงื่อนไข” ที่ดำเนินการผ่านการไกล่เกลี่ยของมาเลเซียโดยมีสหรัฐฯและจีนเข้าร่วมสนับสนุนและสังเกตุการณ์ หลังข้อตกลงหยุดยิงถูกเผยแพร่ แม่ทัพระดับสูงของทั้งสองประเทศได้หารือจัดทำ กฎ 7 ข้อ Ceasefire Protocol เพื่อควบคุมสถานการณ์ภาคสนาม          กฎ 7 ข้อตามข้อตกลงหยุดยิง  1. ยุติการเคลื่อนกำลัง ทั้งสองฝ่ายต้องหยุดเคลื่อนย้ายกำลังเข้าพื้นที่แนวชายแดนทันที  2. หยุดยิงทุกชนิด ห้ามใช้อาวุธหนักรวมถึงเครื่องบิน ปืนใหญ่ และระเบิดแบบใดก็ตาม  3. คืนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตให้กับสองฝ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด  4. เปิดพื้นที่ให้ที่ปรึกษาระหว่างประเทศเข้าตรวจสอบ...

วิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงยิงกันต่อเนืองในขณะที่ผู้นำของไทยไร้ยุทธศาสตร์เชิงรุกและเกมข้อมูลข่าวสาร

   สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้ยังคงอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง การปะทะที่ดำเนินมาหลายวัน ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของทั้งสองฝ่ายอย่างมหาศาล แต่ยังสั่นคลอนเสถียรภาพและความสัมพันธ์ทางการทูตในภูมิภาคอาเซียนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน สิ่งที่น่าจับตาคือท่าทีของผู้นำไทยที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ายังไม่สามารถแสดงบทบาทเชิงรุกและใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารในยุคปัจจุบันได้อย่างเต็มที่                 การปะทะที่ผ่านมาได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีการใช้ทั้งอาวุธเบา ปืนใหญ่ และจรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชา ขณะที่ไทยตอบโต้ด้วยเครื่องบินขับไล่ F-16 โดยมีรายงานความสูญเสียทั้งทหารและพลเรือนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีเป้าหมายพลเรือนและโรงพยาบาลในไทยที่ถูกประณามอย่างหนักจากประชาคมโลก นอกจากนี้ การที่ไทยเรียกเอกอัครราชทูตกลับและขับเอกอัครราชทูตกัมพูชาออกนอกประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงระดับความตึงเครียดทางการทูตที่รุนแรงที่สุด                  นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าบทบาทของผู้นำไทยยังขาดความเข้มแข็งในยุทธศาสตร์เชิงรุกและอ่อนด้อยสงครามข้อมูลข่าวสาร                 ผู้นำไทยในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรีถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ายังไม่สามารถแสดงบทบาทเชิงรุกที่ชัดเจน ในการแก้ไขวิกฤตครั้งนี้ การประคองสถานการณ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการยุติความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในทางกลับกันผู้นำที่เข้มแข็งควรแสดงออกถึงความเด็ดขาดและวิสัยทัศน์ในการนำพาสถานการณ์ให้คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นการใช้ช่องทางการทูตอย่างแข็งขัน การสร้างพันธมิตรระหว่างประเทศหรือการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ การขาดความริเริ่มในการรุกทางการทูตและการสื่อสารที่แข็งขันทำให้ไทยอาจเสียเปรียบในเวทีโลกและไม่สามารถสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ได้                   การใช้โซเชียลมีเดียในยุคข้อมูลข่าวสารมีความสำคัญยิ่งจึงปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย                    ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลเวียนอย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย การที่ผู้นำไทยยังไม่สามารถใช้ช่องทางเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด...

Breaking

2572 คลื่นความถี่  ทำ ”จอดับ“ หรือไปต่อ !  “ลดช่องทีวี” หรือ   “เพิ่มมือถือ” ? 

นับถอยหลังอีกเพียงไม่ถึง 3 ปี ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดินประเภทธุรกิจทั้ง 15 ช่องที่เหลือรอด จะสิ้นสุดอายุลงพร้อมกันในอัสดงแห่งปี พศ. 2572

เปิดปฏิบัติการ ถอดเกล็ดมังกร ทลายขบวนการ “พ่อทิพย์”

​เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 กรมการปกครอง สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ป.ป.ท. และ ป.ป.ง. เปิดยุทธการเข้าจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

สปสช.มีมติ ยาแก้มะเร็ง โครงการฟ้าหญิงฯ  เข้าบัตรทอง

บอร์ด สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ยารักษามะเร็งนวัตกรรมไทย ซึ่งเป็นยามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) เข้าสู่ระบบ "บัตรทอง 30 บาท"

เสนอ“ยุบ กอ.รมน. ” เหมือนทิ้ง“เบาะรองรับวิกฤติ !“

ทางออกของ กอ.รมน. ท่ามกลางสมการความมั่นคงตามแนวตะเข็บชายแดนและ 3 จังหวัดภาคใต้ จึงอาจไม่ใช่การ “ทุบทำลาย” แต่คือการ “จัดระเบียบหน้าที่” เพื่อประสานงาน ทหาร ตำรวจ พลเรือน ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
spot_imgspot_img